- 30 ก.ค. 2560
เผชิญหน้าภัยพิบัติ !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)
เผชิญหน้าภัยพิบัติ !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)
พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึถึงกรณีที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักในบางพื้นที่ในปริมานมากเกินนั้น ส่งผลให้การระบายน้ำในระบบทางธรรมชาติตอบสนองไม่ทันการภายในเวลาที่ต้องการ จึงส่งผลกระทบ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้โดยหลักธรรมชาติ.
แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาสำหรับทุกเหตุการณ์เมื่อจะต้องเผชิญหน้าภัยพิบัติ ภาครัฐได้ดำเนินการตามแนวทาง หลักๆ มี 2 ขั้น คือ ขั้นการแจ้งเตือนและเตรียมการ กับ ขั้นเผชิญสถานการณ์ ในขั้นการแจ้งเตือนจะเห็นว่าทางรัฐบาล และ คสช. ได้มีการแจ้งเตือนเรื่องข่าวสภาพอากาศกันมาอยู่เป็นระยะๆ ในหลายพื้นที่เสี่ยงจากข้อมูลที่ได้ประเมินมาตามระบบ. มีเป้าหมายหลัก 2 กลุ่มคือ กลุ่มประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบในการเตรียมรับมือ กับกลุ่ม จนท. ที่จะต้องเตรียมการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ.มีการเตรียมทั้งคนบุคลากร และเครื่องมือ เครื่องใช้สิ่งของจำเป็นต่อการช่วยเหลือ เพื่อให้มีการเตรียมการรับมือ. ส่วนขั้นเผชิญหน้ากับสถานการณ์ เป้าหมายก็เพื่อพยายามจะลดระดับความรุนแรงในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดกับ ปชช. ด้วยการระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบผ่านรูปแบบต่าง ซึ่งครั้งนี้ใครที่ติดตามข่าวจะเห็นได้ว่าทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามทำกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง
เนื่องจากเกรงว่าอาจผู้ที่ไม่เข้าใจ หรือผู้ที่ไม่หวังดี พยายามจะไปเข้าใจในทำนองคลาดเคลื่อนว่ารัฐบาล ไม่ได้มีการแจ้งเตือน ปชช.นั้น ซึ่งอาจเป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล คนส่วนใหญ่สามารถใช้วิจารณญาณได้จากข้อเท็จจริงจากที่เห็นและเป็นอยู่
เพราะการให้ข้อมูลในบางลักษณะอาจทำให้สังคมเข้าใจได้ว่า อาจมีเรื่องการเมืองผสมมาด้วย อย่างในหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา. โดยเฉพาะอาศัยสถานการณ์ความทุกข์ร้อนของประชาชนมาเป็นประเด็น แต่ก็เชื่อว่าปัจจุบันนี้สังคมมักจะมองออก
เรียนว่าอุทกภัยครั้งนี้ มีความต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 เพราะครั้งนั้นปริมาณฝนไม่ได้ตกมาในลักษณะฉับพลันแบบนี้ แต่เกิดจากปริมาณน้ำสะสมมีมากเกิน เนื่องระบบบริหารจัดการเกี่ยวกับการระบาย สังเกตได้ว่าช่วงนั้นขณะที่เกิดเหตุอุทกภัยในแต่ละพื้นที่. ไม่ได้มีฝนตกลงมาแล้วเหมือนครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม นรม.หน.คสช.ได้ให้กำลังใจและขอขอบคุณจนท.รัฐ ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร รวมถึงภาคเอกชน ทุกคนที่ได้ช่วยกันอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยเพื่อพี่น้องประชาชน
สำหรับ พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า การคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 29 ก.ค. มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค.- 4 ส.ค. ประเทศไทยมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในวันที่ 29 ก.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “ เซินกา” (SONCA) ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและประเทศลาว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค.- 4 ส.ค. จะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 29-30 ก.ค.พายุไต้ฝุ่นเนสาท “NESAT” บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ จะมีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางเกาะไต้หวันและชายฝั่งประเทศจีน ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว มีการเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ค่อนทางใต้ และมีแนวโน้มจะเปลี่ยนทิศทางไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลูซอนต่อไป โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วงและมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในวันที่ 29 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากทางตอนบนและด้านตะวันออกของภาค
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 29 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วงและมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 29 ก.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค.ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 -35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง
ในวันที่ 29 ก.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค.ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 -35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วงและมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ข้อควรระวัง
ข้อควรระวัง ในวันที่ 29 ก.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนตกสะสมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ตลอดช่วง และเรือเล็กในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในวันที่ 29 ก.ค.
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 29 ก.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส
