- 01 ก.พ. 2560
ทำขนาดนี้กับพยานได้ไง!!! "เพื่อนครูจอมทรัพย์" ร้อง "บิ๊กตู่" คุ้มครองพยานปากสำคัญ หวั่นถูกคุกคาม
จากกรณีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนในอำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ยื่นเรื่องขอรื้อฟื้นคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน และได้รับพระราชทานอภัยโทษออกจากเรือนจำ เมื่อปี 2558 ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลจังหวัดนครพนมรื้อฟื้นคดี
โดยเมื่อเวลา 12.30 น. วานนี้ (31 ม.ค. 60) ที่บริเวณชั้น 1 กระทรวงยุติธรรม เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม (ศนธ.) ของกระทรวงยุติธรรม ได้นำรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็ก สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร แพะในคดีถูกกล่าวหาขับรถชนคนเสียชีวิต เคลื่อนย้ายโดยการนำขึ้นรถสไลด์ เพื่อนำไปตรวจสอบสภาพรถทั้งคัน ที่อาคาร 4 ส่วนตรวจสอบสภาพรถ กรมการขนส่งทางบก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อหาสาเหตุและข้อเท็จจริงต่อไป
ในส่วนของแผ่นป้ายทะเบียนของรถคันนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าได้นำแผ่นป้ายทะเบียนรถ บค 0056 สกลนคร สีเขียว ไปตรวจสอบก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว
ต่อมา เวลา 14.00 น. ที่กรมการขนส่งทางบก เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำรถกระบะคันดังกล่าว มาตรวจสภาพหลังตรวจยึดมาจากจังหวัดยโสธรก่อนหน้านี้ โดยเจ้าหน้าที่จากดีเอสไอปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์ เผยสั้นๆ ว่า วันนี้นำรถมาตรวจสอบว่าเคยมีร่องรอยการดัดแปลงเปลี่ยนอะไหล่ในส่วนใดบ้างหรือไม่ ส่วนร่องรอยการเฉี่ยวชนคงไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเหตุเกิดมาเป็นเวลานานแล้ว รายละเอียดอื่นๆ ไม่ขอเปิดเผย
ซึ่งหลังจากตรวจสอบรถประมาณครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่กรมขนส่งทางบก เปิดเผยเพียงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเลขเครื่องยนต์และเลขตัวรถตรงกับเลขที่จดทะเบียนไว้ สภาพรถยังปกติ ไม่มีร่องรอยการดัดแปลง สติกเกอร์ที่ติดอยู่ตรงเครื่องยนต์ก็ยังอยู่ครบ
ทั้งนี้จากการตรวจสอบทะเบียนรถคันดังกล่าวจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2534 ทะเบียน บค 0056 หมวดจังหวัดสกลนคร มีนายประพัฒน์ แสนเมืองโคตร เป็นผู้ครอบครองล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2548
ทางด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว
ล่าสุดวันที่ 1 ก.พ. 60 ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กลุ่มเครือข่ายเพื่อนนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังกวัดสกลนคร นำโดย นายรุ่ง สุริยกานต์ ประธานเครือข่ายนักเรียนทุนจอมบึงรุ่น 24 พร้อมเครือข่าย 7 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ ผอ.ส่วนดำเนินการเรื่องราวร้องทุกข์ ศูนย์บริการประชาชนฯ เพื่อขอให้กำกับดูแลให้กระบวนการสืบพยาน คุ้มครองพยานและญาติพยานในคดีครูจอมทรัพย์ ให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรมและมีความปลอดภัย
โดยนายรุ่ง ยังเปิดเผยอีกว่า ทางกลุ่ม มีความห่วงใยในการรื้อฟื้นคดีอาญาของกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากมีนายตำรวจระดับสูง ออกมาให้ข่าวต่อสาธารณะในเชิงไม่เป็นผลดีต่อพยาน ในขณะที่การปฎิบัติหน้าที่ว่าจะทำการออกหมายเรียก หมายจับ พยานและญาติพยาน มีการส่งกำลังพบลงพื้นที่เกิดเหตุและอาจจะเป็นการคุกคามพยานและญาติพยาน ซึ่งไม่สมควร ทางตัวแทนกลุ่ม จึงมีความห่วงใยในความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้อง จึงขอให้กำกับดูแลกระบวนการยุติธรรมในคดีเป็นไปด้วยความยุติธรรมต่อทุกฝ่าย
พยานปากสำคัญในคดีดังกล่าว
-นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ วัย 61 ปี บ้านเลขที่ 8 หมู่ 2 บ.นาคู่ ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม พยานปากสำคัญที่เห็นเหตุการณ์คดีนางจอมทรัพย์ และเคยเปิดเผยว่า"ก็กลัวถูกฆ่าอยู่เหมือนกัน" และยืนยันว่าไม่มีใครเสนอเงินให้ตนในคดีครูจอมทรัพย์แต่อย่างใด ที่ออกมาพูดเพราะเห็นใจครู และให้รายละเอียดตามข้อเท็จจริงที่ได้พบเห็นมาในคืนเกิดเหตุ
-นางทองเรศ วงศ์ศรีชา วัย51 ปี อาชีพทำนา อยู่บ้านเลขที่ 57 บ.นาคู่ หมู่ 2 ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม บ้านของนางทองเรศ วงศ์ศรีชา วัย 51 ปี อาชีพทำนา ซึ่งเป็นเพื่อนของนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี และเป็น 1 ใน 2 พยานปากเอกที่เห็นเหตุการณ์รถชนนายเหลือ พ่อบำรุง ผู้ตาย ซึ่งนางทองเรศได้ไปเป็นพยานให้การในชั้นศาลคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ที่เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์เพื่อนที่เป็นพยานด้วยกันจะกลับบ้านมีรถยนต์แซงอย่างแรงแล้วเห็นชนจักรยานผู้ตายซ้ำเดินลงมาดูก่อนเร่งเครื่องหลบหนี ยกมือท่วมหัวสาบานพระธาตุพนมที่ให้การกับศาลเป็นความจริงที่เห็นกับตา
-นายอุบล ไชยบัน อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 5 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้เป็นพยานเปิดเผยว่า รถยนต์คันดังกล่าวคือ กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเขียว ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร ก่อนหน้านี้เป็นของ นายสับ วาปี อายุ 60 ปี และมีการขายต่อให้ นายรัน โทนแก้ว อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.กุดเข้ อ.เมืองมุกดาหาร จากนั้นตนได้ซื้อต่อมาเป็นช่วงที่ 3 จากนายรัน โทนแก้ว เมื่อปี 2547 แต่เอกสารหลักฐานยังเป็นกรรมสิทธิ์ของ นายสับ วาปี เพราะเป็นรถเก่าจึงไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ เอกสารครอบครองจึงยังเป็นชื่อ นายสับ ซึ่งในช่วงปี 2547 ถึงปี 2550 ตนได้เอามาใช้งานในบ้าน ขับไปไร่ ไปนา เพราะสภาพรถเก่าทรุดโทรมมาก และเมื่อปี 2550 ได้ขายไปอีกทอดหนึ่ง มีพ่อค้ามารับซื้อไปในสภาพรถเก่าเหมือนเศษเหล็ก เครื่องยนต์ใช้งานไม่ได้ ราคาประมาณ 30,000 บาท พร้อมเอกสารหลักฐานคู่มือการครอบครองรถ
เรียบเรียง : W Wannisa T-News
