- 12 ม.ค. 2560
ทุกปีต้องได้ฉลองแต่ปีนี้...!!!เพจ"Fight For Mapin"โพสต์12 ม.ค.วันเกิด"มะปิน"ปีนี้ มีแต่ความเศร้า ขอกม.อย่าลดโทษ ขณะตร.ส่งฟ้องมือฆ่าแล้วอัยการฯชี้โทษหนักถึงประหาร (รายละเอียด)
ความคืบหน้า กรณนายกิตติกร วิกาหะ และนายสุพัฒชัย จันทร์ศรี ผู้ต้องหาชิงโทรศัพท์มือถือ ของนายวศิน เหลืองแจ่ม หรือ "มะปิน" บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ (มศว.) วัย 26 ปี โดยใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณด้านหลังและปาดลำคอจนเสียชีวิต ก่อนคนร้ายจะวิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จอดรออยู่หลบหนีไป โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 4 ม.ค. บริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 เขตลาดพร้าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนจนติดตามจับกุมตัวได้
ล่าสุด วันนี้ (12 ม.ค.) พ.ต.อ.ศราวุธ จินดาคำ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลโคกคราม นำสำนวนคดีฆ่าชิงทรัพย์ จำนวน 1 แฟ้ม มาส่งให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง
นายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เปิดเผยว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม แจ้งข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อัตราโทษ ตามมาตรา 339 วรรคสุดท้าย คือ ประหารชีวิต พร้อมทั้งแจ้งข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ และฆ่าเพื่อปกปิดการกระทำความผิด ดังนั้นโทษในคดีนี้คือการประหารชีวิต ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ หากถึงชั้นศาลจะทำให้มีการลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตหรือไม่นั้น อาจเป็นไปได้ เพราะการรับสารภาพเป็นเหตุให้ลดโทษได้ ยกเว้นสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน คดีนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่าผู้ต้องหารับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานหรือไม่ แต่จากที่พนักงานสอบสวนสรุปข้อเท็จจริงให้ฟังลักษณะเป็นการจำนนต่อหลักฐาน จะบรรยายฟ้องไปด้วย
นายเจษฎา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากที่พนักงานสอบสวนสรุปให้ฟัง พยานหลักฐานมีความสมบูรณ์ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากอัยการเพิ่งรับเอกสารในวันนี้ จะพยายามพิจารณาโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นคดีที่ประชาชนสนใจ แต่ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะจะตั้งคณะทำงานอัยการขึ้นมาพิจารณาและคาดว่าจะยื่นฟ้องได้ไม่เกินวันที่ 17-18 มกราคม นี้
ด้าน พ.ต.อ.ศราวุธ กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นสำนวนคดีเป็นของ สน.โคกคราม 3 คดี และสน.โชคชัย 1 คดี วันนี้นำส่งให้อัยการเฉพาะสำนวนคดีชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเป็นสำนวนหลัก ได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม ส่วนที่เหลืออีก 2 คดี เป็นคดีพยายามวิ่งราวทรัพย์ ต้องนำมาส่งให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เช่นกัน และคดีวิ่งราวทรัพย์จะส่งให้อัยการจังหวัดมีนบุรี ส่วนที่สน.โชคชัยเป็นคดีชิงทรัพย์
พ.ต.อ.ศราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งสำนวนคดีให้อัยการได้รวดเร็ว เพราะคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชน คนร้ายใช้อาวุธมีดจ้วงแทงเจ้าของทรัพย์หลายครั้งอย่างโหดเหี้ยม จนถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นคนร้ายยังไม่สำนึกผิดหรือเกรงกลัวต่อกฎหมาย ยังไปก่อเหตุชิงทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์ผู้เสียหายที่เป็นผู้หญิงต่ออีก จากประวัติของคนร้ายเพิ่งพ้นโทษมาจากเรือนจำเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ถือเป็นพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมเป็นภัยต่อสังคม เป็นที่สะเทือนใจของประชาชน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ตำรวจต้องรวบรวมหลักฐานให้รัดกุม เพื่อนำตัวผู้ต้องหาฟ้องศาลและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายจนเหยื่อเสียชีวิต ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นถึงความเหี้ยมโหดของคนร้าย กอรปกับคนร้ายเพิ่งพ้นโทษออกมาแต่กลับมาก่อเหตุอีก จึงทำให้เกิดกระแสในสังคมที่ออกมาเรียกร้องให้ใช้คนร้ายได้รับโทษตามกฎหมายโดยไม่มีการลดโทษแต่อย่างใด
โดยกลุ่มเพื่อนและคนที่รู้จักนายวศิน หรือ มะปิน มีการตั้งเพจเฟซบุ๊ก “Fight For Mapin” โดยผู้ตั้งเพจประกาศเหตุผลของการตั้งเพจดังกล่าว ระบุว่า ต้องการจุดประกายสังคม โดยหวังที่จะไม่ให้เกิดกรณีการรุมฆ่าชิงทรัพย์เกิดขึ้นกับคนอื่นๆในสังคมอีก โดยเพจดังกล่าวระบุเจตนารมณ์ไว้ว่า
“เราอยากเห็นการร่วมกันฆ่าชิงทรัพย์ ต้องไม่มีการลดโทษ เราอยากเห็นสิ่งนี้ เกิดขึ้นกับกฎหมายไทย!!! เราไม่มองถึงประหาร เพราะรู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แค่อยากให้คนผิด ได้รับโทษเต็ม จากความผิดที่ได้กระทำต่อผู้อื่น ฆาตกรซ้ำซากไม่สมควรได้รับการลดโทษใดๆ ช่วยกันผลักดันให้ข้อกฎหมายนี้เกิดขึ้นได้จริงในสังคมไทย แชร์ได้นะครับ ถ้าคุณคิดเหมือนกับเรา…”
และ “เมื่อชีวิตไม่สามารถแลกกับหนึ่งชีวิตที่เสียไปได้ กฎหมายไทยต้องไม่มีการอนุญาตให้ได้รับการลดโทษ กับผู้ต้องหาร่วมกันปล้นฆ่าชิง หรืออาชญากรที่ก่อคดีซ้ำซาก ผิดแล้วยังออกมากระทำผิดอีกแบบนี้ เราต้องการได้รับความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ของคนธรรมดาๆ อย่างพวกเรา อย่าปล่อยให้ความสูญเสียเป็นเรื่องที่ทุกๆ เคยชิน มาร่วมกันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ….. ใครจะสู้ไปกับพวกเราบ้าง #FightForMapin”
และในโอกาสที่ นายวศิน หรือ มะปิน มีเกิดตรงกับวันที่ 12 ม.ค. เพจเฟซบุ๊ก “Fight For Mapin” ได้โพสต์ภาพในอดีต เพื่อเป็นการะลึกถึง และแสดงความเสียใจที่วันเกิดปีนี้ ของมะปิน แทนที่จะได้สนุกร่วมกัน แต่กลับกลายเป็นควาเศร้าแทน
เรียบเรียงโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณ เพจเฟซบุ๊ก “Fight For Mapin”
