- 24 พ.ย. 2559
ถ้าไม่ผิดก็ต้องออกมาชี้แจง!!!"ประวิตร" มั่นใจ"ธัมมโย" ยังอยู่ในไทย ยันยึดกฏหมายจัดการหากต้องเผชิญหน้า (รายละเอียด)
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เตรียมเข้าจับกุมพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย หลังจากอัยการมีคำสั่งฟ้องพระธัมมชโย กับพวก ในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และรับของโจร ว่า เรื่องนี้ควรถามไปถามพล.อไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ส่วนตนไม่ห่วงอะไร ค่อยๆ ว่ากันไป ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมดูแล โดยตนให้การสนับสนุน แล้วแต่ว่าจะตกลงใจอย่างไร และไม่มีความกังวลหากต้องเผชิญหน้ากันเพราะว่าทำตามกฎหมาย
“เราทำตามกฎหมาย จะไปกังวลอะไร เพราะถ้ากังวล ตามกฎหมายก็คงไม่ต้องทำอะไรแล้ว ไม่รู้อยู่กันไปอย่างไร เราทำตามกฎหมายทุกอย่าง ไม่ต้องห่วง และคงยังตอบไม่ได้ว่าจะสามารถจับตัวได้ภายในสมัยรัฐบาลนี้หรือไม่ จะตอบได้อย่างไร ต้องดูว่าทุกอย่างเดินตามกฎหมาย”
ส่วนกรณีที่ว่า ขณะนี้พระธัมมชโยยังอยู่ในเมืองไทยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังอยู่ ไม่ไปไหน มั่นใจว่าเป็นอย่างนั้น เพราะเจ้าหน้าที่ดูอยู่ เมื่อถามต่อว่าจะไม่เกิดเหตุซ้ำกับในอดีตกรณีที่ลูกวัดดังกล่าวตั้งป้อมเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอเข้าไปจับกุม ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เห็นมีเกิดเหตุอะไร ตอนนี้ก็เห็นตั้งกันอยู่ ไม่เห็นมีอะไร จะพูดให้เป็นประเด็นทำไม พูดไปประชาชนก็สับสน ไม่น่าจะมาตั้งคำถาม ทางวัดจะมาตั้งป้อมเพื่อป้องกันอะไร เพราะเจ้าหน้าที่ดำเนินไปตามกฎหมาย เมื่อมีการออกหมายจับก็แสดงว่ามีมูลใช่หรือไม่ ดังนั้นพระธัมมชโยก็ต้องมาแก้ ซึ่งอัยการอาจสั่งไม่ฟ้องก็ได้ ตรงนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง ขอยืนยันว่าดำเนินไปตามกฎหมาย ไม่ต้องห่วง เจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมายทั้งหมด ไม่ได้คิดเอง
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การหาข้อมูลว่าพระธัมมชโยยังอยูในวัดหรือไม่นั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของตำรวจในการสืบสวน เพราะมีสำนวนคดีที่ตำรวจรับผิดชอบ คือ ความผิดข้อหาบุกรุกป่า สร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิล์ดพีซวัลเลย์ เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งศาลจังหวัดสีคิ้ว ได้ออกหมายจับพระธัมมชโยไว้แล้ว
คดีนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดี ทั้งการสืบสวนและการสอบสวน ส่วนการนำหมายศาลเข้าจับพระธัมมชโยนั้นยัง หากจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย ตำรวจก็ไม่จำเป็นต้องกระทำในทันที เนื่องจากเป็นคดีที่มีอายุความนานถึง 15 ปี
ส่วนกรณีที่อัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้องพระธัมมชโยในข้อหาฟอกเงินและรับของโจร คดีทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น นั้นเป็นสำนวนการสอบสวนของกรมสอบสวนคคีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งยังไม่มีการประสานขอกำลังสนับสนุนจากตำรวจ แต่เชื่อว่า น่าจะมีการประสานกันในอนาคต ซึ่งต้องขึ้นกับขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป
รายงานโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
