พบแล้วกระดูกปริศนา!! ชุดสืบสวนคาดการณ์อาจเป็นชิ้นส่วนของเซลแมนหนุ่มที่หายตัวไป (รายละเอียด)

พบแล้วกระดูกปริศนา!! ชุดสืบสวนคาดการณ์อาจเป็นชิ้นส่วนของเซลแมนหนุ่มที่หายตัวไป (รายละเอียด)

จากกรณีการหายตัวไปของเซลส์แมนหนุ่มหรือ นายรัติภูมิ พิมใจใส หรือเบิร์ด อายุ 34 ปี เซลส์ขายรถยนต์ย่านเกษตร- นวมินทร์ ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.59 ทางตำรวจได้ลงตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือพบว่าหายไปบริเวณใต้ต่างระดับฉิมพลี หรือสวนสาธารณะร่มเกล้าชาวทาง ถนนบรมราชชนนีฝั่งขาเข้า แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบเป็นบึงน้ำ และพบรองเท้าหนังสีดำ ข้างขาว ยี่ห้อ DesGn เบอร์ 43 ที่คาดว่าเป็นรองเท้าของนายรัติภูมิ ก่อนให้ชุดประดาน้ำลงงมหาหลักฐานในบึง

 

พบแล้วกระดูกปริศนา!! ชุดสืบสวนคาดการณ์อาจเป็นชิ้นส่วนของเซลแมนหนุ่มที่หายตัวไป (รายละเอียด)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม : โยงคนมีสีอีกแล้ว!!! สาวโร่แจ้งแฟนหนุ่มเซลส์แมนโชว์รูมหายตัวลึกลับ ญาติเชื่อถูกอุ้มหลังไปพัวพันกิ๊กมีแฟนเป็นนายทหาร !!?!!

ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้สั่งการไปแล้ว เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งได้มาประชุมสรุปว่าสิ่งที่ได้ทำไปมีอะไรบ้างและจะต้องดำเนินการอะไรต่อไป เบื้องต้นยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องพยายามหาตัว นายรัติภูมิ พิมใจใส หรือ เบิร์ด อายุ 34 ปี เซลล์แมนขายรถยนต์ที่หายตัวลึกลับให้พบ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานไปแล้วเกือบทุกคน เหลือเพียง นางนันทิยา หรือกิ๊ก สุวรรณวาศี ภรรยาของนายเบิร์ด ที่ยังไม่เข้าปากคำเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 16.45 น.ด้าน นางนันทิยา สุวรรณวาศี ภรรยาของนายเบิร์ด ได้เดินทางมายังสน.ธรรมศาลา เพื่อเข้าให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเมื่อมาถึงก็เดินทางเข้าไปยังห้องประชุมทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนางนันทิยาด้วย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม : รองเท้าใคร...กลิ่นศพเหม็นเน่า...??? นักประดาน้ำงมหาเบาะแส สัญญาณ GPS สุดท้ายของเซลส์แมนสุดหล่อหายตัวปริศนา...!!!

และล่าสุด เมื่อเวลา 19.00 น. วันเดียวกัน หลังจากใช้เวลาในการประชุมกว่า 3 ชั่วโมง พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า เวลานี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชู้สาวหรือเรื่องยาเสพติด ซึ่งจากการสอบปากคำภรรยานายเบิร์ด ให้การที่เป็นประโยชน์ ไม่พบพิรุธใด ก็ได้มอบหมายงานให้ทีมทำงานไปทำงานกันอย่างเต็มที่ และเร่งคลี่คลายคดีให้เร็วที่สุด

พบแล้วกระดูกปริศนา!! ชุดสืบสวนคาดการณ์อาจเป็นชิ้นส่วนของเซลแมนหนุ่มที่หายตัวไป (รายละเอียด)

นอกจากนี้ในวันเดียวกันที่บริเวณใต้ต่างระดับฉิมพลี พล.ต.ต. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส. พร้อมด้วยพ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ ผกก.สน.ธรรมศาลา พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย สุวรรณนุกูล รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สุทธิพล แสงบุญ สว.สส.บก.น.7 พร้อมเจ้าหน้าที่สืบสวน ลงพื้นที่ค้นหาร่องรอยของนายรัติภูมิ อีกครั้ง โดยวันนี้เจ้าหน้าที่เข้าปูพรมที่บริเวณนี้อีกครั้ง เนื่องจากพยาน 3 ปากให้การว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.59 ขณะที่มาตกปลาบริเวณดังกล่าวได้กลิ่นเหม็นเหมือนซากศพ จนต้องหนีไปหาแหล่งตกปลาที่อื่น ประกอบกับจุดดังกล่าวตามที่พยานให้การอยู่ไม่ห่างกับจุดที่พบโทรศัพท์มือถือของนายรัติภูมิ และน่าเชื่อว่าจะเป็นจุดที่นายรัติภูมิหายตัวไป โดยพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นหนองน้ำและสวนหย่อม มีพื้นที่กว้างอีกทั้งเป็นหนองน้ำที่มีจอกแหนปกคลุมอยู่ทั่ว มีความลึกกว่า 2 เมตร จำนวนหลายบ่อ มีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ระดมนักประดาน้ำลงงมค้นหาโดยลักษณะเดินเรียงแถวเป็นหน้ากระดานนานกว่า 50 นาที ก็พบชิ้นส่วนกระดูกจำนวนหนึ่ง บริเวณใกล้กับต้นโพธิ์ ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นชิ้นส่วนของกระดูกคนหรือสัตว์ จึงเก็บรวบรวมส่งชันสูตร

พ.ต.อ.นพศิลป์เปิดเผยว่า จากการค้นหาร่างนายรัติภูมิมา 2 วัน พบรองเท้าและกระดูกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดจะถูกส่งไปที่สถาบัน นิติเวชร.พ.ตำรวจ เพื่อตรวจสอบหาดีเอ็นเอว่าเกี่ยวข้องกับนายรัติภูมิหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ปูพรมค้นหาร่องรอย สิ่งของ หรือเบาะแสที่จะสามารถเชื่อมโยงไปหานายรัติภูมิ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะยุติการค้นหาไว้ และในช่วงเย็น ทีมสืบสวนจะประชุมความคืบหน้าอีกครั้ง

พบแล้วกระดูกปริศนา!! ชุดสืบสวนคาดการณ์อาจเป็นชิ้นส่วนของเซลแมนหนุ่มที่หายตัวไป (รายละเอียด)

 

และเมื่อเวลา 15.30 น. นายละเอียด พิมใจไส อายุ 65 ปี พ่อของนาย รัติภูมิได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อเก็บดีเอ็นเอ พร้อมเปิดเผยว่า สำหรับรองเท้าที่พบนั้นตนคาดว่าไม่น่าจะใช่ของลูกชาย เพราะลูกชายไม่ใส่รองเท้าแบบนี้ ลูกชายเป็นคนที่เนี้ยบจะไม่ใส่รองเท้าแบบเหยียบส้นแน่ ส่วนเรื่องยาเสพติดยอมรับว่าลูกชายเคยเสพยาแต่ก็เลิกแล้ว หลังจากที่มาเป็นเซลส์แมน

“ส่วนเรื่องทรัพย์สินที่พบยอมรับว่าเป็นของลูกชาย แต่ลูกชายเป็นคนหวงของไม่น่าจะทิ้งไว้แบบนี้แน่ และคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากเรื่องชู้สาว ซึ่งอาจเป็นเพราะสาวคนสนิทที่ลูกชายไปติดพันก็เป็นได้ เนื่องจากสาวคนดังกล่าวมีสามีแล้ว และเป็นคนมีสีด้วย ซึ่งตนเชื่อว่าลูกชายยังไม่เสียชีวิตอย่างแน่นอน เพราะไปดูหมอมาและจำเป็นต้องเก็บตัวจนกว่าจะพ้นเคราะห์ โดยได้โทรศัพท์คุยกับลูกชายครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.59 แต่คุยได้ไม่นานเพราะตนอยู่บนรถ กระทั่งมาหายตัวไปดังกล่าว” นายละเอียดกล่าว

 

 

 

Sineenut tnews