"พระพยอม" เตือน "ม็อบพระ-คสช." ใช้สติปมตั้งสังฆราช !! -หันหน้าสามัคคี ดีกว่าชนแหลกแตกแยกทั้งแผ่นดิน

ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th

 

วันนี้ ( 14 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระพยอม กัลยาโณ แสดงความเห็นผ่านโลกโซเชียล  โดยเขียนผ่านคอลัมน์  "พระพยอมวันนี้"  วิจารณ์ประเด็นเดือดม็อบพระที่ไม่พอใจคำตัดสินจากผู้ตรวจการแผ่นดิน  ที่วินิจฉัยว่าการแต่งตั้งสังฆราชต้องให้นายกเสนอรายชื่อก่อน ส่งต่อให้มหาเถรสมาคม ทำให้กลุ่มสมเด็จช่วงไม่พอใจร่วมกันล่า 20,000 ชื่อถอดถอนผู้ตรวจการฯ    

 

 

 

                          พร้อมระบุว่า  "คำว่า “ถอย” ยังมีความศักดิ์สิทธิ์ ยังมีประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ อย่างคำว่า “ถอยหลังเข้าคลอง” เขาว่าไปไม่รอด เหมือนการถอยหลังแบบชนิดที่ไม่เจริญ แต่จริงๆคำว่าถอยหลังเข้าคลองมีความหมายจากการที่เราเอาเรือออกทะเลแต่เกิดพายุขึ้น ถ้าเราไม่ถอยหลังเข้าคลองเรือเราอาจจะล่มก็ได้

 

 

 

                                อย่างกรณีการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชที่คณะสงฆ์ยอมถอยเพราะไม่อยากไปขัดแย้งกับรัฐบาล เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า “จงอนุวัฒน์ตามพระราชาของแว่นแคว้นต่างๆบ้าง อย่าไปกระด้างกระเดื่อง” รัฐบาลเองก็เป็นองค์อุปถัมภ์ศาสนาเหมือนกัน คงจะไม่ทำลายศาสนาให้ย่อยยับแน่ เพราะคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี ก็ยังกราบไหว้พระอยู่

 

 

 

 

ส่วนพระสงฆ์เองก็มีพระผู้ใหญ่อย่างพระพรหมโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ บอกให้วัดต่างๆปลดป้ายสนับสนุนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (สมเด็จช่วง) ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชลงเสีย เพื่อไม่ให้เป็นเรื่องขัดแย้งกับรัฐบาล เมื่อพระผู้ใหญ่ออกมาให้สติ ให้ข้อคิดอย่างนี้แล้วก็อย่าไปแข็งขืนเลย เพราะจะไม่ดีทั้ง 2 ฝ่าย

 

 

 

เขาบอกว่าวัดกับบ้านขัดกันก็บรรลัย ไม่รู้ว่าวัดกับรัฐบาลขัดกันจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นควรจะอยู่กับความถูกต้อง ดีงาม อย่าไปทำอะไรให้ศาสนากับรัฐหรือฝ่ายปกครองต้องต่างคนต่างอยู่แล้วก็ดูกันตาปริบๆ ถ้ามีอะไรที่ต้องการขอร้องให้รัฐช่วยปกป้องคุ้มครองอุปถัมภ์เราจะเชื่อมต่อกันลำบาก เพราะไปประกาศขัดแย้งกับเขาซะแล้ว

 

 

 

                               รัฐบาลก็เช่นกัน ถ้ายังมีพระรูปหนึ่งรูปใดฝ่าฝืนแข็งขัน พระฮาร์ดคอร์ไปต่อว่ารัฐบาลชนิดที่ต่างคนต่างอยู่ อย่ามายุ่งกัน ไม่ใช่มีพระสงฆ์ทั้งประเทศพูดเช่นนั้นหรอก อาจแค่ 1 รูป 2 รูป 10 รูป 100 รูป แต่อีกเป็นหมื่น เป็นแสนรูปไม่ได้พูด ก็อย่ามาโกรธเคืองเหมาเข่งกัน จะได้อยู่ร่วมกัน ทำประโยชน์ร่วมกัน เรียกว่าอุปถัมภ์พระศาสนาให้เข้มแข็ง ประชาชนและสัตว์โลกก็จะมีที่พึ่ง เราก็จะอยู่อย่างมีที่พึ่ง ไม่ว้าเหว่ ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ ตัวใครตัวมัน ว้าเหว่แน่นอน

 

 

 

 

                         ยังไงสามัคคีก็ต้องดีกว่าแตกแยก เพราะสามัคคีจะทำให้หนักกลายเป็นเบา ยากกลายเป็นง่าย ช้ากลายเป็นเร็ว ภัยมากก็จะกลายเป็นภัยน้อย ขอให้ร้อยใจกันระหว่างคณะสงฆ์กับรัฐบาล สมานฉันท์กันให้ได้ แม้ว่านักการเมืองสมานฉันท์กันไม่ได้ก็ขอให้พระสงฆ์กับรัฐบาลสมานฉันท์ ปรองดองกันให้ได้

 

 

เจริญพร

 

 

 

 

ที่มา : konthaiuk.co.th