- 08 ส.ค. 2559
อยู่ๆ ก็รู้สึกดีใจขึ้นแว้บนึง ว่าถ้าต่อไปเกิดอะไรขึ้น ก็พูดได้เต็มปากว่า "ผมเตือนแล้ว"
วันที่ 8 ส.ค. ว่าที่ร้อยตรี ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก "Jessada Denduangboripant" ว่า
ตอนศาล รธน. ตัดสินแปลกๆ ผิดคาด แล้วมีผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลได้ (เช่น เรื่องแก้ รธน. เรื่องรถไฟฟ้า เรื่องล้มเลือกตั้ง) ทำเอาผมงงมากๆๆ จนมาสำนึกได้ว่าเป็นผลจากที่เคยไปรับ รธน. 2550 เลยทำให้ ตลก. มีอำนาจเหลือล้น ... บ่นก็ไม่ได้ เพราะไปรับ รธน. 50 มาเอง จากวลี "รับๆไปก่อน ค่อยแก้ทีหลัง"
ดังนั้น ใครที่คิดว่า "รับๆไปก่อน ค่อยอ่านทีหลัง" ผมเตือนแล้วนะ หุๆๆ
อ่านบทสัมภาษณ์ อ.สุขุม ดีกว่า ว่าต่อไปการเมืองไทยจะย้อนยุคไป 40 ปี ยังไงบ้าง
-----
"พรรค ส.ว. พรรคใหญ่สุดหลังรัฐธรรมนูญ 2559"
รศ.สุขุม วิเคราะห์ว่า ตอนนี้ สิ่งที่ผู้ถืออำนาจพยายามทำคือไม่ให้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสเป็นรัฐบาล ซึ่งด้วยระบบเลือกตั้งที่วางเอาไว้ไม่สนับสนุนให้มีพรรคขนาดใหญ่ พรรคที่จะมีที่นั่งมากสุดก็ไม่น่าเกินร้อยหกสิบ ร้อยเจ็ดสิบ แต่การจะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวต้องมีที่นั่ง 260 ขึ้นไป
“ผมไม่แน่ใจว่าพรรคการเมืองขนาดกลางจะมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นหรือเปล่า แต่ผมว่าจะทำอะไรไม่ค่อยได้ ถ้ารัฐธรรมนูญผ่าน แล้วมีการเลือกตั้ง มันจะได้รัฐบาลที่ว่านอนสอนง่าย รัฐบาลที่จะถูกควบคุมโดย ส.ว. ถ้า ส.ว. มองดูว่าไม่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่เขาร่างไว้และกำหนดให้รัฐบาลต้องรายงานทุก 3 เดือน ถ้าไม่ทำก็ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ จบ รอบนี้ ดูแล้วเขาจะใช้ ส.ว. นี่แหละ ไม่ให้นายกฯ ไม่ให้รัฐมนตรีกระดิกได้ ในยุคชาติชายไม่มีกฎบังคับว่ารัฐบาลต้องทำอะไรบ้าง แต่รอบนี้มียุทธศาสตร์บอกว่าต้องทำอะไรๆ บ้าง คือถ้า คสช. ตั้งนายกฯ เองอาจจะถูกต่อต้าน จึงมาใช้วิธีคุมด้วยกฎ แล้วเอาองค์กรมากำกับ ก็ต้องคอยดูกันว่าอีกฝั่งเขาจะดิ้นยังไง ถ้าเขาได้ขึ้นมา”
“การเมืองไทยหลังรัฐธรรมนูญ 2559 พรรค ส.ว. น่าจะเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด เพียงแต่ว่าเขาใช้ในทางนิติบัญญัติและควบคุม ไม่ได้ใช้อำนาจบริหาร”
“วันก่อนมีคนให้ผมไปทอล์คโชว์เรื่องประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า ผมบอกว่าถ้าผมปิดตาทุกคน แล้วเดินจูงไป ท่านทั้งหลายก็จะรู้สึกว่าก้าวไปข้างหน้า แต่ทันทีที่ผมเปิดผ้าปิดตาออก พวกท่านก็จะหันมาต่อว่าผม ทำไมพามาเจอของเก่าแบบนี้ เพราะมันไม่ได้ก้าวไปข้างหน้า แต่เดินเป็นวงกลม
