- 12 ม.ค. 2560
คนแก่ชราส่วนใหญ่จะคิดว่าตัวเองไร้ค่า ยิ่งเมื่อไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเองแบบเมื่อก่อนแล้วด้วยยิ่งทำให้หดหู่ หมดกำลังใจในการดำเนินชีวิตเพราะด้วยเรี่ยวแรงที่ถดถอยทำให้คิดว่าตนเองเป็นภาระของผู้อ
คนแก่ชราส่วนใหญ่จะคิดว่าตัวเองไร้ค่า ยิ่งเมื่อไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเองแบบเมื่อก่อนแล้วด้วยยิ่งทำให้หดหู่ หมดกำลังใจในการดำเนินชีวิตเพราะด้วยเรี่ยวแรงที่ถดถอยทำให้คิดว่าตนเองเป็นภาระของผู้อื่น เรื่องราวของหญิงชราคนหนึ่งถูกเผยแพร่ผ่านโลกโซเชียลโดยใช้สื่อกลางผ่านเพจของ YouLike (คลิปเด็ด)
"น้ำตาคุณยาย ที่ลำบากกว่าขอทาน..ขอทานที่ว่าลำบากยอมอาย แบกหน้าออกมาขอทานก็ว่าชีวิตแย่!แต่คุณยายท่านนี้ลำบากกว่าขอทานหลายเท่านัก คุณยายท่านนี้มีชื่อว่า ยายเต็ม เหมือนศรี อายุ73 ปี อาศัยอยู่ที่อำเภออู่ทองเป็นบ้านที่สร้างขึ้นจากกองขยะมีแผ่นกระดานไม้ผุๆและลังกระดาษ ผ้ายางขาดๆและถุงพลาสติกกันเอาไว้เป็นกำแพงกันลมกันฝนยามกลางคืนนอนหนาวเหน็บ..สุดจะทรมานจากลมที่พัดผ่าน ฝนตกน้ำท่วม หลังคาน้ำหยดเปียกใส่ที่นอนก็ขยับตัวไม่ได้ต้องรอคนมาเห็นมาช่วย หรือถ้าลูกสาวยายอยู่ก็จะเป็นคนช่วยเพราะตัวเองเดินไม่ได้ แขนใช้ไม่ได้หนึ่งข้าง ตาก็บอด (ยายบอกทำอย่างไรได้ก็ชะตากำหนดมาให้เขาต้องลำบาก) ยายเต็มเล่าว่ามีลูก 3 ตายไป 2 คน สามีเดินไม่ค่อยได้ ลูกสาวชื่อป้าก้าน เหมือนศรี อายุ 44 เป็นเนื้องอกและเบาหวานมีรายได้จากการคุ้ยเขี่ยสิ่งของเก่าๆตามกองขยะเพื่อไปขายแลกเงินมาซื้อข้าวสารไว้กินประทั้งชีวิตไปวันๆ แต่ก่อนช่วงที่ยายเดินได้ยังพอช่วยลูกสาวได้จากการขอทานตามตลาดแต่พอ กรมประชาสงเคราะห์ มีคำสั่งห้ามขอทานชีวิตก็ลำบากมากขึ้นเพราะเคยไปนั่งขอทานแล้วโดนกรมประชาสงเคราะห์จับส่งโรงพักยายก็เลยไม่ได้ออกไปขอทานเพราะกรมประชาสงเคราะห์เขาว่า
" ขอทานดีชั่ว ขอไม่ได้" เคราะห์ซ้ำกำซัดยายเต็มเพราะความสงสารลูกสาวที่ป่วยแต่ออกหากินเลี้ยงคนทั้งบ้าน จึงตัดสินใจฝืนดวงชะตาและอายุตนเองออกเดินขอทานแต่ด้วยความแก่ชรามาเยือนตาตัวเองเริ่มฟาดฝางมองไม่เห็นเกิดเดินไปแล้วล้มแขนหักไม่ได้รักษาจึงปล่อยตามเวรตามกรรมรักษาตามมี ตามเกิด ตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้แขนข้างที่หักก็ใช้การไม่ได้ มิหนำซ้ำตาที่ฟางก็ดันมาบอดซะอีก จากการเจ็บปวดที่แขนหักแล้วรักษาตามมีตามเกิด นอนป่วยบวกกับบางวันไม่ได้กินข้าว บางครั้งก็ 2วันไม่ได้กินข้าว ร่างกายจึงขาดสารอาหารสะสมเป็นเวลานานๆทำให้ไม่มีเรี่ยวแรงเดินไม่ไหวสุดท้ายขายายเต็มก็เดินไม่ได้จริงๆกลายเป็นคนพิการอัมพาตขึ้นมาอีก ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่ที่ลูกสาวที่ป่วยเป็นเนื้องอกและเบาหวานเดินคุ้ยเขี่ยหาสิ่งของตามถังขยะ กองขยะ ไปขายแลกเงินเซื้อข้าวสาร น้ำปลา ไข่ไก่ มาไว้กินประทังชีวิต บางวันลูกสาวก็ทอดไข่ให้กิน ไข่ทอด 1 ฟอง กิน 3 คน เพราะมีสามียายเต็มอีกคนที่แกและตอนนี้เริ่มเดินไม่ค่อยจะได้อีกหนึ่งคน ยายเต็มเล่าด้วยน้ำตาเอ่อนองจนเปื้อนหมอนที่หนุนหัวว่าขอทานยังดีกว่ายายเยอะเพราะขอทานยังเดินไปขอทานได้ยังไปนั่งขอทานได้แต่ยายนั้นเปรียบเหมือนขอนไม้ที่ไร้ประโชยน์...แก่ก็แก่ เดินก็ไม่ได้ มองก็ไม่เห็น แขนก็หักหยิบจับได้ข้างเดิน นอนรอความตายไปวันๆแถมสร้างภาระให้ลูกสาวตัวเองอีก (ขอทาน ที่ต่ำกว่า ขอทาน)
ตาอั่ม อู่ทอง ผู้เขียนได้ถามยายว่าอยากให้ช่วยเหลืออะไรเบื้องต้นก่อนมั๊ย ยายบอกว่าอยากได้นมหรืออาหารเหลวเพราะยายเคี้ยวข้าวไม่ได้แล้ว(ผู้เขียนจัดการให้แล้วพร้อมมอบเงินบางส่วนไว้ให้)
หากใครหรือหน่วยงานไหนต้องการช่วยเหลือยายเต็มและครอบครัวบ้านยายเต็มอยู่ทางเข้าวัดเขาทำเทียม อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี หลังอู่กิตรุ่งเรื่อง ถามหาบ้านยายเต็มเหมือนศรี หรือ ยายเต็มขอทานรันทดก็จะเจอครับ(บ้านยายไม่มีเลขที่อยู่ครับ)เพราะคนแถวนั้นรู้ถึงความลำบากความน่าสงสารของครอบครัวยายเต็มขอทานรันทดคนนี้ครับ
ขอบคุณน้องวิวัฒน์เจ้าของเปิ่นกาแฟโบราณที่เข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้นพร้อมผู้เขียนมอบข้าวสารและนมให้ยายเต็มไว้ประทังชีวิตในครั้งนี้ด้วยนะครับ
คนเหมือนกันไม่ทิ้งกัน/นายวรณัน สาระศาลิน (ตาอั่ม อู่ทอง)
วรณัน สาระศาลิน https://goo.gl/500SHr
ขอบคุณเรื่องแนะนำจาก วรณัน สาระศาลิน
เรียบเรียง : สุกันยา ทีนิวส์
