- 19 ก.พ. 2560
"ตัดสินใจถูกแล้ว"!!!"สุริยะใส"โพสต์ชม"นายกฯ"ยุติขัดแย้ง"โรงไฟฟ้ากระบี่"ไม่ใช้อำนาจหักดิบ ไม่ทำลายปรองดอง แนะ"ป.ย.ป."ยกเป็นกรณีศึกษา (รายละเอียด)
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และ ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว "สุริยะใส กตะศิลา" ระบุถึงกรณีที่ นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจให้ปรับปรุงการทำรายงานวิเคราะห์ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรืออีเอชไอเอ ของประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงการดำเนินโครงการใหม่ทั้งหมด โดยจัดทำใหม่ให้มีความชัดเจนมากขึ้น อยู่ภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการไตรภาคี ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านรับฟังและยินยอมยุติการชุมนุม นั้นเป็นการตัดสินที่ถูกต้องแล้ว พร้อมแนะ ป.ย.ป.ใช้เป็นกรณีศึกษา โดยรายละเอียดข้อความดังนี้...
ยกแรกโรงไฟฟ้าถ่านหิน กระบี่...นายกฯตัดสินใจถูกแล้ว
การตัดสินใจยุติการเผชิญหน้าของรัฐบาลกับกลุ่มผู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ด้วยการยกเลิก EHIA ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพื่อเริ่มกระบวนการใหม่ที่น่าเชื่อถือและทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง วุฒิภาวะผู้นำของนายกฯในการยุติปัญหาเรื่องนี้ในเบื้องต้นที่ตัดสินกันด้วยข้อมูลข้อเท็จจริงไม่ใช้อำนาจหักดิบ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ไม่ทำลายบรรยากาศการปรองดอง
บทเรียนจากความขัดแย้งเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่มีมาก่อนรัฐบาลนี้ด้วยซ้ำ เพราะภาครัฐพยายามกันชาวบ้านออกจากการมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น จนเกิดข้อมูล ข้อเท็จจริง 2 ชุดและทำให้ปัญหาบานปลายทั้งที่บางปัญหาสามารถพูดคุยกันได้ ซึ่งขั้นตอนศึกษาผลกระทบในโอกาสต่อไป หรือแม้กระทั่งแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านพลังงานก็ต้องทบทวนกันใหม่ ไม่ใช่จัดทำโดยคนกลุ่มเดียวต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนและสังคมอย่างจริงจัง
และการตัดสินใจของรัฐบาลครั้งนี้เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจต่อการทำงานของ ป.ย.ป.โดยเฉพาะการทำความเข้าใจต่อความขัดแย้งแตกแยกในสังคม ซึ่งมีต้นเหตุเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน ส่วนความขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกันเป็นปัญหาปลายเหตุและมาทีหลัง ไม่ใช่เหมารวมว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนทะเลาะกันเอง
รากเหง้าของความขัดแย้งแตกแยกที่สำคัญมีมาก่อนเรื่องสี คือเรื่องทิศทางการพัฒนาที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ทุจริตคอรัปชั่น และระบบราชการที่รวมศูนย์ผูกขาดการตัดสินใจแทนประชาชนทุกเรื่องทำให้ปัญหาสะสมต่อเนื่องมา ฉะนั้นสิ่งที่ ป.ย.ป. ต้องทำให้เป็นเรื่องเป็นราวก่อนงานปรองดองคือการปฏิรูปประเทศ ที่เริ่มต้นที่ระบบราชการ
ป.ย.ป. ต้องส่งสัญญาญปฏิรูปที่ขัดเจนเป็นรูปธรรมนำการปรองดอง และทำไปพร้อมๆ กัน ถ้าแยกทำเป็นเรื่องๆ จะไม่สำเร็จ และงานปรองดองต้องไม่จำกัดวงอยู่แค่กลุ่มการเมืองแต่ต้องคลอบคุมปัญปากท้องประชาชน หรือต้องมองเรื่องราวปัญหาประชาชนเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน แม้เป็นงานที่หนักสำหรับรัฐบาล แต่ถ้ารัฐบาลจริงใจเชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากขึ้น
รายงานโดย นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์ สำนักข่าวทีนิวส์
ที่มา เฟซบุ๊ก "สุริยะใส กตะศิลา"
