- 21 เม.ย. 2562
เจ้าแม่เขานางนอนเมืองคอนพ่นพิษนำทีมค้นหาผู้สูญหายเจอหลักฐานขบวนการลักลอบทำไม้เถื่อนมโหฬาร-พบตั้งโรงงานแปรรูปกลางป่าหลายจุดและไม้ซุงเรียงรายเพียบ-นายอำเภอ,ป้องกันจังหวัดนครศรีธรรมราชเห็นจะ ๆ กับตาประสานป่าไม้เข้าตรวจสอบ ตรวจยึดหาผู้ร่วมขบวนการอย่างเร่งด่วน
จากกรณีการปฏิบัติการค้นหา นายสุขเกษม สอนเฒ่า อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี หลังเดินทางมาเยี่ยมภรรยาและลูกที่พื้นที่ หมู่ 7 ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช และชวนลูกเขยพร้อมเพื่อนบ้าน เข้าป่าเพื่อตีรังผึ้งหลวงในป่าเทือกเขานางนอน และเกิดตกใจร้องตะโกนก่อนวิ่งหนีเตลิดหายตัวไปอย่างปริศนา ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของคืนวันที่ 13 เม.ย.2562 ที่ผ่านมา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ระดมกำลังค้นหาต่อเนื่องมาแล้ว 7 วันแต่ยังไม่พบตัวจนต้องมีการตั้งโรงครัวพระราชทานขึ้นเพื่อปรุงอาหารให้กับทีมงานค้นหา เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ (21 เม.ย.) ไปต้นไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(21 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่หลายฝ่ายระดมกำลังลงพื้นที่และจัดทีมแยกย้ายกันออกค้นหาในป่าเทือกเขานางนอน ซึ่งหากทรายภาพจากระยะไกลจะปรากฏเป็นเทือกเขาที่ลักษณะเหมือนผู้หญิงนอนหงาย มีอาณาเขตกว้างขวางกินพื้นที่ 2 จังหวัด โดยส่วนศรีษะและปอยผมอยู่ในเขต อ.ลำทับ จ.กระบี่ ส่วนตั้งแต่ลำคอ ลำตัวอยู่ใน พื้นที่เกิดเหตุ ต.กรุงหยัน อ.ท่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ในส่วนของเท้าอยู่พื้นที่ อ.บางขน และ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพื้นที่ตรีภูเขานางนอนจะมีถนนดินแดงตัดผ่านฝั่งด้านลางเป็นพื้นที่ขององค์การสวนยางกรุงหยัน จำนวน 31,600 ไร่ เป็นที่ดินที่กรมป่าไม้มอบให้ทำประโยชน์ ตามมติคณะรัฐมนตรี แต่ในพื้นที่ฝั่งเทือกเขานางนอนเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ถูกนายทุนและชาวบ้านบุกรุกแผ้วถางและยึดครองหลายพันไร่เพื่อทำประโยชน์โดยการปลูกยางพารา โดยเฉพาะในจุดด้านหน้าของที่ตั้งศูนย์อำนวยการค้นหาผู้สูญหายซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติถูกบุกรุกแผ้วถางจนเตียนโล่งแลมีร่องรอยเพิ่งผ่านการจุดปรนพื้นที่มาได้ไม่นานรวมพื้นที่ดังกล่าวประมาณ 20-30 ไร่
ซึ่งในช่วงหลายวันของการค้นหานายสุขเกษม ชาว จ.