- 21 ก.ค. 2559
"สุวพันธุ์" เดินหน้าคดี "ธัมมชโย" เตรียมเข้าพบ "สมเด็จพระพุทธชินวงศ์"
ที่ผ่านมามีความพยายาม ดำเนินการตามกฎหมายกับ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย แต่ก็ยังไร้วี่แววในการเข้ามอบตัวของ พระธัมมชโยเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และส่วนหนึ่งเลยที่ถือว่าเป็นปัจจัยแวดล้อมทางสังคม นั่นคือบรรดาผู้ศรัทธา ศิษยานุศิษย์ ที่ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถดำเนินการเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับพระธัมมชโยได้ ทั้งนี้จึงต้องรอจังหวะ เวลาเหมาะสม นอกจากนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็จะมีกระแสข่าวการบุกจับกุมตัวพระธัมมชโย
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดี พระธัมมชโย ว่า แม้จะเป็นช่วงเข้าพรรษา แต่การดำเนินคดียังต้องเดินต่อ ซึ่งสัปดาห์หน้าตนจะขอเข้าหารือกับ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่หนกลาง และ พระราชวิสุทธิเวที เจ้าคณะภาค 1 อีกครั้ง ส่วนการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ได้มีการรายงานมายังตนว่าดำเนินการไปถึงขั้นไหนแล้ว ซึ่งสำนวนคดีขณะนี้อยู่ที่อัยการแล้ว ส่วนที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะเข้าขอดูอาการอาพาธของพระธัมมชโยนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าไปดูอาการ เมื่อถามว่า เมื่อไหร่เรื่องของพระธัมมชโยจะจบ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ว่ากันไป ที่ผ่านมาตนได้คุยกับบางท่านที่เกี่ยวข้องไปบ้างแล้วในเรื่องนี้
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการดำเนินคดีว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อยและให้การสนับสนุนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ทันทีหากมีการร้องขอกำลังในการเข้าตรวจค้นครั้งที่ 2ซึ่งตำรวจยังเฝ้าระวังด้านการข่าว และดูแลความปลอดภัยบริเวณรอบวัด ป้องกันผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะมีหมายจับ แต่ดูเหมือนว่าจะยังทำอะไรให้คืบหน้าไปมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะแรงกดดันทั้งหลาย ทั้งหมดจึงยังคงอยู่ที่ ฝ่ายกฎหมาย หรือดีเอสไอ ว่าจะดำเนินการเข้าขอหมายค้นรอบสองหรือไม่
นพ.มโน เลาหวณิช ในฐานะอดีตศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเตรียมขอหมายศาลเพื่อเข้าค้นวัดพระธรรมกายอีกครั้ง ว่า เชื่อว่าตอนนี้โอกาสหนีของ พระธัมมชโย มีสูงมาก เพราะไม่ได้มีคดีเดียว มีทั้งคดีเรื่องยึดป่า บุกรุกที่ดินส.ป.ก.ทั้งในนามตัวเองและในนามมูลนิธิ ส่วนดีเอสไอ ต้องเอาจริง แต่หากปล่อยไปจะเป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน ดังนั้นโอกาสที่ พระธัมมชโย จะหนีมีสูง แต่คงกลัวด้วยว่าถ้าหนีไม่พ้นแล้วถูกจับได้ ก็จะถูกจับสึก ขณะเดียวกันคงไม่มีการมอบตัวอย่างแน่นอน ดังนั้นดีเอสไอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการบุกจับ หรือการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งให้ พระทัตตชีโว พระถวัลย์ศักดิ์ พระมหาสมชาย พระครูใบฏีกาอำนวยศักดิ์ มุนิสโก และพระสุธรรม สุธรรมโม ที่ถือเป็น “5 เสือวัดพระธรรมกาย” เป็นผู้บริหารระดับสูงของวัดดังกล่าว ออกมาก่อน
ส่วน พระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรณ์วัดพระธรรมกายเจรจา และนายองอาจ ธรรมนิทาโฆษกคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย ไม่มีอำนาจบริหารจัดการ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แถลงถึงถึงความคิดเห็นตามพระราชบัญญัติประชามติ มาตรา 7 โดยแสดงความเห็นส่วนตัวว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง เพราะมองว่าจะช่วยแก้ปัญหาการเมืองล้มเหลว ป้องกันนักการเมืองฉ้อฉล เพิ่มอำนาจให้ประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ และนำไปสู่การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ดังนั้นส่วนตัวจึงเห็นว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่พร้อมกับคำถามพ่วงส่วนกรณีพระธัมมชโย ท่านมีการกระทำเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา เรื่องนี้จริงๆแล้วท่านต้องมามอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ท่านไปหลบหนีซ่อนตัวอยู่ในวัดพระธรรมกาย ดังนั้นแม้จะเป็นช่วงเข้าพรรษาท่านก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปจำวัดอยู่ในวัดพระธรรมกายอ้างว่าเข้าพรรษาอยู่แล้ว และเชื่อได้ว่ากระบวนการยุติธรรมก็ยังจะต้องดำเนินการไป
ไม่เพียงเท่านั้น สืบเนื่องจากกรณีมีการนำเสนอข่าว เจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง วัดต้นสน นำคณะสงฆ์จากวัดในภาคกลางกว่า 300 รูป เข้าร่วมพิธีถวายกำลังใจพระธัมมชโย ซึ่งประเด็นกลายเป็นที่พูดถึงเพราะพระที่จังหวัดอ่างทอง ออกมาระบุด้วยตัวเองว่า ในจังหวัดอ่างทองไม่มีพระอะไรไป มีเจ้าคณะจังหวัดกับพระเลขา ทั้งหมดสามองค์เท่านั้นที่ไป ติดตามจากรายงาน
