- 26 ธ.ค. 2559
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (27 ธ.ค.) ว่าเป็นการประชุมในวาระปกติ ไม่มีวาระอะไรเป็นพิเศษ หรือการให้ของ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (27 ธ.ค.) ว่าเป็นการประชุมในวาระปกติ ไม่มีวาระอะไรเป็นพิเศษ หรือการให้ของขวัญให้กับประชาชนในช่วงปีใหม่ อีกทั้งกว่าจะถึงปีใหม่ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน ทั้งนี้ของขวัญที่รัฐบาลให้กับประชาชนมีมากแล้ว ให้มาตั้งพวงเบ่อเร่อ จะเอาอะไรกันเยอะนัก แล้วพอให้เยอะก็บอกว่าใจดี ไม่มีความพอดี ให้ก็ว่าไม่ให้ก็ว่า ทั้งนี้คงไม่มีของขวัญอะไรเพิ่มเติม เนื่องจากได้ออกมาตรการไว้ล่วงหน้าจากการประชุม 2-3 ครั้งที่ผ่านมา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ที่พึงพอใจการทำงานของรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารมากกว่าการเลือกตั้ง ว่า ก็เป็นเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ ขอขอบคุณที่เข้าใจว่ารัฐบาลตั้งใจทำงานอย่างไร แต่แน่นอนว่าปัญหาอุปสรรคก็ยังมีอยู่บ้าง ข้อสำคัญเรามีระบอบการปกครองประชาธิปไตยในอนาคตใช่หรือไม่ ซึ่งการทำวันนี้ก็เพื่อไปสู่จุดดังกล่าว ขอให้ช่วยตนตรงนี้ก่อน ผลสำรวจวันนี้แสดงว่าทุกคนเริ่มเข้าใจมากขึ้น เพราะถ้าเราไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้มันก็ไปไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรไม่มีราบรื่นอยู่แล้ว ก็ต้องเจอกับอุปสรรค ซึ่งตนก็อดทนให้เต็มที่ อยู่ที่พวกเราทุกคน
ขอบคุณสื่อทุกคนด้วยที่ปีนี้ ไม่ตั้งฉายาให้รัฐบาล ต้องขอบคุณ ไม่รู้จะตั้งไปทำไม ตั้งไปก็เป็นเรื่องตลกกันไปเปล่า ๆ อย่าเลย ปีหน้าผมจะทำตัวให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ใจเย็นขึ้นเยอะ ๆ แค่นั้นแหละ ก็ขอให้ทุกคนใจเย็นกับผมบ้าง อะไรต่าง ๆ ก็ตามที่มีข้อมูลเข้ามา ขอความกรุณาตรวจสอบกันซักหน่อยว่าใช่หรือไม่ใช่ จริงหรือไม่จริง ถามผมก็ได้ ผมจะได้ชี้แจงได้ ถ้าไปฟังข้อมูลที่ไม่ใช่ มันก็ไม่ใช่ เสร็จแล้วก็จะเป็นการสร้างความเข้าใจผิดไปเรื่อย ๆ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นคำว่า ซิงเกิลเกตเวย์ มันก็ไม่ใช่ แล้วก็ไม่เห็นมีใครแก้ให้เลยว่ามันไม่ใช่
เมื่อถามว่า ปีหน้าจะยังคงออกกำลังการในทุกวันพุธ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าไม่ติดอะไรก็ทำ แต่อย่ามาอะไรกับเรื่องการแสดงของตนเลย บางวันก็อาจจะเล่นน้อยบ้างมากบ้าง วันไหนไม่ค่อยสบายก็จะลดลง แค่นั้นเอง อย่ามาตามเหมือนตนเป็นดารา เล่นกีฬา ซึ่งมันไม่ใช่ ตนต้องการเพียงแค่จะนำลูกน้องให้ออกกำลังกาย ซึ่งเท่าที่ทำมาเขาก็ดีใจที่ได้ออกกำลังกาย โดยออกกำลังแค่วันพุธคงไม่ได้อะไรมากนัก เพียงแต่เขาก็ไปออกต่อในวันอื่น ๆ ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน ทุกอย่างมันต้องมีการเริ่มต้น ต้องมีการนำ ตนเป็นผู้นำก็ต้องนำเขาก่อน เช่นเดียวกับที่ตนนำทหาร ซึ่งตนก็ทำอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก ทั้งการนำออกกำลังกาย การฝึกทหาร ก็ใช้วิธีการแบบนี้ตลอดก็เร็วขึ้นหน่อย ถ้าได้นำเป็นตัวอย่าง หรือร่วมทำไปพร้อมกับเขา ถือเป็นความร่วมมือกัน ไม่ใช่เอาแต่สั่งอย่างเดียว ตัวเองต้องทำได้บ้างแม้ไม่ได้เก่งมากนัก สำหรับกีฬาที่เล่นผ่าน ๆ มา ทั้ง 5 ประเภทก็ชอบทุกอย่าง ซึ่งตอนเด็กก็เล่นได้ทั้งหมด แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็ต้องระวังบ้าง รู้ว่าหลายคนเป็นห่วง เพราะล้มลุกคลุกคลาน ใจมันถึงลูกบอลแล้วแต่ร่างกาย และขายังไปไม่ถึง เพราะช้ากว่าเดิม เนื่องจากร่างกายมาใช้ในการบริหารเสียเยอะ ชิ้นส่วนความเคลื่อนไหวมันขาดหายไปเสียมาก อายุก็ 60 กว่าปีแล้ว จะเอาอะไรอีก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่คงไม่ให้สัมภาษณ์อะไรกับสื่อมวลชน เพราะพิเศษอยู่ทุกวันแล้ว "ที่พิเศษก็คือมีหัวใจให้กับทุกคนเสมอ ให้หมดจริง ๆ แล้วหัวใจ
