- 07 ก.ค. 2559
นับถอยหลังจากวันนี้ก็คือวันที่ 7 กรกฎาคม ถึงวันที่ 7 สิงหาคม ก็เหลือเวลาอีกแค่เพียง 1 เดือนเท่านั้นสำหรับวันออกเสียงประชามติ
นับถอยหลังจากวันนี้ก็คือวันที่ 7 กรกฎาคม ถึงวันที่ 7 สิงหาคม ก็เหลือเวลาอีกแค่เพียง 1 เดือนเท่านั้นสำหรับวันออกเสียงประชามติ ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ ซึ่งนี้ก็ถือว่าเป็นการชี้ชะตาอนาคตของประเทศครั้งสำคัญครั้งหนึ่ง
โดยล่าสุดนั้นก็เป็นทางด้านของมาสเตอร์โพลที่ออกมาเปิดเผยผลสำรวจกลุ่มผ้ำชุมชนซึ่งพบว่ายังคงให้การสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย และไม่รู้สึกเป็นกังวลที่บรรดานักการเมืองออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้
รศ.ดร.เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล ประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพล เรื่อง "คนไทยเข้าใจรัฐธรรมนูญแล้วหรือยัง" โดยศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวน 1,104 ชุมชน จาก 26 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1-6 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าแกนนำชุมชนร้อยละ 97.6 ระบุทราบมาก่อนแล้วว่าจะมีการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ขณะที่ร้อยละ 96.7 ระบุทราบจากรายการเดินหน้าประเทศไทย ร้อยละ 85.8 ระบุทราบจากรายการคืนความสุขให้คนในชาติ และร้อยละ 76.7 ระบุทราบจากเจ้าหน้าที่ทหาร/หน่วยทหารในพื้นที่
เมื่อสอบถามถึงการมีโอกาสในการอ่าน/ติดตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พบว่าประมาณ 2 ใน 3 ระบุเคยอ่านมาบ้างแล้ว ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เช่นเดียวกันกับผลสำรวจการยอมรับต่อประเด็นสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ พบว่าสัดส่วนของแกนนำชุมชนที่ยอมรับประเด็นสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็น “ความเป็นสากลที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย” ที่พบว่าแกนนำชุมชนร้อยละ 93.6 ระบุยอมรับ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 93.5 ระบุเห็นด้วยว่าการทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นหนทางไปสู่ประชาธิปไตย และมากกกว่าครึ่งหนึ่งคือร้อยละ 65.7 ระบุไม่รู้สึกกังวลกรณีที่มีกลุ่มการเมืองเก่าออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการลงประชามติ ในขณะที่ประมาณ 1ใน 3 หรือร้อยละ 34.3 ระบุรู้สึกกังวลในเรื่องนี้
สำหรับประเด็นความมั่นใจเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของการลงประชามตินั้นพบว่า แกนนำชุมชนส่วนใหญ่คือ ร้อยละ 84.5 ระบุมั่นใจว่าการลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และยังพบว่ามากกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บอกว่าถ้าทำประชามติไม่ผ่านก็ทำใหม่ เพราะอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้ง ในขณะที่ร้อยละ 7.8 ระบุไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า ถ้าครั้งแรกที่ประชาชนไม่ยอมรับครั้งต่อไป ก็ยากที่จะยอมรับ น่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ รวมถึงคิดว่าการเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องทำประชามติก็ได้
นอกจากนี้แกนนำชุมชนร้อยละ 69.2 คิดว่าการลงประชามติในครั้งนี้ “น่าจะผ่าน”ในขณะที่ร้อยละ 6.0 ระบุคิดว่าไม่ผ่าน และพบว่าสัดส่วนของแกนนำชุมชนที่มีข้อมูลเพียงพอที่จะตัดสินใจได้แล้วนั้นมีอยู่ถึงร้อยละ 70.0 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าตัวจากการสำรวจเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา
ประเด็นสำคัญสุดท้าย เมื่อสอบถามถึงการตัดสินใจของแกนนำชุมชนหากว่าวันนี้เป็นวันลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ พบว่าแกนนำชุมชนร้อยละ 91.7 ระบุคิดว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่า เพื่อความสงบสุขของประเทศ/รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีประโยชน์กับประชาชน/เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีช่วยพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น และเป็นรัฐธรรมนูญที่ทำเพื่อประชาชนและประชาชนมีส่วนร่วมทำให้ประชาชนมีความพึงพอใจ
