เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)

เผชิญหน้าภัยพิบัติ !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)

เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึถึงกรณีที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักในบางพื้นที่ในปริมานมากเกินนั้น  ส่งผลให้การระบายน้ำในระบบทางธรรมชาติตอบสนองไม่ทันการภายในเวลาที่ต้องการ  จึงส่งผลกระทบ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้โดยหลักธรรมชาติ.  

     แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาสำหรับทุกเหตุการณ์เมื่อจะต้องเผชิญหน้าภัยพิบัติ ภาครัฐได้ดำเนินการตามแนวทาง หลักๆ มี 2 ขั้น คือ ขั้นการแจ้งเตือนและเตรียมการ กับ ขั้นเผชิญสถานการณ์  ในขั้นการแจ้งเตือนจะเห็นว่าทางรัฐบาล และ คสช. ได้มีการแจ้งเตือนเรื่องข่าวสภาพอากาศกันมาอยู่เป็นระยะๆ ในหลายพื้นที่เสี่ยงจากข้อมูลที่ได้ประเมินมาตามระบบ. มีเป้าหมายหลัก 2 กลุ่มคือ กลุ่มประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบในการเตรียมรับมือ กับกลุ่ม จนท. ที่จะต้องเตรียมการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ.มีการเตรียมทั้งคนบุคลากร และเครื่องมือ เครื่องใช้สิ่งของจำเป็นต่อการช่วยเหลือ เพื่อให้มีการเตรียมการรับมือ. ส่วนขั้นเผชิญหน้ากับสถานการณ์  เป้าหมายก็เพื่อพยายามจะลดระดับความรุนแรงในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดกับ ปชช. ด้วยการระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบผ่านรูปแบบต่าง  ซึ่งครั้งนี้ใครที่ติดตามข่าวจะเห็นได้ว่าทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามทำกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง


เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)

เนื่องจากเกรงว่าอาจผู้ที่ไม่เข้าใจ หรือผู้ที่ไม่หวังดี  พยายามจะไปเข้าใจในทำนองคลาดเคลื่อนว่ารัฐบาล  ไม่ได้มีการแจ้งเตือน ปชช.นั้น  ซึ่งอาจเป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล คนส่วนใหญ่สามารถใช้วิจารณญาณได้จากข้อเท็จจริงจากที่เห็นและเป็นอยู่

     เพราะการให้ข้อมูลในบางลักษณะอาจทำให้สังคมเข้าใจได้ว่า อาจมีเรื่องการเมืองผสมมาด้วย อย่างในหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา. โดยเฉพาะอาศัยสถานการณ์ความทุกข์ร้อนของประชาชนมาเป็นประเด็น  แต่ก็เชื่อว่าปัจจุบันนี้สังคมมักจะมองออก

      เรียนว่าอุทกภัยครั้งนี้ มีความต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 เพราะครั้งนั้นปริมาณฝนไม่ได้ตกมาในลักษณะฉับพลันแบบนี้ แต่เกิดจากปริมาณน้ำสะสมมีมากเกิน เนื่องระบบบริหารจัดการเกี่ยวกับการระบาย สังเกตได้ว่าช่วงนั้นขณะที่เกิดเหตุอุทกภัยในแต่ละพื้นที่. ไม่ได้มีฝนตกลงมาแล้วเหมือนครั้งนี้

    อย่างไรก็ตาม นรม.หน.คสช.ได้ให้กำลังใจและขอขอบคุณจนท.รัฐ ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร รวมถึงภาคเอกชน ทุกคนที่ได้ช่วยกันอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยเพื่อพี่น้องประชาชน


เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)

สำหรับ พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า การคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 29 ก.ค. มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน บริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค.- 4 ส.ค. ประเทศไทยมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในวันที่ 29 ก.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “ เซินกา” (SONCA) ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและประเทศลาว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค.- 4 ส.ค. จะมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 29-30 ก.ค.พายุไต้ฝุ่นเนสาท “NESAT” บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ จะมีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางเกาะไต้หวันและชายฝั่งประเทศจีน ส่วนหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว มีการเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ค่อนทางใต้ และมีแนวโน้มจะเปลี่ยนทิศทางไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลูซอนต่อไป โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย


เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)

เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด) เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด) เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด) เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)

 

เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)

 

ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วงและมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในวันที่ 29 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนมากทางตอนบนและด้านตะวันออกของภาค
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง
ในช่วงวันที่ 29 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วงและมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 29 ก.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค.ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 -35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง
ในวันที่ 29 ก.ค. ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค.ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 -35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วงและมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ข้อควรระวัง   

ข้อควรระวัง ในวันที่ 29 ก.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนตกสะสมที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ตลอดช่วง และเรือเล็กในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในวันที่ 29 ก.ค.

เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 29 ก.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค.มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส

เผชิญหน้าภัยพิบัติ  !?!?! ทำความเข้าใจกันหน่อย อุทกภัยครั้งนี้ ต่างอย่างมากกับเมื่อครั้งปี 54 (รายละเอียด)