- 23 ก.ค. 2559
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคุณยาย ชื่อ ยายช้วน ป้อมลอย อายุ 68 ปี อาศัยอยู่บ้านไม่มีเลขที่ ในที่ของชลประทาน ม.4 ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง โดยเป็นบ้านที่ทรุดโทรม ใช้แผ่นสังกะสีเก่าตีปิดกันแ
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคุณยาย ชื่อ ยายช้วน ป้อมลอย อายุ 68 ปี อาศัยอยู่บ้านไม่มีเลขที่ ในที่ของชลประทาน ม.4 ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง โดยเป็นบ้านที่ทรุดโทรม ใช้แผ่นสังกะสีเก่าตีปิดกันแดดกันลมเท่านั้น ส่วนหลังคาก็ใช้สังกะสีเก่ามุงกันแดดได้บ้าง แต่กันฝนไม่ได้ รอบบ้านก็เป็นป่ารกร้าง เมื่อเข้าไปที่บ้านก็พบ คุณยายช้วน เพิ่งกลับมาจากเก็บผักบุ้งที่ริมคลองชลประทาน โดยคุณยายทำผักบุ้งเป็นกำๆ เพื่อจะเอาไปขายในตลาดตอนเย็น
คุณยายช้วน เล่าให้ฟังว่า ตนมีฐานะยากจน ยายมีลูกทั้งหมด 4 คน 3 คนแรกไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว ซึ่งลูกแต่ละคนก็มีฐานะยากจนเหมือนกัน ทำงานหาเช้ากินค่ำจึงไม่มีกำลังมาดูแลยายได้ เหลือแต่ลูกคนสุดท้อง ก็พิการสติไม่สมประกอบ ยายเลยต้องหาเลี้ยงลูกชายคนเล็กคนเดียว ด้วยการขายผักที่หาเก็บได้ตามริมคลองบ้าง กลางทุ่งนาบ้างแล้วแต่ว่าจะมีให้เก็บที่ไหน โดยหาเช้ากินค่ำไปวันๆ ยายก็ขายผักบุ้งกำละ 5 บาท และผักอื่น เช่น ชะอม สะเดา ตำลึง โดยจะทำขายกำละ 10 บาท บ้าง 5 บาทบ้าง บางวันก็ขายได้หมดก็โชคดี
บางวันก็ขายไม่หมดหรือไม่ได้ ก็พากันอดสองแม่ลูก ทุกวันยายต้องเดินมาขายผักจากบ้านมาที่ โรงเรียนป่าโมกวิทยาภูมิ ซึ่งเป็นระยะทางค่อนข้างไกล โดยยายมีลูกชายคนที่พิการอายุ 35 ปี ช่วยหาบของมาขายให้ รายได้จากการขายผักก็พอจะอยู่ได้บ้าง แต่ก็ลำบาก ร่างกายก็เริ่มแย่ทุกวัน สุดท้ายถ้าหากยายตายไป ใครจะดูแลลูกชายของตนที่พิการได้
โดยเพื่อนบ้านของคุณยายได้บอกว่า คุณยายอยู่กัน 2 คน กับลูกชายพิการ ส่วนลูกที่เหลือได้ไปทำงานที่อื่นกันหมด คุณยายแกลำบากมาก ก่อยหน้นนี้ได้เคยมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้นบ้างแล้ว แต่คุณยายก็ยังต้องเก็บผักขายประทังชีวิตเช่นเดิม
ตนเป็นเพื่อนบ้านช่วยยายบางครั้ง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก คุณยายนั้นมาอาศัยอยู่ในที่ของชลประทาน กลัวทางชลประทานจะมาไล่ ถึงตอนนั้นก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน
