- 02 ส.ค. 2559
น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่าหากร่างรัฐธรรมนูญของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ผ่านการทำประชามติ จะทำให้ผู
เมื่อวานที่ผ่านมา(1 ส.ค.) น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่าหากร่างรัฐธรรมนูญของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ผ่านการทำประชามติ จะทำให้ผู้ต้องหาจากคดีรับจำนำข้าวได้ประโยชน์เนื่องจากมีการลดเงื่อนไขให้มีการอุทธรณ์ในคดีทุจริตของนักการเมืองได้ง่ายขึ้น โดย นพ.วรงค์ได้กล่าวว่าในเรื่องการให้สิทธิ์นักการเมืองได้อุทธรณ์นั้น ตนได้ฟังและได้อ่านคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องอาทิ โฆษก กรธ.รวมไปถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าการให้สิทธ์นักการเมืองได้อุทธรณ์ทั้ง 2 ศาลนั้นเพื่อต้องการให้เป็นไปตามหลักสากล ดังนั้นเรื่องนี้ตนเห็นด้วย ที่ผ่านมาการให้นักการเมืองได้ขึ้นศาลแค่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพียงแค่ศาลเดียวนั้นทำให้ถูกวิจารณ์จากองค์กรระหว่างประเทศว่าเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชน จนมีการเรียกร้องให้ประเทศไทยต้องปรับตรงนี้ให้เป็นหลักสากลมากขึ้น
ส่วนเรื่องคดีรับจำนำข้าวนั้น ตนคิดว่าอย่างไรรูปคดีก็ยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าเขาถูกตัดสินว่าผิดในการขึ้นศาลครั้งแรก การขึ้นศาลครั้งที่ 2 ถ้าเขาไม่มีพยานหลักฐานใหม่ ก็คงไม่มีผลต่อรูปคดี เพราะเขาคงไม่มีอะไรไปสู้ในชั้นศาล เพียงแต่ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในการรับจำนำข้าวมีความเป็นสากลและยึดตามหลักสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ยืนยันว่าตนไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับนายอภิสิทธ์เลย เป็นเรื่องของมุมมอง ที่ตนมองแตกต่างจากนายอภิสิทธิ์เท่านั้นเอง
“บางคนก็อยากจะให้คดีนักการเมืองตัดสินเร็วๆ เวลามีการอุทธณ์ขึ้นมา เขาก็ไม่สบายใจ แต่ในเชิงหลักสากลแล้ว เขาก็ต้องการให้มีการอุทธรณ์ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลดีถ้าหากเรายังต้องการที่จะอยู่ในสังคมโลก เราก็ต้องปรับตัวเราให้เหมาะสม” น.พ.วรงค์กล่าว
