- 20 มี.ค. 2560
ต้องโดนทุกองค์กร!!! "สุเทพ" องค์กรอิสระก็ไม่เว้น ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย บริสุทธิ์ใจก็ไม่ต้องกลัว (รายละเอียด)
เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2560 ที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก สืบเนื่องจาก วันที่ 17 มี.ค. 2560 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าว ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติม ที่จะต้องมีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติมที่จะต้องมีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน มีทั้งหมด 7 หน่วยงาน 69 ตำแหน่ง ได้แก่
1.สถาบันอุดมศึกษาในสังกัดรัฐ ได้แก่ รองอธิการบดี
2.สถาบันอุดมศึกษาในกำกับรัฐ ได้แก่ รองอธิการบดี
3.องค์การบริหารส่วนจังหวัด ประกอบด้วย ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับสูง), ผู้อำนวยการสำนักช่าง (นักบริหารงานช่าง ระดับสูง)
4.เทศบาลนคร ประกอบด้วย ปลัดเทศบาล (นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับสูง), ผู้อำนวยการสำนักช่าง (นักบริหารงานช่าง ระดับสูง)
5.เทศบาลเมือง ประกอบด้วย ปลัดเทศบาล (นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับสูง), ผู้อำนวยการสำนักช่าง (นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับสูง)
6.เทศบาลตำบล ประกอบด้วย ปลัดเทศบาล (นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับสูง), ผู้อำนวยการสำนักช่าง (นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับสูง)
7.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบด้วย จเรตำรวจแห่งชาติ, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง, ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล, ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี, ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจสอบภายใน, ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล, ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ, ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, รองผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง, รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล, รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี, รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 - 9, รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้, รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล, รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ, รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, จเรตำรวจ (สบ 8) (หัวหน้าจเรตำรวจ), นายแพทย์ใหญ่, รองจเรตำรวจ (สบ 7), ผู้บังคับการกองพลาธิการ, ผู้บังคับการกองโยธาธิการ, ผู้บังคับการกองสรรพาวุธ, ผู้บังคับการกองทะเบียนพล, ผู้บังคับการกองสวัสดิการ, ผู้บังคับการกองคดีอาญา, ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้, ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 - 4, ผู้บังคับการข่าวกรองยาเสพติด, ผู้บังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด, ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 - 4, ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 - 4, ผู้บังคับการตำรวจสื่อสาร
การกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินครั้งนี้ เป็นการกำหนดเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้เดิม โดยอยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าจะประกาศ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2560 ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ได้ทราบและเตรียมตัวล่วงหน้าที่จะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในระหว่างวันที่ 3 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2560
ทั้งนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้โพสต์ข้อเสนอแนะว่า นอกจาก นักการเมือง ซึ่งต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินแล้ว ต้องตรากฎหมาย กำหนดให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ รวมไปถึงคณะกรรมการผู้มีหน้าที่ในการกำหนดระเบียบข้อบังคับ หรือ พิจารณา ให้คุณให้โทษที่มีอำนาจตามกฎหมายต่าง ๆ (Regulator) ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ปปช. และเปิดเผยต่อสาธารณะด้วยเช่นกัน
โดยเฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ระบุว่า
" ข้อเสนอแนะ เรื่องการปฏิรูปประเทศ และแนวทางในการสร้างความสามัคคีปรองดอง : การปฏิรูปกฎหมาย และองค์กร ที่มีหน้าที่ในการแก้ไขป้องกัน ปราบปราม การทุจริตคอรัปชั่น
แก้ไข ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม การทุจริต คอรัปชั่นเพื่อให้องค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไข ป้องกัน และปราบปรามการทุจริต คอรัปชั่น สามารถทำงานได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
บังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน นอกจาก นักการเมือง ซึ่งต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินแล้ว ต้องตรากฎหมาย กำหนดให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ รวมถึงคณะกรรมการผู้มีหน้าที่ในการกำหนดระเบียบข้อบังคับ หรือ พิจารณา ให้คุณให้โทษที่มีอำนาจตามกฎหมายต่าง ๆ (Regulator) ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ปปช. และเปิดเผยต่อสาธารณะ
ตรากฎหมายกำหนดให้คดีทุจริต เป็นคดีที่ไม่มีอายุความ
ในกรณีที่จำเลยในคดีทุจริต หลบหนีการพิจารณาคดี ให้การพิจารณาคดีนั้น สามารถกระทำลับหลังจำเลยได้ และจำเลยที่หลบหนีคดีทุจริตถูกตัดสิทธิ์ที่จะเป็นโจทก์ฟ้องคดีใด ๆ
คณะกรรมการ ปปช. ต้องควบคุม กำกับ การสืบสวนสอบสวน และส่งฟ้องคดีทุจริตให้เสร็จสิ้นภายในสองปี นับตั้งแต่ได้ รับทราบ หรือ ได้รับการร้องเรียน โดยมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานสอบสวนแต่ละคดี"
