- 04 ส.ค. 2569
ผ่าตัดต้อกระจก คือการนำเลนส์ตาที่ขุ่นมัวออก แล้วทดแทนด้วยการใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปแทน ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นชัด ลดความเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น
โรคต้อกระจกเป็นภาวะความเสื่อมตามวัยที่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นของใครหลายคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน ทำให้การผ่าตัดต้อกระจก ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไป
บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคต้อกระจก เจาะลึกความต่างของเทคนิคการผ่าตัดต้อกระจก พร้อมแนะนำแนวทางการเตรียมตัวและการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี เพื่อคืนความคมชัดและปลอดภัยให้ดวงตาคู่สำคัญของคุณอีกครั้ง
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่าตัดต้อกระจก คืออะไร
ต้อกระจก (Cataract) คือภาวะที่เลนส์แก้วตาตามธรรมชาติเกิดการขุ่นมัวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนภายในดวงตา ทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดอาการตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอาจรุนแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น ซึ่งต้อกระจก วิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการผ่าตัดต้อกระจก
การผ่าตัดต้อกระจก คือหัตถการทางการแพทย์ในการนำเลนส์ตาที่ขุ่นมัวออก แล้วทดแทนด้วยการใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปแทน เพื่อฟื้นฟูการมองเห็นให้กลับมาคมชัดอีกครั้ง โดยทั่วไปแพทย์จะใช้เทคนิคเปิดแผลขนาดเล็กเพียง 2-2.5 มิลลิเมตร และใช้เวลาในการทำประมาณ 20-30 นาทีต่อข้าง ซึ่งอัตราค่าบริการจะเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของเลนส์เทียมที่เลือกใช้งาน
ผ่าตัดต้อกระจก การรักษาที่สำคัญ ลดความเสี่ยงตาบอดจากต้อกระจก
การผ่าตัดต้อกระจกถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษา เพราะในปัจจุบันยังไม่มีแนวทางการรักษาต้อกระจกโดยไม่ต้องผ่าตัดหรือยาชนิดใดที่สามารถรักษาภาวะเลนส์ตาขุ่นให้หายขาดได้นอกจากการผ่าตัด
เมื่อปล่อยต้อกระจกทิ้งไว้ดวงตาจะยิ่งมัวลงเรื่อย ๆ ดังนั้นการเข้าหัตถการเพื่อนำเลนส์ที่เสื่อมสภาพออกแล้วทดแทนด้วยเลนส์ตาเทียม จึงเป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้กลับมามองเห็นได้ชัดเจนและดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
เจาะลึกวิธีผ่าตัดต้อกระจก ทำได้กี่วิธี แตกต่างกันอย่างไร
การผ่าตัดต้อกระจกในปัจจุบันมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างมาก ทำให้แพทย์เลือกวิธีรักษาต้อกระจกที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรงของโรคและสภาพดวงตาของผู้ป่วยแต่ละบุคคล โดยหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 2 วิธี ดังนี้
การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ (Phacoemulsification)
การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ (Phacoemulsification) เป็นนวัตกรรมที่แพทย์จะใช้พลังงานความถี่สูงสลายเลนส์ตาที่ขุ่นมัวให้กลายเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วดูดออกมา จากนั้นจึงสอดเลนส์แก้วตาเทียมแบบพับได้เข้าไปแทนที่
- เหมาะสำหรับ: ผู้ป่วยต้อกระจกในระยะเริ่มต้นไปจนถึงระยะปานกลางที่เลนส์ตายังไม่แข็งตัวจนเกินไป
- ข้อโดดเด่น: แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมากเพียง 2-2.5 มิลลิเมตร จึงไม่จำเป็นต้องเย็บแผล ใช้เวลาทำสั้น และใช้ระยะเวลาพักฟื้นเพียง 2-3 วัน นอกจากนี้ เลนส์ตาเทียมรุ่นใหม่ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงได้พร้อมกันในคราวเดียว
การผ่าตัดแบบเปิดแผลกว้าง (Extracapsular Cataract Extraction)
การผ่าตัดแบบเปิดแผลกว้าง (Extracapsular Cataract Extraction) เป็นเทคนิคดั้งเดิมที่แพทย์ต้องเปิดแผลบริเวณส่วนบนของตาดำ เพื่อนำตัวเลนส์ตาที่แข็งและขุ่นมัวออกมาทั้งชิ้นโดยไม่มีการสลาย ก่อนจะใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปและทำการเย็บปิดแผลด้วยไหมเย็บตา
- เหมาะสำหรับ: ผู้ป่วยที่มีภาวะต้อกระจกในระยะรุนแรง ตัวต้อสุกเต็มที่ หรือเลนส์ตาแข็งตัวมากจนไม่สามารถใช้คลื่นอัลตราซาวนด์สลายได้
- ข้อโดดเด่น: ปลอดภัยและได้ผลดีสำหรับเคสที่ยากหรือถูกปล่อยทิ้งไว้จนรุนแรง แม้ว่าแผลจะมีขนาดใหญ่กว่าและต้องใช้เวลาพักฟื้นนานประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อรอให้แผลหายสนิทและดวงตาปรับเข้ากับเลนส์ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์
แนะนำแนวทางการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดต้อกระจก
- ตรวจประเมินดวงตาอย่างละเอียด: พบแพทย์เพื่อตรวจขยายม่านตาและเช็กจอประสาทตา สำหรับเลือกเลนส์ตาเทียมที่เหมาะสม
- แจ้งข้อมูลสุขภาพ: แจ้งโรคประจำตัวและรายการยาที่ใช้อยู่ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด เพื่อให้แพทย์พิจารณาสั่งงดล่วงหน้า
- ฝึกนอนหงายคลุมหน้า: ลองฝึกนอนหงายและใช้ผ้าคลุมหน้า 20-30 นาที เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับการหายใจระหว่างผ่าต้อกระจก
- รักษาความสะอาดร่างกาย: อาบน้ำสระผมให้เรียบร้อยก่อนมาโรงพยาบาล งดแต่งหน้า ทาครีม และถอดเครื่องประดับทุกชิ้น
- เตรียมผู้ดูแล: ควรพาญาติมาด้วยในวันผ่าตัด เนื่องจากผู้ป่วยจะถูกปิดตาข้างที่ผ่าทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับเองได้
ดูแลตัวเองหลังผ่าตัดต้อกระจก เพื่อให้ผลลัพธ์การรักษามีประสิทธิภาพ
- ใช้ยาตามแพทย์สั่ง: หยอดตาและรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบถ้วน ตรงเวลาอย่างเคร่งครัดเพื่อลดการอักเสบ
- สวมฝาครอบตาป้องกัน: ใส่แว่นกันแดดในตอนกลางวัน และครอบตาด้วยฝาครอบพลาสติกตอนนอนหลับอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์เพื่อกันการขยี้ตา
- ระวังไม่ให้น้ำเข้าตา: งดการล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า ให้ใช้การเช็ดหน้าแทน และหลีกเลี่ยงการสระผมเองประมาณ 1-2 สัปดาห์
- งดออกแรงและกิจกรรมเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การก้มต่ำ ไอจามแรง ๆ รวมถึงงดทำอาหารหรือกิจกรรมที่มีฝุ่นควัน
- ไปพบแพทย์ตามนัด: เดินทางไปตรวจติดตามอาการหลังการผ่าตัด 1 วันเพื่อเช็กความเรียบร้อยและทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี
ผ่าตัดต้อกระจก ฟื้นฟูการมองเห็นที่ชัดเจน รักษาได้ที่โรงพยาบาลไทยจักษุ พระราม 3
ต้อกระจก คือภาวะเลนส์ตาขุ่นมัวที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดต้อกระจกเท่านั้นเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็น โดยมีทั้งเทคนิคการสลายด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ที่เป็นแผลเล็กฟื้นตัวไว และการผ่าตัดเปิดแผลกว้างสำหรับเคสที่รุนแรง ซึ่งหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผลลัพธ์การรักษาออกมาดีที่สุด คือการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดและการปฏิบัติตามข้อควรระวังหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาศูนย์รักษาและผ่าตัดต้อกระจกที่ได้มาตรฐานระดับสากล โรงพยาบาลไทยจักษุ พระราม 3 (Thai Eye Hospital) เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านจักษุที่พร้อมให้บริการดูแลรักษาโรคต้อกระจกอย่างครบวงจร โดยทีมจักษุแพทย์ที่มีความชำนาญ ผสานการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาใช้ในหัตถการการผ่าตัดทั้งเทคนิคแผลเล็กและการรักษาเคสยากที่ซับซ้อน
ช่องทางการติดต่อ
- Facebook : Thai Eye Hospital
- Line official : @thaieyecenter
- Email : [email protected]
- Tel : 02-689-8888