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม กล่าวอวยพรปีใหม่ 2560 ว่า ปีใหม่นี้ผม ในนามฝ่ายความมั่นคงขออวยพรให้ประชาชนทุกคนประสบความสุข ผ่านพ้นอุปสรรคและมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินในปี 60 นี้ และตลอดไป และขอให้ทุกคนเป็นคนดี อย่าไปทำตัวเเบบนักข่าว ขอให้ดูตัวเองว่าทำดีหรือไม่ ไม่มีใครบอกได้นอกจากตัวเราเอง
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยแพร่ผลสำรวจหัวข้อ ความเห็นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,077 คน ระหว่างวันที่ 19-24 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา
ผลสำรวจดังกล่าว เมื่อถามถึง ข้อดี-ข้อเสีย ของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มาจากการรัฐประหารโดยในส่วนของข้อดีพบว่า มีอำนาจเด็ดขาด พูดจริงทำจริง ร้อยละ 82.64 รองลงมา บ้านเมืองสงบ ไม่มีการชุมนุมประท้วง ร้อยละ 71.31 และทำงานคล่องตัว แก้ปัญหาได้เร็ว ร้อยละ 65.27
ส่วนข้อเสียคือ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้รับการยอมรับ ร้อยละ 71.87 รองลงมา ขาดการคานอำนาจ ตรวจสอบไม่ได้ ร้อยละ 64.25 และไม่ค่อยรับฟังความเห็น เผด็จการ ร้อยละ 50.23
เมื่อถามถึง ข้อดี-ข้อเสีย ของ "รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง" พบว่า ข้อดีคือประชาชนเป็นผู้เลือกเอง ร้อยละ 80.04 รองลงมา มีประสบการณ์ รู้ปัญหา อยู่ในพื้นที่ ร้อยละ 61 และสามารถตรวจสอบการทำงานได้ ร้อยละ 52.27 โดยข้อเสียคือ ทุจริตคอร์รัปชัน ซื้อสิทธิ ขายเสียง ร้อยละ 77.72 รองลงมา แบ่งพรรคแบ่งพวก ทะเลาะเบาะแว้ง ร้อยละ 62.12 และนโยบายเดิมๆ ทำงานแบบเดิมๆ หน้าเก่า ร้อยละ 59.24
และเมื่อเปรียบเทียบระหว่าง "รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มาจากการรัฐประหาร" กับ "รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง" ประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร ปรากฏว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มาจากการรัฐประหารดีกว่า ร้อยละ 48.84 โดยให้เหตุผลว่า ทำงานเร็ว คล่องตัว มีอำนาจพิเศษ ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ทำงานในทิศทางเดียวกัน มีผลงานให้เห็น ฯลฯ
รองลงมา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งดีกว่า ร้อยละ 23.72 โดยให้เหตุผลว่า มาจากการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตย รู้ปัญหา มีประสบการณ์ มีความรู้ ความสามารถ ฯลฯ ส่วนร้อยละ 17.93 ระบุว่า ดีพอๆ กัน โดยให้เหตุผลว่า ไม่ว่าจะมาจากระบบใดก็สามารถบริหารบ้านเมืองได้ ทำงานได้ดี มีนโยบายที่ทำเพื่อประชาชน ฯลฯ และร้อยละ 9.61 ระบุแย่พอๆ กัน เพราะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนไม่ได้ ยังมีการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่โปร่งใส มุ่งหวังแต่ผลประโยชน์ ฯลฯ
เรียบเรียงโดย ชนุตรา สำนักข่าวทีนิวส์