อุดร ที่สูญหายไปตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมาทีมอาสาสมัครที่ระดมกำลังค้นหาทั้งในภาคสวนของราชการและภาคเอกชน ได้พบเห็นความผิดปกติ ไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าอย่างมโหฬาร มีร่องรอยการไถดันนำเส้นทางขึ้นภูเขาทำให้รถแบ็กโฮสามารถขึ้นไปถึงกลางป่าลึก โดยชาวบ้านในพื้นนี้ยืนยันว่ารถแบ็กโฮเพิ่งลงจากภูเขาเมื่อไม่กี่วนมานี่เอง โดยที่ผ่านมามีขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าขบวนการใหญ่แอบแฝงเข้ามาทำไม้เถื่อนในพื้นที่ป่าเทือกเขานางนอนมานานนับ 10 ปีแล้ว ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่บนภูเขานางนอนถูกตัดโค่น ชักลาก และแปรรูปลำเลียงลงมาใส่รถบรรทุกนำออกไปจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยชาวบ้านไม่มีใครกล้าโวยวายเพราะไม่แน่ใจว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองคนใดอยู่เบื้องหลงหรือไม่ อย่างไร ชาวบ้านเกรงจะไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจึงปิดปากเงียบมาตลอด
ในขณะที่อาสาสมัครทีมค้นหาที่เดินค้นหาขึ้นไปในป่าบนเทือกเขานางนอนพบเห็นจุดที่มีการตั้งโรงงานแปรรูปไม้เถื่อนเป็นช่วง ๆ กว่า 10 จุด และคาดว่าในพื้นป่าเทือกเขานางนอนจะมีจุดแปรรูปไม้กระจายอยู่เต็มพื้นที่อีกจำนวนมาก และยังพบไม้แปรรูปขนาดต่าง ๆ วางอยู่ในแต่ละจุดในป่าจำนวนมากรวมหลายพันชิ้น และในหลายจุดมีการก่อสร้างบ้านโดยไม้แปรรูปขนาดต่าง ๆ ทั้งหลัง โดยมีอยู่หลังหนึ่งใช้ไม้ซุงทั้งต้นทำเสาบ้านยกสูง และในส่วนอื่น ๆ ทำด้วยไม้แปรรูปขนาดต่าง ๆ มุงหลังคาด้วยกระเบื้อง ใต้ถุนบ้านมีกองไม้แปรรูปหลายขนาดกองอยู่กองใหญ่มีไม้แปรรูปรวมกันหลายร้อยแผ่น ซึ่งหลังจากสร้างบ้านเสร็จทิ้งไว้ระยะหนึ่งให้ไม้ดูเหมือนเก่าก็จะทำการรื้อบ้านเอาไว้ทั้งหมดไปขายโดยวิธีการดังกล่าวเป็นวิธีการที่ขบวนการลักบอลทำไม้เถื่อนจะทำขึ้นเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ว่าเป็นไม้เก่าที่ได้จากการรื้อบ้าน และใค้ถุนบ้านยังมีเครื่องเลื้อยยนต์แบบสายพานขนาดกลางวางอยู่ 1 ตัว โดยมีแผ่นสแลนสีเขียวคลุมปิดเอาไว้ โดยมีอาสาสมัครหลยรายได้ถ่ายภาพส่งร้องเรียนไปยังสื่อมวลชนหลายสังกัดด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าห่างริมถนนดินแดงห่างจากศูนย์ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายเพียง 30 เมตร ซึ่งเป็นที่ลุ่มมีการตัดกอไผ่ไปสุ่มเอาไว้ แต่พบว่าใต้กองต้นไผ่ดังกล่าวมีไม้ซุงไม่ทราบชนิดขนาด 1-2 คนโอบวางเรียงอยู่ไม่น้อยกว่า 20 ท่อน เชื่อว่าเป็นไม้ซุงผิดกฎหมายที่ขบวนการทำไม้เถื่อนเทือกเขานางนอนตัดและชักลากมากองเอาไว้เพื่อรอการบรรทุกออกไปขายหรือรอการแปรรูปในบริเวณใกล้เคียง แต่มาเกิดเรื่องนายสุขเกษม ชาวอุดรธานี หลงป่าสูญหายเสียก่อน และขบวนกาทำไม้เถื่อนไม่สามารถขนย้ายไม้เถื่อนในพื้นที่ทั้งไม้ซุงและไม้แปรรูปออกจากพื้นที่ได้ทันจนทีมค้นหานายสุขเกษม เกิดไปแปพบโดยบังเอิญจึงถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ทหารกองทัพภาคที่ 4 ที่นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจค้นหานายสุขเกษม ในมุมสูงก็พบเห็นป่าเทือกเขานางนอนถูกตัดโค่นจนพื้นป่าแหว่งเป็นจุด ๆ ตลอดแนวเทือกเขานางนอน
