- 19 มิ.ย. 2569
การคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี: มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหาย ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 12 สิงหาคม 2569
ปัจจุบันภัยหลอกลวงออนไลน์สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมากซึ่งที่ผ่านมา เมื่อมีการระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้ว ผู้เสียหายจำเป็นต้องยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอรับเงินคืนต้องใช้เวลานานและส่งผลให้มีเงินค้างอยู่ในบัญชีที่ถูกระงับเป็นจำนวนมากด้วยเหตุนี้ จึงมีการตราพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เพื่อกำหนดให้คณะกรรมการธุรกรรมมีอำนาจสั่งคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายได้โดยตรงหากพบหลักฐานความเชื่อมโยงที่ชัดเจนอันจะช่วยให้กระบวนการคืนเงินมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นโดยรายละเอียดและขั้นตอนในการดำเนินการเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงต่อมาจึงมีการออก “กฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569” ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่12 สิงหาคม 2569
ในชั้นการตรวจพิจารณาร่างกฎกระทรวงดังกล่าวของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานฯ ได้ตรวจพิจารณาโดยคำนึงถึงหลักการที่สำคัญ ได้แก่ ความรวดเร็วในการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย และการคุ้มครองสิทธิของผู้เกี่ยวข้องหรือผู้สุจริตที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการระงับธุรกรรมหรือการอายัดบัญชี
โดยที่กฎกระทรวงฉบับนี้เป็นกฎกระทรวงที่กำหนดมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายอันเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน สำนักงานฯ จึงได้เผยแพร่สาระสำคัญของกฎกระทรวงเพื่อให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจและดำเนินการตามกฎกระทรวงได้อย่างถูกต้องต่อไปโดยกฎกระทรวงดังกล่าวมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
1.การรายงานข้อมูลเพื่อตรวจสอบและการประกาศข้อมูลบัญชีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
(1) การรายงานข้อมูลสถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะต้องรายงานข้อมูลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไปยังสำนักงาน ปปง. เพื่อทำการตรวจสอบโดยเร็วโดยมีข้อมูลที่ต้องรายงาน เช่น เลขที่บัญชี เส้นทางการเงิน รายการเดินบัญชี (Statement) ข้อมูลผู้เสียหายและเจ้าของบัญชีจำนวนความเสียหาย หลักฐานการร้องทุกข์หรือหมายเลขการรับข้อร้องเรียน
(2) การประกาศข้อมูลบัญชีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเมื่อสำนักงาน ปปง. ตรวจสอบรายงานข้อมูลธุรกรรมดังกล่าวแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเลขาธิการ ปปง. จะประกาศข้อมูลบัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ปปง.เพื่อให้ผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ รวมทั้งเป็นการแจ้งเตือนประชาชนและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม โดยในกรณีที่เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้เสียหายที่ชัดเจนแน่นอน เจ้าหน้าที่จะส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ที่ผู้เสียหายแจ้งไว้หรือที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของผู้เสียหายด้วย
2. การขอรับเงินคืน
เมื่อมีการประกาศข้อมูลบัญชีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ผู้เสียหายสามารถดำเนินการเพื่อขอรับเงินคืนได้ดังนี้
(1) การยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ยื่นคำร้องเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ปปง. ภายใน 90วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยคำร้องต้องระบุข้อมูลส่วนตัว จำนวนความเสียหายจำนวนเงินที่ขอคืน และช่องทางการรับเงินคืนส่วนหลักฐาน ได้แก่หลักฐานการแจ้งความหรือร้องทุกข์ซึ่งรวมถึงการแจ้งความออนไลน์หรือสำเนาคำพิพากษาของศาลที่สั่งให้คืนเงิน
(2) ช่องทางการยื่นคำร้องให้ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สำนักงาน ปปง. กำหนดเป็นหลัก แต่หากไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน ปปง. หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้
(3) การยื่นคำร้องแทน กรณีผู้เสียหายไม่สามารถยื่นคำร้องเองได้ให้บุคคลดังต่อไปนี้ยื่นแทน ได้แก่ ผู้แทนโดยชอบธรรม (กรณีผู้เยาว์)ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ (กรณีคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ)ทายาทหรือผู้จัดการมรดก (กรณีเสียชีวิต) บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส (กรณีไม่สามารถมอบอำนาจเป็นหนังสือได้)
3. การร้องคัดค้าน
ในกรณีที่บัญชีไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีผู้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าวสามารถยื่นคำร้องคัดค้านเป็นหนังสือต่อสำนักงาน ปปง. ภายใน 90วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาพร้อมด้วยข้อมูล ได้แก่ ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขที่หนังสือเดินทาง หรือชื่อนิติบุคคลและเลขทะเบียนนิติบุคคล รวมทั้งที่อยู่ และช่องทางที่ติดต่อ และต้องมีหลักฐานที่แสดงว่าเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในบัญชีไม่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับช่องทางการยื่นคำร้องคัดค้านเช่นเดียวกับการยื่นคำร้องขอรับเงินคืน
4. การพิจารณาคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน
เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ปปง. จะดำเนินการตรวจสอบคำร้องหรือคำร้องคัดค้าน และเสนอคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อพิจารณาและมีคำสั่ง ดังนี้
(1) การพิจารณาคำร้อง กรณีที่เห็นว่าผู้ยื่นคำร้องมีสิทธิได้รับคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีคำสั่งคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้เสียหาย และกรณีที่เห็นว่าผู้ยื่นคำร้องไม่เป็นผู้เสียหาย หรือเป็นผู้เสียหายแต่ได้รับชดใช้ความเสียหายครบถ้วนแล้ว ให้มีคำสั่งยกคำร้อง
ในกรณีที่เป็นการคืนเงิน หากเส้นทางการเงินชัดเจนจะสั่งคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายตามจำนวนความเสียหาย แต่หากเส้นทางการเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ชัดเจนโดยมีการปะปนกับธุรกรรมรายการอื่น จนไม่สามารถระบุได้ว่าเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นของผู้เสียหายรายใด ให้คืนเงินโดยชดใช้คืนตามสัดส่วนความเสียหายทั้งนี้ ในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าดำเนินการเกิดขึ้นจากการโอนหรือการแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อคืนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้เสียหาย ให้ผู้เสียหายเป็นผู้รับผิดชอบ โดยจะใช้วิธีหักจากเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะคืนให้
(2) การพิจารณาคำร้องคัดค้าน กรณีที่เห็นว่าคำร้องคัดค้านฟังขึ้น ให้มีคำสั่งว่าคำร้องคัดค้านฟังขึ้นและไม่ให้นำเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในส่วนที่คัดค้านคืนให้แก่ผู้เสียหาย และกรณีที่เห็นว่าคำร้องคัดค้านฟังไม่ขึ้น ให้มีคำสั่งยกคำร้องคัดค้าน
5. การโต้แย้งคำสั่ง
ในกรณีที่ผู้เสียหายหรือผู้คัดค้านไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรม มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งเพื่อคัดค้านคำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรมได้ภายใน 30วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง โดยสำนักงาน ปปง. จะชะลอการคืนเงินไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
..........................
Better Regulation for Better Life
(พัฒนากฎหมายที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน)
