“สหายช่วง” แนะคกก.เฉพาะกิจ สอบข้อครหากองทุนฟื้นฟูฯเดินหน้าปฏิรูป

“สหายช่วง” แนะคกก.เฉพาะกิจ สอบข้อครหากองทุนฟื้นฟูฯเดินหน้าปฏิรูป

           นายธงชัย สุวรรณวิหค หรือ “สหายช่วง” อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ซึ่งพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สามารถปฏิรูปโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ในกองทุนฯให้รองรับการแก้ปัญหาความยากจนและหนี้เกษตรกรได้อย่างแท้จริง

 

โดยเฉพาะโครงสร้างและอำนาจของคณะกรรมการบริหารในกองทุนฟื้นฟูฯ ตนขอเสนอให้คณะกรรมการเฉพาะกิจเรียกเอกสารกองทุนฟื้นฟูฯ โดยเฉพาะมติของบอร์ดใหญ่ มติของคณะกรรมการบริหาร หนังสือท้วงติงของ สตง. เพื่อสามารถเห็นปัญหาโครงสร้างการบริหารภายในของกองทุนฟื้นฟูฯที่จำเป็นต้องปฏิรูป

            นายธงชัยกล่าวว่า ในอดีตเคยมีมติกรรมการบริหาร ในช่วง  ส.ค 2548-พ.ย 2549 ที่เป็นตัวอย่างของปัญหา  โดยคณะกรรมการบริหารชุดนั้นประกอบด้วย.นาย ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์  เป็นประธาน นายอำนวย ปะติเส รองประธาน

 


นายสไกร พิมพ์บึง นายเฉลียว สุวรรณประภา นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม .นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ และ นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล เป็นเลขานุการ มีการอนุมัติโครงการนำร่องการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งอาศัยฐานของผู้แทนเกษตรกรและกรรมการบริหารเป็นตัวตั้งเพื่อจัดสรรงบประมาณ  

 

โดยให้องค์กรเกษตรกรเสนอโครงการผ่านผู้แทนเกษตรกรและกรรมการบริหารขึ้นมา  โดยมีข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวมีระยะดำเนินการ กพ.-มิย. 2549  ก่อนการเลือกตั้ง  สว.ในวันที่ 19 เมษายน 2549 ซึ่งนายอำนวย ปะติเส ได้ลงรับสมัครเลือกตั้ง สว.ในจังหวัด มหาสารคามด้วย และที่น่าสนใจคือ การดำเนินการดังกล่าวมีผู้แทนเกษตรกรกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะผู้แทนเกษตรกรภาคกลาง แต่ก็ไม่สามารหยุดยั้งมติบอร์ดบริหารในเรื่องนี้ได้ 

 


นายธงชัย กล่าวว่า รายงาน สรุปการติดตามโครงการพัฒนาศักย์ภาพองค์กรเกษตรกร ณ วันที่ 17 ธ.ค 2550 มีประเด็นที่น่าศึกษาคือ  การอนุมัติโครงการดังกล่าว ภาคอีสาน  จ.มหาสารคาม โครงการอนุมัติ  138  โครงการ จ.อุบลราชธานี  8  โครงการ จ.นครราชสีมา  6  โครงการ จ.อุดรธานี  6  โครงการ จ.สุรินทร์  2  โครงการ
 

“สหายช่วง” แนะคกก.เฉพาะกิจ สอบข้อครหากองทุนฟื้นฟูฯเดินหน้าปฏิรูป

      “ถ้าศึกษาจากจุดนี้...โดยละทิ้งความรู้สึกส่วนตัวออกเสียให้หมด...มุ่งค้นหาการปฏิรูปและแนวทางฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอย่างแท้จริง เราจะเห็นได้ว่า ทำไมโครงสร้างและอำนาจของคณะกรรมการบริหารในกองทุนฯให้อำนาจไว้ล้นเหลือมากเกินไป ทั้งๆ ที่ผู้แทนส่วนหนึ่งทักท้วงและไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่มีการทบทวนยั้งคิด หรือยึดมั่นศีลธรรมองค์กรหรือธรรมาภิบาล”นายธงชัยกล่าว
นายธงชัยกล่าวว่า

 

 ปรากฏการนี้  ชี้ให้เห็นถึงคุณสมบัติของคณะกรรมการบริหารและผู้บริหารระดับต่างๆ ต้องมีขบวนการกลั่นกรองคัดเลือกให้ได้คนที่ดีมีความสามารถจริงๆ ไม่ปล่อยให้เป็นอำนาจของคณะบริหารหรือของเลขาฯเพียงอย่างเดียว ควรมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากนอกองค์กรเข้ามามีบทบาทในการคัดเลือก"ผู้บริหารชั้นต่างๆ"เพื่อไม่ปล่อยให้เกิด"ลัทธิพวกพ้อง"แบ่งแยกตั้งตนเป็นผู้มีสังกัด "กูเป็นคนของใคร" หลักการบริหารขาดความถูกต้องเหมาะสม


            “ความจริงเหล่านี้จะให้ทุกคนได้รู้ปัญหาต่างๆ การแก้ปัญหาและการปฏิรูปจึงจะตรงเป้า ความหวังปฏิรูปของเกษตรกร ฝากไว้กับ คสช.ชุดนี้ ผมเองก็หวังกับ คสช.ชุดนี้ อย่าปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปโดยไร้การปฏิรูป” นายธงชัยกล่าว