ชาวบ้านในพื้นที่คนหนึ่ง กล่าวว่า เขาทำกันมานานแล้ว ทำกันจนไม่รู้ส่าไม้ขนาดใหญ่ถูกตัดโค่น ชักลากบรรทุกไปขายและตั้งโรงงานแปรรูปไม้ทยอยนำออกไปขายมาแล้วไม่รู้สักกี่พันกี่หมื่นต้น ซึ่งป่าเทือกดขานางนอนเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญในพื้นที่ 4 อำเภอ 2 จังหวัดส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมาก ส่วนจะมีนายทุนหรือข้าราชการผู้มีอำนาจร่วมขบวนการหรือไม่ เป็นใครบ้างนั้นชาวบ้านคงไม่มีใครทราบรายละเอียด จึงอยากเรียกร้องให้จังหวัดนครศรีธรรมราชและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและหามาตรการในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ก่อนที่พื้นป่าเทือกเขานางนอนจะถูกบุกรุก ผ้าถางตัดโคนป่าไปมากกว่านี้
“การที่นายสุขเกษม ชาว จ.อุดรธานี มาเยี่ยมลูก เยี่ยมเมียและเกิดสูญหายในป่าเทือกเขานางนอน และเล่าลือกันว่าเกิดจากอาถรรพ์เจ้าแม่เขานางนอนนั้น ชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อว่าเจ้าแม่เขานางนอนกักตัวนายสุขเกษม เอาไว้เพราะต้องการให้ผู้หลักผู้ใหญ่ ในประเทศนี้รวมทั้งสื่อมวลชนเดินทางเข้ามาในพื้นที่จะได้เห็นกับตาตัวเองว่ามีขบวนการลักลอบทำไม้เถื่อนขบวนการใหญ่ในป่าเทือกเขานางนอนแห่งนี้ เพราะหากเจ้าแม่เขายางนอน เจ้าที่ เจ้าป่า เจ้าเขามีจริงการตัดไม้ขนาดใหญ่ในป่าเทือกเขานางนอนเท่ากับการตัดแขน ตัดขาเจ้าแม่เขานางนอนไปด้วยเป็นการบุกรุกตัดไม้ ขับไล่เจ้าที่ เจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าแม่เขานางนอน หากปล่อยไว้เมื่อป่าหมดเจาป่า เจาเขา เจ้าแม่เขานางนอนก็จะไม่มีที่อยู่อาศัย จึงตั้งใจ จงใจกักตัว บังตาร้อนเร้นนายสุขเกษมอาไว้เพื่อจุดประสงค์ดังกล่าวก็เป็นได้”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายนพดล กีรติกรพิสุทธิ์ นายอำเภอทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ในฐานะผู้อำนวยการ ศบก.อำเภอทุ่งใหญ่ นายตระกูล หนูนิล ป้องกันจังหวัดนครศรีธรรมราช และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่เดินทางไปร่วมค้นหานายสุขเกษม ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาและได้พบเห็นขบวนการทำไม้เถื่อนในป่าเทือแกเขานางนอนอย่างชัดเจน ถึงอับอึ้งและตกใจเป็นอย่างมาก จึงได้ประสานและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดนครศรีธรรมราชเดินทางไปตรวจสอบลำการตรวจยึดไม้ซุง ไม้แปรรูปที่พบเห็นบางส่วนรวมทั้งพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกแผ้วถางริมถนนห้าที่ตั้งศูนย์ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายประมาณ 20-30 ไร่ ด้วย โดยหลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจการค้นหานายสุขเกษม ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกทำไม้เถื่อนและสอบสวนติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ สำนักข่าทีนิวส์นครศรีธรรมราช
