- 23 ก.พ. 2562
วอนคุก!?หนังสือชุมชนขอสนับสนุนเงินจัดงานรดน้ำผู้สูงอายุวันปีใหม่ไทยเกลื่อนเมืองคอน-แฉเทศบาล ฯสั่งยุบคณะกรรมการชุมชนทั้งคณะก่อนหน้าแล้ว 17 วัน-ชี้เข้าข่ายความผิดหลอกลวง ฉ้อโกงมีสิทธิ์ติดดกคุกหัวโต
(23 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วง 3-4วันที่ผ่านมาได้มีหนังสือที่จากชุมชนหน้าแขวงการทาง ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นชุมหนึ่งในสังกัดเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช เลขที่ พิเศษ/2562 ลงวันที่ 18 กุภาพันธ์ 2562 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์เงินงบประมาณ ส่งไปถึงผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปทั้งในเขตชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช และผู้ประกอบการในชุมชนอื่น ๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านค้าในตัวเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีข้อความระบุว่า “ด้วยชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช จะจัดกิจกรรมทำบุญปีใหม่และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุในวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2562 ณ.ที่ทำการชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช”
ข้อควานหนังสือย่อหน้าที่ 2 ยังระบุว่า “เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความมีมุติตา จิตต่อผู้มีพระคุณและผู้สูงอายุในชุมบนหนาแขวงการทางนครศรีธรรมราช จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์เงินงบประมาณเพื่อจัดอาหารสำหรับกินเลี้ยงแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวทั้งชุมชนประมาณ 1,000 คน หวังว่าคงได้รับความร่วมมือด้วยดี ขอขอบคุณมา ณ.โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อบุคลผู้หนึ่งที่ระบุว่าตำแหน่งรองประธานที่ปรึกษาชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช พร้อมประทับตรายางชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช เป็นหลักฐาน”
(23 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วง 3-4วันที่ผ่านมาได้มีหนังสือที่จากชุมชนหน้าแขวงการทาง ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นชุมหนึ่งในสังกัดเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช เลขที่ พิเศษ/2562 ลงวันที่ 18 กุภาพันธ์ 2562 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์เงินงบประมาณ ส่งไปถึงผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปทั้งในเขตชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช และผู้ประกอบการในชุมชนอื่น ๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบการร้านค้าในตัวเมืองนครศรีธรรมราช โดยมีข้อความระบุว่า “ด้วยชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช จะจัดกิจกรรมทำบุญปีใหม่และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุในวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2562 ณ.ที่ทำการชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช”
ข้อควานหนังสือย่อหน้าที่ 2 ยังระบุว่า “เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความมีมุติตา จิตต่อผู้มีพระคุณและผู้สูงอายุในชุมบนหนาแขวงการทางนครศรีธรรมราช จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์เงินงบประมาณเพื่อจัดอาหารสำหรับกินเลี้ยงแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวทั้งชุมชนประมาณ 1,000 คน หวังว่าคงได้รับความร่วมมือด้วยดี ขอขอบคุณมา ณ.โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อบุคลผู้หนึ่งที่ระบุว่าตำแหน่งรองประธานที่ปรึกษาชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช พร้อมประทับตรายางชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช เป็นหลักฐาน”
โดยได้มีการก๊อปปี้หนังสือฉบับดังกล่าวหลายร้อยแผ่น โดยทุกแผ่นรองปแระธานที่ปรึกษาชมรม ฯคนดียวกันจะเป็นผู้เซ็นชื่อกำกับและประทับตรายางไว้เป็นสำคัญ แต่จะเว้นไว้เฉพาะช่วงข้อความว่า “เรียน..... เพื่อให้ผู้ที่นำหนังสือดังกล่าวไปเขียนรายชื่อสถานประกอบการหรือบุคคลที่ต้องการอรับการสนับสนุนได้โดยสะดวก ทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับหนังสือฉบับดังกล่าวพากันเคลือบแคลงสงสัยเป็นอย่าง โดยเฉพาะข้อความที่ระบุว่าจะมีการจัดเลี้ยงคนมาร่วมกิจกรรมมากถึง 1,000 คน ถือว่าเป็นการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่เกินความเป็นจริง โดยหากมีผู้ร่วมงาน 1,000 คนจริง ๆ การประกอบอาหารจัดเลี้ยงและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จะสูงมากอาจจะเกิน 5 แสนบาทก็เป็นได้ และน่าสงสัยว่าหากเป็นหนังสือของชุมชนหน้าแขวงการทางจริง ๆ ผู้ที่มีตำแหน่งเป็นประธานชุมชนควรจะเป็นผู้เซ็นชื่อกำกับ หรืออาจจะเป็นรองประธานชุมชนที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานชุมชนเป็นคนเซ็นหนังสือ แต่ในกรณีนี้คนที่เซ็นชื่อระบุตำแหน่งแค่รองประธานที่ปรึกษาไม่น่าจะมีอำนาจเซ็นหนังสือนามชุมชน ฯ
ในขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้ารายหนึ่งที่ได้รับหนังสือดังกล่าว ระบุว่าตนคงไม่กล้าให้เงินสนับสนุนการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพราะก่อนหน้าที่มีหนังสือจากเทศบานคร นครศรีธรรมราช เลขที่ นศ.52007/00756 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง ให้คณะกรรมการชุมชนหนาแขวงการทางนครศรีธรรมราชพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ โดยหนังสือระบุถึงประธานชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช พร้อมสิ่งที่ส่งมาด้วยคือประกาศเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช 1 ฉบับ โดยได้ปิดประกาศคำสั่งไว้ ณ.ที่ทำกาชุมชน ซึ่งคนในชุมชนทราบโดยทั่วกันมาหลายวันแล้ว ทั้งนี้ในหนังสือของเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชระบุว่า ตามที่คณะกรรมการชุมชนหนาแขวงการทางนครศรีธรรมราชมีปัญหาความขัดแย้งกันและเริ่มทวีความรุนแรงถึงขั้นแบ่งพรรคแบ่งพวก ทำให้การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชนไม่เป็นไปตามทิศทางเดียวกันนั้น ทางเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชได้พิจารณาเห็นว่าปัญหาข้อขัดแย้งดังกล่าวหาข้อยุติมิได้ หากปล่อยไว้จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชุมชนและเทศบาล ฯ จึงให้คณะกรรมการชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราชพ้จากตำแหน่งคณะกรรมการชุมชนทั้งคณะ ตามประกาศเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช จึงเรียนมาเพื่อทราบและประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนคร นครศรีธรรมราช
หากพิจารณาจากคำสั่งและประกาศของเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช จะเห็นชัดเจนว่าคณะกรรมการชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราชทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งไปตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งในขณะนี้ทางเทศบาลอยู่ระหว่างการสรรหาคณะกรรมการชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราชุดใหม่ ยังไม่ได้มีคำสั่งและประกาศแต่ตั้งอย่างเป็นทางการ แต่กลับมีการออกหนังสือชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช ลงวันที่ 18 ก.พ. 2562 และนายเกษม อ รอดมณี ตำแหน่งรองประธานที่ปรึกษาชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราช เป็นคนลงนามท้ายหนังสือพร้อมประทับตราชุมชน ดังนั้นหนังสือดังกล่าวออกมาหลังคำสั่งปลดคณะกรรมการยกทั้งคณะถึง 17 วัน จึงไม่น่าจะเป็นหนังสือที่ชอบด้วยกฎหมาย และถือว่าเป็นการเจตนาออกหนังสือเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง
ส่วนประชาชนที่ได้รับหนังสือชุมชนหน้าแขวงการทางนครศรีธรรมราชอีกคนหนึ่งกล่าวว่า อยากให้ทางเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยเร่งด่วน เพราะมีข้อสงสัยและข้อขัดแย้งกับข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนหลายประการ หากเป็นหนังสือที่ออกโดยไม่ชอบจะเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาหลายข้อหา และทางเทศบาล ฯสามารถแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาปลอมแปลงเอกสารเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่าหนึ่งโดยมิชอบได้หรือไม่ และหากผู้ประกอบการและประชาชนคนไหนหลงเชื่อให้เงินสนับสนุนไปตามที่ขอก็จะเข้าข่ายการแอบอ้าง หลอกลวงต้มตุ๋น หรือฉ้อโกง หากผู้เสียหายหลาย ๆ รายก็เป็นการฉ้อโกงประชาชน ผู้ให้เงินคือผู้เสียหายสามารถแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ลงนามในหนังสือได้เช่นกัน
“ทางเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช จะต้องเร่งตรวจสอบและแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผู้ประกอบการและประชาชนทราบโดยเร่งด่วนว่าการที่บุคคลดังกล่าวออกหนังสือเพื่อขอสนับสนุนเงินจากผู้ประกอบการและประชาชนดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากออกโดยชอบหรือไม่ชอบก็ประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการ และหากออกโดยไม่ชอบก็เป็นการเตือนไม่ให้ผู้ประกอบการและประชาชนไม่หลงเชื่อมอบเงินสนับสนุนให้ตามที่ระบุขอในหนังสือ รวมทั้งควรดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป และหากออกโดยไม่ชอบในส่วนผู้ประกอบการและประชาชนที่หลงเชื่อมอบเงินสนับสนุนไปแล้วก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายเกษม รอดมณี ได้เช่นเดียวกันเพราะเป็นการกระทำที่เข้าข่ายการแอบอ้าง หลอกลวงต้มตุ๋น หรือฉ้อโกง หากมีผู้เสียหายหลายรายก็จะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ไม่สามารถยอมความกันได้ มีโทษตาม มาตรา 343 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช
