พยานสำคัญ!! ตำรวจสอบปากคำ "พยานปากเอก" ผู้รอดชีวิตหวุดหวิดหลังกระสุนถากหัว นำตัวเก็บเซฟเฮ้าท์ เดินหน้าล่าตัวคนร้าย

พยานสำคัญ!! ตำรวจสอบปากคำ "พยานปากเอก" ผู้รอดชีวิตหวุดหวิดหลังกระสุนถากหัว นำตัวเก็บเซฟเฮ้าท์ เดินหน้าล่าตัวคนร้าย

จากกรณีข่าวสะเทือนขวัญ! คนร้ายบุกจับผู้ใหญ่บ้านอ่าวลึกเป็นตัวประกัน ก่อนฆ่ายกครัว 8 ศพ  ที่บ้านเลขที่ 14/3 หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก รวมเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 8 ราย
1.นางดวงพร สังหลัง
2.นายสุริยา สังหลัง
3.นายสุทธิพงศ์ พริกดำ
4.ด.ญ เพรชดาว สังหลัง
5.น.ส.แอนนา บุตรเติบ
6.ด.ญ กิ่งเทียน สังหลัง
7.ด.ญ แพรไหมทอง สังหลัง 
8.นายวรยุทธ สังหลัง เจ้าบ้าน(ผู้ใหญ่บ้าน)
ส่วนผู้บาดเจ็บมี 3 ราย คือ
1.นางอัญชลี บุตรเติบ
2.ด.ญ รัญชิดา พริกดา
3.ด.ญ รยิดาน์ พริกดำ

เมื่อวันที่ วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ปานปรุง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) กระบี่ เข้าพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับคณะทำงานเพื่อประชุมแนวทางในการติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เปิดเผยว่า ยังไม่มีการตั้งประเด็นการสังหารว่าเกิดจากสาเหตุใด อีกทั้งยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการสืบสวน เพราะเกรงว่าจะส่งผลต่อรูปคดี แต่ได้กำชับให้ทุกคนเร่งประสานการทำงานร่วมกับสำหรับคลี่คลายคดี โดยเฉพาะการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เช่น ลายนิ้วมือ ปลอกกระสุนปืน หรืออาวุธที่ใช้ เพื่อตรวจสอบว่ามีที่มาที่ไปจากไหน เนื่องจากคดีดังกล่าวค่อนข้างเป็นเหตุการณ์อุกอาจสะเทือนขวัญ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ ให้ข้อมูลว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานไว้หมด และอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ไม่ใช่อาวุธ สงคราม ทั้งนี้ต้องรอสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ 3 ราย ซึ่งตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ส่วนการผ่าพิสูจน์ ต้องรีบดำเนินการ
 
เวลาประมาณ 14.30 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เเละ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป จะลงไปจ.กระบี่ ติดตามคดีนี้เอง โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้เดินทางด้วยเครื่องบินฟอกเกอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จาก บน. 6 ไปยัง จ.กระบี่ เพื่อตรวจดูการคลี่คลายคดีนี้ด้วยตัวเอง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ไปตรวจบ้านที่เกิดเหตุก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งใช้เวลาเดินดูอยู่นานประมาณ 15-20 นาที ก่อนเปิดเผยว่าขณะนี้ตำรวจยังคงไม่ฟันธงประเด็นใดๆ ตอนนี้ต้องรวบรวมข้อมูลนำไปประชุมสรุปผลกับตำรวจในพื้นที่เสียก่อน แต่เบื้องต้นคนร้ายทำงานแบบแยบยล โดยเก็บหลักฐานทั้งปลอกกระสุนปืนและฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด ไม่ให้ตำรวจติดตามได้ ทั้งนี้ตอนเกิดเหตุมีรถ 2 คันขับมาส่งมือปืนที่บ้านหลังดังกล่าว ก่อนที่ชายฉกรรจ์ 6-7 คน จะใช้รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กค 533 กระบี่ ขับออกไปตอนขากลับ เจ้าหน้าที่ได้ภาพสเก็ตช์คนร้ายแล้ว 1 ราย โดยเป็นชายสวมหมวก และภาพนี้ก็ได้ส่งมอบให้กับ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียบร้อยแล้ว มีการตรวจสอบภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี แต่ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดเกือบทั้งหมดไม่สามารถใช้การได้ คล้ายกับโปรแกรมกล้องวงจรปิดถูกแฮก นอกจากนี้ชุดสืบสวน ยังเปิดเผยด้วยว่า ทีมสังหารครอบครัวนายวรยุทธ ยังได้ถอดฮาร์ดดิสก์บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดที่บ้านเกิดเหตุร่วม 10 ตัวไปด้วย

พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จัดชุดสืบสวนระดับพระกาฬ นำโดย พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5.บก.ป. พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา พ.ต.ท.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ พ.ต.ท.ชัยฎิภูมิ อำนวยชัย รองผกก.5 บก.ป. และเจ้าหน้าที่กก.5 บก.ป. ลงพื้นที่ทันที ซึ่งแต่ละคนนั้นมีผลงานในการสืบสวนและคลี่คลายคดีใหญ่ระดับประเทศมาแล้วทั้งหมด

ทั้งนี้ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นางอัญชลี บุตรเติบ ผู้รอดชีวิตมาสอบปากคำเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้าย และนำตัวไปไว้ในที่ปลอดภัย เบื้องต้นตำรวจทราบว่าคนร้ายไม่ได้ใช้ภาษาถิ่นในการพูดคุย แต่พูดภาษาภาคกลาง กลุ่มคนร้ายใช้เวลาในการพูดคุยเพื่อตกลงปัญหาบางอย่างนานหลายชั่วโมง ก่อนที่จะตัดสินใจยิงคนในบ้านที่เห็นหน้าทีละคน จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะรู้จักกับคนในบ้าน จึงต้องฆ่าปิดปากทุกคนเพื่อไม่ให้ไปเป็นพยาน แต่โชคดีที่ใช้มือปัดปืนขณะที่คนร้ายจ่อยิงศีรษะกระสุนพลาดเป้าถากขมับด้านขวารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด ส่วนประเด็นการสังหารโหด ยกครัว “สังหลัง” 8 คน ตำรวจยังไม่ตัดเรื่องประเด็นโรงโม่หิน ที่ชาวบ้านคัดค้านการสร้างเพราะอยู่ในพื้นที่ถ้ำมโนราห์ ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ รวมทั้งเรื่องชู้สาว เบื้องต้นตำรวจสืบทราบว่านายวรยุทธ ไปมีภรรยาอีกคนที่จังหวัดสิงห์บุรี มีฐานะดี ซึ่งรถเก๋งที่ใช้ก็เป็นรถที่ภรรยาซื้อให้ ส่วนรถเก๋งอีกคันของนายวรยุทธ ที่คนร้ายใช้ขับหลบหนีขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตาม