- 15 ก.พ. 2560
"ศรีวราห์" นำทีมสอบ7ผู้ต้องหา ฉกปืนค่าย ตชด.24 อุดรธานี โยงขอนแก่นโมเดล???
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่มีการรายงานข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง ว่าเมื่อวันที่ 14 ก.พ.เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 7 ราย ที่ก่อเหตุขโมยปืน จำนวน 885 กระบอก จากค่าย ตชด.24 จ.อุดรธานี ตั้งแต่ปี 2555 โดยคุมตัวได้จากสถานที่แห่งหนึ่งไม่ขอเปิดเผย และขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ถูกควบคุมตัวมาสอบสวนอยู่ที่ค่ายทหาร มทบ.11 ( คลิ๊ก : รวบ7คนร้ายปล้นปืน 885 กระบอกสอบโยงขอนแก่นโมเดล นำก่อเหตุช่วงกปปส.ชุมนุม )
ทั้งนี้ คาดว่าอาวุธปืนที่ถูกขโมยไปดังกล่าว อาจถูกนำไปใช้และอาจมีส่วนเชื่อมโยงกับขบวนการขอนแก่นโมเดล ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงสมัยเหตุการณ์บ้านเมืองที่มีการแบ่งสีแบ่งฝ่าย จนเป็นเหตุทำให้มีการใช้อาวุธสงครามดังกล่าว เข้ามาก่อเหตุทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม จนทำให้มีการบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวน
ผู้ต้องหาทั้งหมดจะถูกคุมตัวมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมคณะชุดสืบสวนเตรียมสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง ในช่วงเย็นของวันนี้ (15 ก.พ.) ส่วนรายละเอียดการจับกุมและความเชื่อมโยงของขบวนการดังกล่าวจะนำอาวุธไปก่อเหตุ ในช่วงสมัยเหตุการณ์บ้านเมืองยังรุนแรง มีการแบ่งสีแบ่งฝ่ายชัดเจนหรือไม่นั้น ต้องรอภายหลังการสอบปากคำโดยผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้ให้ข้อมูลด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ชัยรัตน์ อู่พิทักษ์ รอง ผกก.ตชด.24 จังหวัดอุดรธานี ชี้แจงเหตุปล้นปืน โดยข้อเท็จจริงแล้วเป็นการยักยอกทรัพย์ เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยเบื้องต้นจำนวน 7 คน ร่วมกันกระทำความผิด มีทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่สังกัด ตชด. 24 พลเรือน และเจ้าหน้าที่หน่วยอื่น บางส่วนถูกให้ออกจากราชการแล้ว ก่อนหน้านี้ บางส่วนอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล
(คลิ๊ก : เปิดประวัติ "พล.ต.อ.เดชณรงค์" ลุยชายแดนใต้ จับแดงขอนแก่นโมเดล?! )
หากย้อนรอย"ขอนแก่นโมเดลไ หลังคสช.ยึดอำนาจเพียง 1 วัน ในช่วงเย็นวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ทหาร ตำรวจและพลเรือนกว่า 50 นาย บุกเข้าจับกลุ่มคนเสื้อแดงที่กำลังประชุมกันอยู่ในอพาร์ตเมนท์หรู ริมบึงหนองโคตร บ้านกอก ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ. ขอนแก่น หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวเข้าออกผิดปกติของกลุ่มชายฉกรรจ์ เมื่อทราบจุดแน่ชัด เจ้าหน้าที่ได้จู่โจมไปที่ชั้น 4 ของอพาร์ตเมนต์แห่งนั้น พบคน 2 กลุ่ม แยกห้องประชุมเป็น 2 ห้อง โดยห้องพักหมายเลข 406 มีคนประชุมอยู่ 10 คน ห้องหมายเลข 407 มีคนนั่งอยู่ 9 คน และจับกุมได้ในห้องพักอีก 2 คน ทั้งหมดรวม 21 คน เป็นชาย 20 คน มีผู้หญิงเพียงคนเดียว ตรวจค้นเบื้องต้นทั้งหมดไม่มีอาวุธสงครามพกติดตัว
จากการตรวจสอบรถของผู้ต้องหาทั้ง 10 คัน ที่จอดอยู่ลานจอดรถ โดยรถแต่ละคันบ่งบอกว่าแต่ละคนไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป แต่ถือว่าเป็นคนที่พอมีอันจะกิน ซึ่งมีทั้งรถเก๋งและรถกระบะ ป้ายทะเบียนทั้งจากกรุงเทพฯ ขอนแก่น นครราชสีมา และชัยภูมิ ซึ่งการค้นรถพบอาวุธสงครามหลายรายการ ทั้งกระสุนปืนและวัตถุระเบิด และที่น่าตกใจคือ มีเอกสารเกี่ยวกับอุปกรณ์ระเบิด เอกสารการฝึกของกลุ่ม อพปช. ผ้าพันคอของ อพปช.อีกจำนวนมาก บัตรสมาชิก นปช.และภาพถ่ายของผู้ต้องหาที่เคยถ่ายกับบุคคลสำคัญๆ เอาไว้อีกหลายแผ่น โดยเฉพาะภาพถ่ายกับ เสธ.แดง
หลังจากนั้นผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ถูกนำตัวไปควบคุมที่ค่ายสีหราชเดโชไชย ซึ่งอยู่ติดกับสนามบินขอนแก่น เพื่อสอบปากคำ มีการสอบประวัติเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทหารควบคุมตัวไว้ชื่อ มีชัย ม่วงมนตรี ชาว อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด แกนนำกองทัพปราบกบฏ ที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อีสานกลาง, จ.ส.ต.ประทิน จันทร์เกศ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีภาพถ่ายสมัยเข้าฝึกเป็นอาสาสมัครตำรวจและมีภาพถ่ายกับบุคคลสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย
ก่อนหน้านี้ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2555 ได้มีข้อมูลอาวุธปืนในคลังเก็บ หน่วยงานสังกัดตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 พบตัวเลขในบัญชีต้นสังกัดมีมากกว่าปืนที่อยู่ในคลังอาวุธ เบื้องต้นทราบว่า มีอาวุธปืน HK สูญหายไปกว่า 100 กระบอก และเครื่องยิงระเบิด อาร์พีจี อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งหน่วยงานในสังกัดที่ปืนหายนั้นอยู่ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ต่อมากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 245 อ.เมือง จ.หนองคาย ได้เข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคายว่าอาวุธและเครื่องยิงระเบิดอาร์พีจีหายไปจำนวนหนึ่ง โดยได้มีการกล่าวหาผู้รับผิดชอบในการเบิกจ่ายไว้ด้วย พร้อมกับมีการตั้งคณะกรรมการสอบด้วย
ขณะที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยด้วยว่า คดีนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับการโจรกรรม แต่น่าจะเกี่ยวกับการทุจริตภายในเบิกจ่าย ทำให้อาวุธปืนและเครื่องยิงระเบิดอาร์พีจีถูกยักยอก เมื่อเทียบกับตัวเลขเบิกเข้ากับของที่เหลืออยู่จริง จึงไม่ตรงกัน ส่วนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ทางตำรวจตระเวนชายแดนกำลังดำเนินการสอบสวนว่ามีผู้ใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองยังไม่ทราบรายละเอียดมากนัก ต้องรอให้ทาง ตชด.ดำเนินการสืบสวนเสร็จสิ้นเสียก่อน
เรียบเรียงโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
