- 29 ต.ค. 2559
เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) คณะที่ 36 ของสมัยประชุมที่ 71 ที่สำนักงานใหญ่ยูเอ็นในนครนิวยอร์ก ได้ประชุมนัดพิเศษเพื่อสดุดีและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภ
เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) คณะที่ 36 ของสมัยประชุมที่ 71 ที่สำนักงานใหญ่ยูเอ็นในนครนิวยอร์ก ได้ประชุมนัดพิเศษเพื่อสดุดีและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายปีเตอร์ ทอมสัน ประธานสมัชชายูเอ็น เริ่มวาระด้วยการกล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์กว่า 70 ปี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายต่อชาวไทย ยูเอ็นขอร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์ของไทย รัฐบาลและประชาชนชาวไทย แสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
จากนั้นที่ประชุมได้ขอให้สมาชิกยืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ต่อมา นายบัน กีมูน เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลและประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงเป็นพลังสำคัญของประเทศในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พระองค์ทรงทำให้ประเทศเกิดความมั่นคง ทรงริเริ่มโครงการพัฒนาในด้านต่างๆ
นายบัน กีมูน เลขาธิการยูเอ็น
จากนั้น ประธานกลุ่มยุโรปตะวันออกกล่าวว่า พระองค์ทรงทุ่มเทเพื่อความผาสุกของประชาชน ทุ่มเทอย่างหนักในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงเป็นที่รักของประชาชน
ประธานภูมิภาคแอฟริกากล่าวสดุดีว่า พระองค์ทรงเป็นนักพัฒนา และตลอด 70 ปี ทรงเป็นแสงสว่างส่องทางของประชาชนชาวไทย ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการพัฒนา การสวรรคตของพระองค์เป็นการสูญเสียไม่เฉพาะแต่คนไทย แต่เป็นการสูญเสียสำหรับคนทั่วโลก
ขณะที่ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของพระองค์ ซึ่งทรงทุ่มเทชีวิตตลอด 70 ปีที่ผ่านมาเพื่อความผาสุกของประชาชน พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในพระมหากษัตริย์ที่ปกครองประเทศนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในโลก การสวรรคตของพระองค์เสมือนการสูญเสียของคนทั่วโลก
ประธานกลุ่มภูมิภาคยุโรปตะวันตก กล่าวว่า พระองค์ทรงมีวิสัยทัศน์ยาวไกล ทรงปฏิบัติภารกิจมากมาย
ด้านนางซาแมนธา พาวเวอร์ ทูตสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าวว่า พระองค์ทรงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐมาโดยตลอด ที่สำคัญคือทรงประสูติในสหรัฐ พระองค์ทรงพยายามหาทางช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในไทย พระองค์เสด็จฯ ไปทุกภาคของประเทศ พัฒนาโครงการหลวงนับพันโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชน พระองค์ทรงเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ พระองค์ทรงเป็นเสมือนพระบิดาที่ชี้แนะทางแก้ปัญหาให้กับพสกนิกร ทรงริเริ่มโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เรียกว่าโครงการแก้มลิง พระองค์ทรงนำการพัฒนาแบบยั่งยืน พระองค์ทรงมีชีวิตเพื่อการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ
ปิดท้ายที่นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เป็นผู้กล่าวถวายสดุดีเป็นคนสุดท้าย กล่าวว่า พระองค์ทรงเป็นเสมือนแสงสว่างนำทางการพัฒนาในประเทศไทย นับแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงทำงานเพื่อช่วยพสกนิกร จัดทำโครงการหลวงกว่า 4,000 โครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนในชนบท งานพัฒนาของพระองค์ได้รับการยอมรับทั่วโลก ในช่วงที่ประเทศประสบวิกฤติ พระองค์ทรงเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชนชาวไทยมาตลอดUN
นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก
คลิปสดุดีในหลวงรัชกาลที่ 9
http://webtv.un.org/watch/general-assembly-36th-plenary-meeting-71st-session/5188986518001
สำหรับ สหประชาชาติ (อังกฤษ: United Nations; ตัวย่อ: UN) หรือ องค์การสหประชาชาติ เป็นองค์การระหว่างประเทศซึ่งมีความมุ่งหมายที่แถลงไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ความร่วมมือในกฎหมายระหว่างประเทศ ความมั่นคงระหว่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ กระบวนการทางสังคม สิทธิมนุษยชน และการบรรลุสันติภาพโลก สหประชาชาติก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1945 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อแทนที่สันนิบาตชาติ เพื่อยุติสงครามระหว่างประเทศ เพื่อเป็นเวทีสำหรับการเจรจา สหประชาชาติมีองค์กรจำนวนมากเพื่อนำภารกิจไปปฏิบัติ
สหประชาชาติมีสมาชิกทั้งหมด 193 ประเทศ ระบบสหประชาชาติอยู่บนพื้นฐานของ 6 เสาหลัก ได้แก่ สมัชชาใหญ่ คณะมนตรีความมั่นคง คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม สำนักเลขาธิการ และ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงคณะมนตรีภาวะทรัสตี (ปัจจุบันยุติการทำงานแล้ว) นอกจากนี้ยังมีองค์กรอื่น ๆ อีกเช่น องค์การอนามัยโลก ยูเนสโก และยูนิเซฟ ตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดของสหประชาชาติ คือ เลขาธิการสหประชาชาติ ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบัน คือ พัน กี-มุน ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2007 ต่อจากโคฟี อันนัน
เลขาธิการทำหน้าที่เสมือนเป็นโฆษกและผู้นำองค์การสหประชาชาติโดยพฤตินัย เลขาธิการองค์การสหประชาชาติคนปัจจุบัน คือ ปัน กี มุน ซึ่งรับตำแหน่งต่อจากโคฟี อันนัน ใน ค.ศ. 2007 โดยมีกำหนดสิ้นสุดวาระที่สองของเขาใน ค.ศ. 2016
ตำแหน่งนี้ ซึ่งแฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์มองว่าเป็น "ผู้ดูแลโลก" ถูกนิยามไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติว่าเป็น "ผู้นำการบริหารขององค์การ" และกฎบัตรยังได้ระบุว่าเลขาธิการสหประชาชาติสามารถยก "ปัญหาใด ๆ ที่เขาเห็นว่าอาจส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงของนานาชาติ" ขึ้นเพื่อให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติพิจารณาได้ ทำให้บทบาทของเลขาธิการสหประชาชาติมีขอบเขตกว้างขวางมากขึ้นในเวทีโลก ตำแหน่งเลขาธิการแห่งสหประชาชาติจึงมีสองบทบาท ทั้งผู้บริหารสหประชาชาติ และนักการทูตหรือผู้ไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทระหว่างประเทศสมาชิก และหาข้อยุติให้กับปัญหาระดับโลก[11] เลขาธิการสหประชาชาติมีหน้าที่ที่จะควบคุมปฏิบัติการรักษาสันติภาพ การควบคุมองค์กรสากล การรวบรวมข้อมูลจากข้อตัดสินใจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและพูดคุยกับผู้นำรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ
เลขาธิการสหประชาชาติถูกแต่งตั้งจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หลังจากที่ได้รับมติมาจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การเลือกเลขาธิการสหประชาชาติมีสิทธิ์ถูกยับยั้งจากสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและตามทฤษฎีแล้ว สมัชชาใหญ่จะสามารถเปลี่ยนการสนับสนุนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ หากไม่ได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ แต่ก็ยังไม่เคยเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น] ตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติไม่ได้ถูกกำหนดคุณสมบัติแน่ชัด แต่เป็นที่ยอมรับกันว่าอยู่ในตำแหน่งวาระละห้าปีได้หนึ่งหรือสองวาระ ตำแหน่งควรจะเวียนไปตามภูมิภาคของโลก และต้องไม่ได้มาจากประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
อ้างอิงจาก webtv.un.org
เรียบเรียบโดย ชนุตรา เพชรมูล สำนักข่าวทีนิวส์
