- 10 ม.ค. 2560
ย้อนเส้นทางจากศิษย์ก้นกุฎิถึงโฆษกธรรมกาย หน้าเสื่อ"ธัมมชโย"สุดท้ายหาย...เผ่นแน่บ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้กลับแผ่นดินแม่ งานนี้ขอวัดฝีมือตร.ไทย
"องอาจ ธรรมนิทา" โฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันในเวลาไม่นานนัก หลังจากที่ นายองอาจ รับหน้าที่ แถลงข่าวหลายครั้ง หลังจากที่มีกรณี พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย ถูกดีเอสไอออกหมายเรียก ให้มารับทราบข้อกล่าวหา “สมคบกันฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร"
ด้วยลีลา น้ำเสียงฉะฉาน ชัดถ้อยชัดคำการตอบคำถามต่อสื่อมวลชน ในการแถลงข่าวแต่ละครั้ง อีกทั้งยังปกป้องวัดพระธรรมกายอย่างเต็มที่ จนทำให้ นายองอาจ ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แจ้งความ ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ในข้อหาผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต โดยยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 จากการแถลงข่าวจุดยืน 9 ข้อ ของวัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2559
ต่อมา พนักงานสอบสวน กองปราบปราม ส่งต่อคดีนี้มาที่สน.ทุ่งสองห้อง ก่อนจะออกหมายเรียกนายองอาจ ให้มาพบพนักงานสอบสวน แต่นายองอาจไม่เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก จากนั้น ก็ไม่มีใครได้เห็นนายองอาจอีกเลย มีเพียงกระแสข่าว ว่านายองอาจหลบหนี ออกไปต่างประเทศแล้ว
ต่อมา วันที่ 15 ธ.ค.59 ศาลอาญา ได้ออกหมายจับ นายองอาจ ในข้อหากระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต โดยยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา นายองอาจ ได้แถลงจุดยืนของคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย 9 ข้อ ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดดังกล่าวกระทั่งศาลออกหมายจับ
ภายหลังการออกหมายจับนายองอาจ ทางด้านตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง นำหมายศาลของจังหวัดธัญบุรี วันที่16 ธันวาคม2559 เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายองอาจ ซึ่งตั้งอยู่ ภายในซอยคลองหลวง 66 เลขที่ 24/1 หมู่ที่ 7 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้นเนื้อที่ประมาณ 100 ตรว. ซึ่งมี นาวาอากาศโท สมชาย ธรรมนิทา บิดาของนายองอาจฯ ซึ่งเกษียณอายุราชการแล้ว พร้อมด้วยนายปรัชญา ก้อนจันทร์ ทนายความของนายองอาจเป็นผู้ตรวจสอบหมาย และเข้าตรวจค้นภายในบ้าน
โดยบิดาของนายองอาจ กล่าวว่าไม่ได้เจอกับนายองอาจมาเป็นเวลานานกว่า2เดือนแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าพักอาศัยอยู่ที่ไหน ตนเองเพียงติดตามผลงานของนายองอาจในสื่อทีวีเพียงเท่านั้นและตนเองไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดทั้งสิ้น
จนกระทั่งล่าสุด ในโลกโซเซียล มีการแชร์ภาพ "องอาจ ธรรมนิทา" นั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ในประเทศฝรั่งเศส พร้อมพระสงฆ์อีก 1 รูป
ซึ่งหลังจากที่ภาพดังกล่าวถึงเผยแพร่ออกไป พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบภาพ นายองอาจ ว่าเป็นภาพจริงหรือไม่ อย่างไร และเป็นภาพเก่า หรือภาพใหม่ เป็นช่วงเวลาใดกันแน่
ด้าน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายองอาจว่า ได้รับรายงานการปรากฏภาพดังกล่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว กำลังตรวจสอบเรื่องเทคนิคและองค์ประกอบของภาพว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม นายองอาจมีหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แต่ดีเอสไอจะเข้าไปตรวจสอบพร้อมทั้งมีการประสานข้อมูลกับต่างประเทศด้วยว่าอยู่ในต่างประเทศจริงหรือไม่ สิ่งแรกคงต้องไปตรวจสอบว่ามีการเดินทางไปต่างประเทศจริงหรือไม่ โดยทางตำรวจจะเป็นผู้ตรวจสอบเรื่องนี้ ทั้งการเดินทางในช่องทางตม. หรือชายแดน และตนได้สั่งให้ดีเอสไอให้ช่วยตำรวจอย่างเต็มที่ และนี่อาจจะเป็นปรากฎตัวเป็นครั้งแรกของนายองอาจ หลังจากที่ถูกออกหมายเรียก
หลายคนอาจสงสัย และตั้งคำถามว่า นายองอาจ เป็นใคร มาจากไหน สำนักข่าวทีนิวส์ ขอนำเสนอประวัติของนายองอาจ ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นมาในฐานะโฆษกฯ ศิษย์ธรรมกาย
"องอาจ" หรือ "อาร์ท" เกิดเดือนมิถุนายน ปี 2524 จบการศึกษาจากโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จบปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะนิเทศศาสตร์ (วิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต
"องอาจ" เดินเข้าวัดพระธรรมกายครั้งแรก พร้อมกับย่า ที่ชอบไปวัดทำบุญ สวดมนต์ เป็นคนธรรมะธรรมโม ซึ่งเขาเองก็ยกให้ย่าเป็นต้นแบบในการทำบุญของตัวเขาเอง
"องอาจ" ยังเป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางสังคมตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน เคยได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆ หลายรางวัล เช่น เป็นเยาวชนดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2545 และเยาวชนอาสาสมัครตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี 2546
และด้วยความที่เป็นคนพูดเก่งและมีดีกรีเป็นถึงเยาวชนดีเด่น วัดพระธรรมกาย จึงได้ชักชวนให้มาทำหน้าที่เป็นพิธีกรและ "ผู้ประกาศธรรม" ประจำช่อง DMC TV
นอกจากนี้เขายังเคยเขียนคอลัมน์ประจำ "เส้นทางผู้นำเยาวชน" ในนิตยสารกัลยาณมิตร ซึ่งเป็นสื่อของวัดพระธรรมกายอีกด้วย
นอกจากนี้ " องอาจ"เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลผู้บริหารแห่งปี CEO Thailand Awards 2014 จัดโดยสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และโครงการบริหารการจัดการเพื่อการพัฒนายุคใหม่ สถาบันรัชต์ภาคย์ โดยรับรางวัลจาก ฯพณฯ นายอำพล เสนารงค์ องคมนตรี และในปีเดียวกันนี้ ขณะที่เว็บไซต์ ThaiPublica รายงานว่า เขาได้รับรางวัล "ผู้นำพุทธโลก" สาขาสื่อมวลชนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังนายองอาจ ได้รับความไว้วางใจมอบหมายให้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนแทนพระสนิทวงส์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เนื่องจากนายองอาจสามารถตอบข้อซักถามจากสื่อมวลชน ได้อย่างทันสถานการณ์
นับจากนี้ไป ไม่รู้ว่า เส้นทางของนายองอาจ ธรรมนิทา ศิษย์ก้นกุฏิวัดพระธรรมกาย ผู้ทำหน้าที่เป็นปากเสียง “พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย”จะต้องผจญกับอะไรบ้าง จะหนักหนาสาหัสขนาดไหน ก็คงต้องติดตามกันต่อไป ว่าจะจบลงอย่างไร
เรียบเรียงโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