ขณะเดียวกัน ก็เป็นเหมือนเช่นทุกๆ วัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และ นายจตุพร พรหมพันธ์ กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ถึง การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ในฐานะประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ โดยใช้เวลาประมาณ 6 นาที ว่า ที่ผ่านมาเราออกมาชุมนุมต่อสู้เรียกร้อง โดยเห็นว่าเป็นการออกมาทำหน้าที่ของประชาชนคนไทยเจ้าของประเทศ แม้ที่แล้วมาจะไม่มีเขียนในกฎหมายว่าประชาชนมีหน้าที่ออกมาต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ตอน "หน้าที่ประชาชน?" ว่า ปกติรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ก็มีเขียนเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว การที่จะรับหรือไม่รับร่าง รธน. ไม่ได้หมายความว่า เรารับได้หรือรับไม่ได้เพียงแค่บางมาตรา แต่เป็นการโหวตแบบเหมารวมทั้งฉบับ และวันนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ได้พูดเรื่องหน้าที่ของประชาชนในมาตรา 50 นั้น โดยทั้งหมดไม่ได้มีเฉพาะมาตรานี้ และ นายสุเทพ ต้องการนำร่าง รธน.อวดเพียงแค่เรื่องพื้นฐานเท่านั้น
ขณะที่การลงประชามติในครั้งนี้นั้นก็ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและผู้ที่ไม่เห็นด้วยคอยสร้างสถานการณ์ก่อกวนการลงประชามติ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีมีการพบเอกสารสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญปลอม และพบการเดินสายบิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่า การตรวจสอบเบื้องต้น พบเอกสารเหมือนกับที่กลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยใหม่แจกให้ตนเองที่ศูนย์ราชการ ซึ่งยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่า เอกสารดังกล่าวมีเจตนาบิดเบือนเนื้อหา หรือจัดทำเพื่อแสดงความเห็นต่าง และเอกสารถูกจัดพิมพ์จำนวนมาก จึงเชื่อว่าน่าจะมีกลุ่มนายทุนอยู่เบื้องหลังในการจัดทำ ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบมีความผิดจะหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดต่อไป ส่วนเรื่องการกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าการออกเสียงประชามติ ที่ กรธ. ส่งให้ กกต. ดำเนินการนั้น มีความคืบหน้าอย่างไร นายมีชัย กล่าวว่า ขณะนี้ไม่อยากไปกดดันการทำงานของ กกต. แต่บางเรื่องเห็นว่ามีความผิดจริง ซึ่งถือเป็นดุลยพินิจของ กกต. ในการพิจารณา
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีที่ทางกรรมการร่างรัฐธรรมนูญพบว่ามีเอกสารที่มีข้อความบิดเบือนสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแจกจ่ายให้กับประชาชนว่า ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่เห็นหลักฐานและเวทีแจงสาระสำคัญคำถามพ่วงประชามติยังไม่พบว่ามีเอกสารบิดเบือนแต่อย่างใด จึงได้หารือกับ กรธ. เพื่อขอดูหลักฐานเอกสารดังกล่าว ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าน่าจะเกิดจากข้อผิดพลาดในขั้นตอนการจัดพิมพ์มากกว่า แต่ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะต้องออกมาชี้แจง ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดพิมพ์และเผยแพร่เอกสาร
ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ภาพรวมความพร้อม ในการเตรียมทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 ส.ค. นี้ มีความพร้อมเต็มที่แล้ว เอกสารชุดสุดท้าย 17 ล้านฉบับ จัดพิมพ์เสร็จแล้ว รอจัดส่งพร้อมกับหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ที่จะมีการสรุปหลังจากมีการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดวันสุดท้ายในวันนี้ และคาดว่าจะส่งถึงมือประชาชนก่อนวันออกเสียงประชามติอย่างน้อย 20 วัน มั่นใจกระบวนการจัดส่งไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน ทั้งนี้ นายสมชัย แสดงความเป็นห่วงการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา เพราะการทำกิจกรรม อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายอื่น ๆ ของฝ่ายความมั่นคงได้ ส่วนการตรวบสอบการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายต่าง ๆ ที่ผ่านมา รวมถึงเอกสารที่มีการแจกจ่าย ไม่พบเข้าข่ายความผิด ปลุกระดม หรือหยาบคาย แต่หากเป็นเท็จ บิดเบือน ต้องรอให้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญยืนยันอีกครั้ง
