ย้อนรอยโศกนาฏกรรมความรัก!! ๒๖ กรกฎาคม วันคล้ายวันสิ้นชีพิตักษัย หม่อมเจ้าทิพยสัมพันธ์ พระชายาใน กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์#วันนี้ในอดีต!!

ย้อนรอยโศกนาฏกรรมความรัก!! ๒๖ กรกฎาคม วันคล้ายวันสิ้นชีพิตักษัย "หม่อมเจ้าทิพยสัมพันธ์" พระชายาใน "กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์"#วันนี้ในอดีต!!

Publish 2017-07-26 09:53:41

            เรื่องราวของโศกนาฏกรรมความรักที่เกิดขึ้นในราชสำนัก นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ และยากที่จะลืมคงไม่พ้นเรื่องของคู่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กับหม่อมเจ้าหญิงทิพยสัมพันธ์ ภาณุพันธุ์ พระธิดาองค์โตในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้า ภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช (สมเด็จวังบูรพา)

 

(หม่อมเจ้าทิพยสัมพันธ์)

            พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ เป็นพระธิดาองค์โตในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช กับหม่อมเลี่ยม ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม ศุภสุทธิ์) สตรีชาวเพชรบุรี เมื่อแรกประสูติทรงฐานันดรศักดิ์เป็น "หม่อมเจ้า" พระบิดาทรงออกพระนามว่า "หญิงทิพย์" ประสูติ ณ วังบูรพาภิรมย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๒๘ ส่วนพระนาม หม่อมเจ้าทิพยสัมพันธ์ ภาณุพันธุ์ นั้นได้รับพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งยังทรงมีความใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เพราะโปรดให้ตามเสด็จประพาสหัวเมืองด้วยเสมอ



             ซึ่งในสมัยนั้นกล่าวกันว่า ท่านหญิงทิพย์เป็นกุลสตรีที่มีพระสิริโฉมงดงามและเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติที่ฝ่ายในพึงมี หลังการเกศากันต์ได้ไม่นานท่านหญิงทิพย์ก็ได้เข้าไปฝึกหัดอย่างชาววังในสำนัก ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์ สุนทรศักดิกัลยาวดี กรมขุนสุพรรณภาควดี เรียนรู้การเรือน และภาษาต่างประเทศตามที่กุลสตรีชั้นสูงพึงมี คุณสมบัติเพียบพร้อมสมบูรณ์ทุกประการ ทั้งยังทรงมีความใกล้ชิดกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เพราะโปรดให้ตามเสด็จประพาสหัวเมืองด้วยเสมอ

            ด้วยความเห็นชอบว่าสมกันดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ จึงทูลกับสมเด็จวังบูรพาผู้เป็นพระอนุชาว่า

"จะขอหม่อมเจ้าหญิงทิพย์สัมพันธ์ให้ไปเป็นชายาพระราชโอรสของพระองค์คือ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าชายอาภากร เจ้าชายหนุ่มรูปงามที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรทหารเรือจากประเทศอังกฤษ" 

 

( พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์)

            หม่อมเจ้าหญิงทิพย์สัมพันธ์ก็มิได้ขัดข้องแต่ประการใด จึงเกิดงานมงคลสมรส สร้างความปลื้มปิติยินดีไปทั่ววังหลวง พระเจ้าอยู่หัวเองก็ทรงพอราชหฤทัย เป็นอย่างยิ่ง ถึงกับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ทั้งสองพระองค์เข้ารับพระราชทานน้ำสังข์ในพิธีอภิเษกสมรส ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง และพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารอีกด้วย นับเป็นงานสมรสงานแรกในประเทศไทยที่มีการรื่นเริงเลี้ยงอาหารซึ่งเป็นแบบอย่างต่อกันมาจนปัจจุบัน

           ในตอนค่ำวันเดียวกันนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย และเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ เจ้าคุณจอมมารดาแพ ออกไปส่งตัวท่านหญิงที่วังนางเลิ้ง อันเป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเป็นที่ประทับ ทั้งสองพระองค์ทรงครองรักกันเรื่อยมาจนมีพยานรักร่วมกันเป็นพระโอรส ๓ พระองค์ แต่แล้วความรักความสุขที่มีร่วมกันก็เริ่มจางไป ด้วยมีเรื่องต้องขุ่นข้องหมองใจอยู่เป็นนิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่ทางราชการของพระองค์ชายอาภากรที่มากขึ้น ทำให้มีเวลาอยู่ร่วมกันน้อยลง และอีกเรื่องที่เห็นจะเป็นชนวนใหญ่ของปัญหาชีวิตคู่นี้ ก็คือเรื่องที่พระองค์เจ้าชายอาภากร รับเอาหม่อมเล็กๆเข้ามาอยู่ในวังด้วย ทำให้ปัญหาต่างๆเริ่มสั่งสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

            หากย้อนไปพระองค์เคยทรงสู่ขอ "เจ้าหญิงบัวชุม ณ เชียงใหม่" (เป็นธิดาของเจ้าดวงทิพย์ ซึ่งเป็นราชบุตรองค์ที่ ๑๐ ของเจ้าราชวงศ์ มหาพราหมณ์คำคง และเป็นอนุชาของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ด้วยพระองค์เองกับ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี แต่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวลอ้างเอาความเยาว์วัยของเจ้าบัวชุมเป็นข้อขัดข้อง ทำให้พระองค์ทรงผิดหวังมาก

            หลังจากนั้นเมื่อเจ้าบัวชุมอายุได้ ๓๕ ปีแล้ว เจ้าบัวชุมได้สอนเปียโนให้หม่อมเจ้าหญิงจารุพัตรที่วังกรมหลวงชุมพร เสด็จในกรมก็ยังไม่ทรงลืมความหลัง รับสั่งกระเซ้าเย้าหยอกตรงๆว่า  "เมื่อก่อนนี้เธอสวยมาก ฺฉันอยากได้เธอมาเป็นหม่อมของฉันจริงๆ เสียดายว่าฉันมีหม่อมมากไปเลยไม่อยากเอาชนะเธอ ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องมาเป็นหม่อมของฉันจริงๆ "

           ช่วงชีวิตหลังสมรสของพระองค์ แทบจะไม่ได้กลับวังของพระองค์ทรงกินนอน ฝึกสอนทหารเรือตลอดเวลา ตลอดจนทรงเดินทางทั้งส่วนพระองค์และราชการต่างเมืองบ่อยจึงไม่ใคร่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน หม่อมเจ้าหญิงทิพย์สัมพันธ์ ทรงมีพระอาการน้อยพระทัย พระสวามี ในวันหนึ่งก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น หม่อมเจ้าทิพยสัมพันธ์ ได้ตัดสินพระทัยปลงพระชนม์ชีพพระองค์เองด้วยการเสวยพระสุธาพิษ เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๑ และได้สิ้นชีพิตักษัยเวลา ๑๐.๕๐ นาฬิกา พระชนม์ ๒๓ ปี ขณะที่หม่อมเจ้ารังษิยากร พระโอรสองค์เล็กมีพระชนมายุได้เพียง ๑ พรรษา โดยพระองค์ได้เอ่ยคำสุดท้ายไว้ว่า

"คนที่เรารัก..ก็ยังมิค่อยได้อยู่ใกล้"

           

(พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา พระโอรสในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และหม่อมเจ้าทิพยสัมพันธ์)

 

               โศกนาฏกรรมในครั้งนี้สร้างความโทมนัสให้แก่สมเด็จวังบูรพาผู้เป็นพ่อและพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕  ผู้ทรงเป็นลุงแท้ๆทรงสลดพระทัย จึงทรงเมตตาแก่พระโอรสพระองค์ใหญ่ของหม่อมเจ้าทิพยสัมพันธ์เป็นอันมาก ถึงกับสถาปนาโปรดเกล้าฯขึ้นเป็นหลานเธอ นามว่า "พระหลานเธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา" และสถาปนาพระอัฐิพระมารดาขึ้นเป็น "พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์"


(พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์)

 

          ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงบันทึกไว้ในจดหมายราชกิจรายวัน มีความบางตอนเกี่ยวกับการสิ้นชีพิตักษัยของท่านหญิงทิพย์ ความว่า

"วันนี้เวลาเช้า ๕ โมงเศษ หม่อมเจ้าทิพยสัมพันธ์ในกรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์สิ้นชีพตักไษยเพราะเสวยยาพิศม์ เวลาค่ำโปรดให้กรมขุนสมมุต (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ กรมพระสมมติอมรพันธุ์) เสด็จไปเยี่ยมสมเด็จกรมพระ (สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช) แลในเวลาค่ำวันนี้ได้มีการรดน้ำแลแต่งศพเหมือนอย่างที่ไว้ที่บ้าน แล้วแห่ศพไปฝัง ณ สุสานวัดเทพศิรินธร์ พระราชทานกลองชนะ ๑๐ จ่าปี ๑ ฉัตร เบ็ญจา ๑๒ คัน..."

 

(สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช)

 

          สมเด็จวังบูรพา ผู้เป็นบิดา ทรงโศกเศร้าเสียพระทัยเป็นอย่างมาก พระพลานามัยก็ทรุดโทรมเพราะตรอมพระทัยจากการสูญเสียพระโอรสธิดาในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้นิพนธ์กลอนขึ้นมาบทหนึ่ง ความว่า

"เขาไม่รักเราแล้วหนอพ่อจะเลี้ยง 
ถึงเวียงวังเราก็มีที่อาศัย 
เขาไม่รักเราแล้วก็แล้วไป 
จะไปรักใครเขาใยให้ป่วยการ"

 

 

 

ที่มาจาก : เพจ ประวัติศาสตร์ชาติไทยก่อนและหลัง พ.ศ ๒๔๗๕


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน