ผิดม.112 เลิกขึ้นศาลทหาร แต่…คสช.ต้องจัดการอย่างเด็ดขาด !!!

ภายหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ ได้ออกคำสั่งที่ 55/2559 เพื่อยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับคดีบางประเภทที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร เช่นการกระทำความผิดตามมาตรา 112 และการครอบครองอาวุธ คดี เครื่องกระสุนปืน

ภายหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ ได้ออกคำสั่งที่ 55/2559 เพื่อยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับคดีบางประเภทที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร เช่นการกระทำความผิดตามมาตรา 112 และการครอบครองอาวุธ คดี เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด

ซึ่งเมื่อช่วงเวลารายการ ยุคลถามตรง สนธิญาณฟังธงตอบ คุณตรง สนธิญาณ ได้แสดงทัศนะเอาไว้ โดยระบุว่าแม้รัฐบาลจะผ่อนปรนเกี่ยวกับการบังคับใช้กฏหมายแต่การดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดกับผู้ที่ทำผิดตามมาตรา 112 ต้องเดินหน้าอย่างเข้มข้น เนื่องจากขณะนี้คนกลุ่มนี้มีการปล่อบข่าวลืออัปมงคลถึงขนาดทำให้หุ้นไทยตกระนาวเลยทีเดียว

 

ทั้งนี้  ภาวะตลาดหุ้นไทยตลอดเดือนกันยายน  ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยดัชนีหุ้นไทยลดลงกว่า 136.59 จุด มาจากปัจจัยความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ที่อาจขึ้นเร็วกว่าที่คาด และปัจจัยลบภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นความเชื่อมั่น

ทั้งนี้การปล่อยข่าวลืออัปมงคลได้มีการกล่าวอ้างไปถึงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ รวมทั้งปรากฏชื่อของพ.ต.ต.เสงี่ยม สําราญรัตน์อดีตแอกนนำคนเสื้อแดง  รวมไปถึงนายทหารระดับสูงท่านหนึ่งที่มีอำนาจในการคุมกำลังพล

โดยสำนักข่าวทีนิวส์ ได้ติดต่อไปยัง พ.ต.ต.เสงี่ยม สําราญรัตน์ ว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มดังกล่าวหรือไม่แต่ไม่สามารถติดต่อได้

เพราะฉะนั้นคงต้องติดตามว่านายทหารระดับสูงที่ถูกพาดพิงหรือแม้กระทั่งพล.อ.เปรมจะดำเนินการกับกลุ่มขบวนการที่แอบอ้างอย่างไรกันบ้าง

เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าว ของ คำสั่งที่ 55/2559 จนนำมาสู่การคลี่คลายกระบวนการพิจรณาการบังคับคดีจากศาลทหารมาอยู่ที่ศาลพลเรือนเราจะได้มาลำดับดังต่อไปนี้

คณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ ออกคำสั่งที่ 55/2559 เรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับคดีบางประเภทที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร โดยคำสั่งระบุว่า ก่อนหน้านี้คสช.กำหนดให้การกระทำความผิดบางประเภทที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรและในระหว่างการประกาศใช้กฎอัยการศึกดังกล่าว อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหารนั้น เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวมาแล้วระยะหนึ่ง ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมืออย่างดีในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการควบคุมสถานการณ์และรักษาความสงบแห่งชาติตามกฎอัยการศึกจึงควรผ่อนคลายลง

บัดนี้ปรากฏว่าสถานการณ์บ้านเมืองในรอบ 2 ปีที่ผ่านมามีความสงบเรียบร้อยเป็นลำดับ ประชาชนต่างมีเจตนารมณ์และให้ความร่วมมือที่ดีในการนำประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การปฏิรูปประเทศตามขั้นตอน และการสร้างความสามัคคีปรองดองที่ถูกต้องเป็นธรรม ดังเห็นได้จากกระบวนการลงประชามติที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้รับความเห็นชอบจากประชาชนด้วยมติท่วมท้น

จึงสมควรผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ลงอีก เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้ใช้สิทธิ ปฏิบัติหน้าที่ของตน และได้รับความคุ้มครองตามกลไกของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งกำลังจะประกาศใช้ในเร็ววัน ตลอดจนตามหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ยกตัวอย่าง ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗

เรื่อง ความผิดที่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร

 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

 (๑) ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทและผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ตั้งแต่มาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๑๒

 (๒) ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่มาตรา ๑๑๓ ถึงมาตรา ๑๑๘ยกเว้นความผิดซึ่งการกระทําผิดเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