- 09 มิ.ย. 2560
“สหายช่วง” แนะคกก.เฉพาะกิจ สอบข้อครหากองทุนฟื้นฟูฯเดินหน้าปฏิรูป
นายธงชัย สุวรรณวิหค หรือ “สหายช่วง” อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ซึ่งพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สามารถปฏิรูปโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ในกองทุนฯให้รองรับการแก้ปัญหาความยากจนและหนี้เกษตรกรได้อย่างแท้จริง
โดยเฉพาะโครงสร้างและอำนาจของคณะกรรมการบริหารในกองทุนฟื้นฟูฯ ตนขอเสนอให้คณะกรรมการเฉพาะกิจเรียกเอกสารกองทุนฟื้นฟูฯ โดยเฉพาะมติของบอร์ดใหญ่ มติของคณะกรรมการบริหาร หนังสือท้วงติงของ สตง. เพื่อสามารถเห็นปัญหาโครงสร้างการบริหารภายในของกองทุนฟื้นฟูฯที่จำเป็นต้องปฏิรูป
นายธงชัยกล่าวว่า ในอดีตเคยมีมติกรรมการบริหาร ในช่วง ส.ค 2548-พ.ย 2549 ที่เป็นตัวอย่างของปัญหา โดยคณะกรรมการบริหารชุดนั้นประกอบด้วย.นาย ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ เป็นประธาน นายอำนวย ปะติเส รองประธาน
นายสไกร พิมพ์บึง นายเฉลียว สุวรรณประภา นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม .นายอดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ และ นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล เป็นเลขานุการ มีการอนุมัติโครงการนำร่องการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ซึ่งอาศัยฐานของผู้แทนเกษตรกรและกรรมการบริหารเป็นตัวตั้งเพื่อจัดสรรงบประมาณ
โดยให้องค์กรเกษตรกรเสนอโครงการผ่านผู้แทนเกษตรกรและกรรมการบริหารขึ้นมา โดยมีข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวมีระยะดำเนินการ กพ.-มิย. 2549 ก่อนการเลือกตั้ง สว.ในวันที่ 19 เมษายน 2549 ซึ่งนายอำนวย ปะติเส ได้ลงรับสมัครเลือกตั้ง สว.ในจังหวัด มหาสารคามด้วย และที่น่าสนใจคือ การดำเนินการดังกล่าวมีผู้แทนเกษตรกรกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะผู้แทนเกษตรกรภาคกลาง แต่ก็ไม่สามารหยุดยั้งมติบอร์ดบริหารในเรื่องนี้ได้
นายธงชัย กล่าวว่า รายงาน สรุปการติดตามโครงการพัฒนาศักย์ภาพองค์กรเกษตรกร ณ วันที่ 17 ธ.ค 2550 มีประเด็นที่น่าศึกษาคือ การอนุมัติโครงการดังกล่าว ภาคอีสาน จ.มหาสารคาม โครงการอนุมัติ 138 โครงการ จ.อุบลราชธานี 8 โครงการ จ.นครราชสีมา 6 โครงการ จ.อุดรธานี 6 โครงการ จ.สุรินทร์ 2 โครงการ
“ถ้าศึกษาจากจุดนี้...โดยละทิ้งความรู้สึกส่วนตัวออกเสียให้หมด...มุ่งค้นหาการปฏิรูปและแนวทางฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอย่างแท้จริง เราจะเห็นได้ว่า ทำไมโครงสร้างและอำนาจของคณะกรรมการบริหารในกองทุนฯให้อำนาจไว้ล้นเหลือมากเกินไป ทั้งๆ ที่ผู้แทนส่วนหนึ่งทักท้วงและไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่มีการทบทวนยั้งคิด หรือยึดมั่นศีลธรรมองค์กรหรือธรรมาภิบาล”นายธงชัยกล่าว
นายธงชัยกล่าวว่า
ปรากฏการนี้ ชี้ให้เห็นถึงคุณสมบัติของคณะกรรมการบริหารและผู้บริหารระดับต่างๆ ต้องมีขบวนการกลั่นกรองคัดเลือกให้ได้คนที่ดีมีความสามารถจริงๆ ไม่ปล่อยให้เป็นอำนาจของคณะบริหารหรือของเลขาฯเพียงอย่างเดียว ควรมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิจากนอกองค์กรเข้ามามีบทบาทในการคัดเลือก"ผู้บริหารชั้นต่างๆ"เพื่อไม่ปล่อยให้เกิด"ลัทธิพวกพ้อง"แบ่งแยกตั้งตนเป็นผู้มีสังกัด "กูเป็นคนของใคร" หลักการบริหารขาดความถูกต้องเหมาะสม
“ความจริงเหล่านี้จะให้ทุกคนได้รู้ปัญหาต่างๆ การแก้ปัญหาและการปฏิรูปจึงจะตรงเป้า ความหวังปฏิรูปของเกษตรกร ฝากไว้กับ คสช.ชุดนี้ ผมเองก็หวังกับ คสช.ชุดนี้ อย่าปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปโดยไร้การปฏิรูป” นายธงชัยกล่าว
