- 20 ก.พ. 2560
เบิกตัววันนี้!?!? ศาลอาญา ไต่สวน "ศุภชัย" พร้อมพวก ฐานฟอกเงินฉ้อโกงประชาชน (รายละเอียด)
อัยการขอศาลเลื่อนตรวจสอบพยานหลักฐาน นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กับพวก รวม 15 คน ในคดีสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 เนื่องจากยังต้องรอเอกสารสำนวนจากคดี “ร่วมกันฉ้อโกง” ก่อน
วันนี้ ( 20 ก.พ.) เมื่อเวลา 09:00 น. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้ากรมราชทัณฑ์ ได้เบิกตัว
นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กับพวกรวม 15 คน จากเรือนจำบางขวาง และทัณฑสถานหญิง มายังศาลอาญา เพื่อฟังการไต่สวนและตรวจพยานหลักฐานรวม 2 คดี ที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กับพวกรวม 15 คน ในความผิดฐาน ร่วมกันฟอกเงินฯ และฉ้อโกงประชาชน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ที่ ห้อง909 ศาลอาญารัชดา
โดยเมื่อถึงเวลานัดหมาย ทางพนักงานอัยการได้แจ้งต่อศาล ว่า อัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางราย ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และขณะนี้เอกสารสำนวนทั้งหมดได้ส่งไปให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พิจารณาว่าจะมีความเห็นชอบหรือเห็นแย้ง จึงไม่มีเอกสารสำนวนมายื่นต่อศาลให้ตรวจพยานหลักฐาน รวมถึงคดีสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น ยังต้องรอเอกสารสำนวนจากคดีร่วมกันฉ้อโกงก่อน จึงขอศาลเลื่อนตรวจสอบพยานหลักฐานอีกครั้ง เป็นวันที่ 1 พฤษภาคม 2560
คดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ เคยรับสารภาพต่อหน้าศาลว่าได้มีการยักยอกเงินจริง ทำให้ศาลมีคำพิพากษาตัดสินจำคุกทั้งสิ้น 32 ปีแต่คำให้การจำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 16 ปี
นายศุภชัยเคยให้การว่ารู้จักกับพระธัมมชโย เนื่องจากเมื่อปี 2542 พระธัมมชโยได้แต่งตั้งให้นายศุภชัยเป็นไวยาวัจกรของวัดพระธรรมกาย ก่อนจะลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2556 นอกจากนี้ นายศุภชัยยังให้การเกี่ยวกับความสนิทสนมกับพระธัมมชโย
โดยระบุว่า ระหว่างนายศุภชัยกับพระธัมมชโยนั้น มีการเรียกเฉพาะแทนกัน โดยตนต้องขอสงวนชื่อดังกล่าวไว้ ซึ่งพระธัมมชโยไม่ได้เรียกชื่อของนายศุภชัย แต่เรียกแทนกันด้วยชื่อเฉพาะ นายศุภชัยยังให้การเป็นประโยชน์ในคดีอื่นอีกด้วย ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะได้เข้ามาสอบปากคำนายศุภชัยอีกครั้ง
ที่ผ่านมาจากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าวพบข้อมูลว่า นายศุภชัยถือว่าเป็นศิษย์เอกของวัดพระธรรมกายและมีความสนิทสนมกัน ถึงขั้นที่พระธัมมชโยแต่งตั้งให้เป็นไวยาวัจกรชองวัดเพราะฉะนั้นการบริจาคเงินให้พระธัมมชโยนั้นพระธัมมชโยก็จะไม่มีส่วนรู้เห็นแต่จากการตรวจสอบของสำนักข่าวทีนิวส์พบว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่น่าจะเป็นความจริงด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1. นายศุภชัยเคยเป็นไวยาวัจกรของวัดพระธรรมกาย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ที่จะเป็นไวยาวัจกรนั้นต้องเป็นบุคคลสำคัญและมีความสนิทสนมกับเจ้าอาวาสเป็นอย่างดี
โดยไวยาวัจกร ตามกฎหมายหมายถึงคฤหัสถ์ผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่เบิกจ่ายนิตยภัต และมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดได้ตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสือ และกำหนดให้ไวยาวัจกรเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
การแต่งตั้งไวยาวัจกรเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาส วัดหนึ่งอาจมีไวยาวัจกรได้หลายคน ความเป็นไวยาวัจกรสิ้นสุดลงเมื่อเจ้าอาวาสผู้แต่งตั้งให้ออกหรือเจ้าอาวาสผู้แต่งตั้งพ้นจากความเป็นเจ้าอาวาส เช่น ลาออก ลาสิกขา มรณภาพ
2.เมื่อปี 2552 นายศุภชัยเคยเป็นประธานกฐินวัดพระธรรมกายซึ่งเป็นที่รับรู้กับเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่างานทอดกฐินของวัดพระธรรมกายนั้นจะเป็นงานที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของวัดและใครก็ตามที่ได้เป็นคนถือผ้าไตรนั้นก็แสดงว่าเป็นคนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
คลิกอ่าน: แจ่มชัดเลย !!! ที่แท้ก็มีคนในเอี่ยวเอี่ยวเงิน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น...ไพสิฐ เผยออกมาเอง ข้าราชการซี 8
ภัทราพร สำนักข่าวที่นิวส์
