- 01 ส.ค. 2560
เบรก “เจ้าสัวน้อย” ตั้งพรรค หวังดีจาก “สมคิด” ถึง “ศุภชัยแห่งซีพี” หวั่นซ้ำรอยอดีต “นายกฯนายทุน” เสียเงินหมดอนาคตกลับบ้านไม่ได้
ชื่อของ “เจ้าสัวน้อย” ศุภชัย เจียรวนนท์ ทายาทคนสุดท้องของ “เจ้าสัวแสนล้าน” ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ไม่มีใครไม่รู้จักเขาในเวลานี้ เพราะในยุทธจักรธุรกิจในวงการค้าขายเขาคือคลื่นลูกใหม่ที่เป็น “ดาวโรจน์ ดาวรุ่ง” แห่งวงการธุรกิจไทย
ล่าสุดศุภชัยเพิ่งได้รับความไว้วางใจจาก “เตี่ย” ให้สยายปีกเข้ารับตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ กุมบังเหียนการบริหารงานองค์กรหลายแสนล้านเคียงข้างพี่ชาย
หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาพิสูจน์ตัวเองขึ้นมายืนแถวหน้าของวงการได้สำเร็จหลังจากปลุกปั้น “ทรู” ขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่แถวหน้าในวงการสื่อสารเมืองไทยในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
นอกจากนี้ในยุคเขายังค่อยๆเปลี่ยนแนวการทำธุรกิจของตระกูลใหม่กำไรกงสีก็ยังเน้นแต่ก็หันมาคืนกำไร ให้สังคมมากขึ้นเช่นกัน จะเห็นว่าหลายโครงการของไทยต้องมีซีพีโดดเข้าไปเป็นสปอนเซอร์หมดแถมหลังๆ เจ้าตัวยังดึงพรรคพวกดึงธุรกิจที่รู้จักเจียดเงินเข้ามาช่วยเหลือสังคมอีกจำนวนมากความเป็นคนมีน้ำใจและ หัวก้าวหน้าของศุภชัยทำให้รัฐบาลรถถัง
โดยหัวคิดของ “กูรูเศรษฐกิจ” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจดึงตัวเขาเข้ามาช่วยงานรัฐบาลด้วยการตั้งให้เป็นกรรมการในคณะกรรมการอิสระเพื่อการ ปฏิรูปการศึกษา แถมยังให้เขาช่วยงานโครงการ “ประชารัฐ”ของรัฐบาลในหลายเรื่อง
ล่าสุดก็เป็นหนึ่งในเอกชนที่ถูกรัฐบาลดึงมาช่วยตั้งกองทุนในการช่วยเหลือธุรกิจแนวใหม่ หรือ “Startup” วานนี้เลยถูกเชิญ มาหารือกับผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตัวแทนมหาวิทยาลัย ตัวแทนภาคเอกชนและตัวแทนภาครัฐ ฯลฯ ในเรื่องการขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เป็นจริง
แต่ระหว่างการพูดคุยนานเกือบ 3 ชั่วโมง สมคิดก็ออกลูกหยิกแกมหยอกศุภชัยชนิดที่ทำให้ห้องประชุมอึ้งกันไปพอสมควร “ เรื่องสตาร์ทอัพนี้ผมต้องฝากศุภชัยกับภาคเอกชนด้วยไม่งั้นงานนี้จะสำเร็จไม่ได้ ศุภชัยอย่าหาตังค์มาตั้งพรรคการเมืองเลยแต่ช่วยผมตรงนี้ ช่วยสร้างสตาร์ทอัพตรงนี้ดีกว่าถ้าเขาโตขึ้นมาได้ 100 บริษัท คุณจะยิ่งใหญ่เลยนะ เชื่อผมสิ”
สมคิดฝากข้อคิดกับ เจ้าสัวน้อยกลางห้องประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ไม่รู้ว่าเป็นการหยิกแกม หยอกแซวกันเล่นๆหรือสมคิดต้องการเตือนสติชี้ทางสว่างให้ศุภชัยที่เป็นคนรักใคร่ชอบพอกันจริงๆ เพราะ สมคิดก็เคยเห็นอดีตพวกนายทุนพวกเจ้าสัวที่กระโดดลงมาเล่นการเมือง
ส่วนใหญ่ก็จบเห่เสียคนเสียชื่อเป็น ส่วนใหญ่เงินก็หายชื่อก็หดแถมหลายคนพอขึ้นหม้อเป็นใหญ่เป็นโตแล้วลืมตัวแสวงหาประโยชน์ไม่สิ้นสุด ทำบ้านเมืองป่นปี้สุดท้ายปลายทางก็หมดอนาคตตกม้าตายตอนจบเหมือน “นายกฯนายใหญ่” นายทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำ พรรคไทยรักไทยและอดีตนายกฯไทยที่ถูกปฏิวัติมีคดีติดตัวและต้องหนีไปต่างประเทศ
สำหรับศุภชัยกับสมคิดนั้นเรียกว่าสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี หลายเรื่องหลายโครงการของรัฐบาลสมคิด ก็เกี่ยวก้อยก็ดึงก็ได้ศุภชัยนี้แหละมาเป็นตัวตั้งตัวตีทาบทามภาคเอกชนให้เข้ามาช่วยเหลือรัฐด้วยเหตุที่ทั้ง คู่ รู้จักมักจี่กันมานานสมคิดจึงรู้จักตัวตนความคิดรวมทั้งสไตล์ของศุภชัยอย่างถ่องแท้
อย่างน้อยเรื่อง “ใจ” เรื่อง “เสียสละ” เรื่องทำเพื่อสังคมศุภชัยก็กินขาดและได้ใจสังคมไปเยอะมากในหลายกรณี เขาเป็นหนึ่งในนักธุรกิจทายาททุนยักษ์ใหญ่ที่ลงทั้ง “แรง” ออกทั้ง “เงิน” ช่วยเหลือคนไทยช่วยเหลือคนยากคนจนมานาน
ทั้งในทางลับและทางแจ้งเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ของไทยไม่กี่คนที่คิดเรื่อง “คนอื่น” มากกว่าเรื่อง “กำไร” ของ ตัวเอง ทั้งนี้ในส่วนการผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพนั้น สมคิดยังฝากให้ศุภชัยช่วยเป็นตัวตั้งตัวตีในการ เชิญชวน เอกชนให้เสียสละและหันมาเห็นความสำคัญของการช่วยเหลือคนรุ่นใหม่ให้ลืมตาอ้าปากในการสร้างธุรกิจ สตาร์ทอัพให้ได้ในรอบนี้
“ ธุรกิจด้านนี้ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเริ่มสุกงอม มหาวิทยาลัยก็สุกงอม เอกชนก็เริ่มเข้าใจเพียงแต่ทุกฝ่ายยังไม่รวมตัวกัน ตอนนี้การแข่งขันในโลกมีเยอะมาก อาเซียนกำลังกลายเป็นฮอตสปอต (Hot spot) เรา ต้องแข่งกับมาเลเซียและโดยเฉพาะเวียดนามที่เป็นคู่แข่งสำคัญของเรา ต้องเร่งทำเรื่องนี้อย่างจริงจังและนี้เป็นรอบสองของผมที่กลับมาทำงานการเมือง เหลือเวลาอีกแค่ปีเศษ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำตรงนี้ให้สำเร็จให้ได้” สมคิดฝากความฝันเป็นการบ้านทิ้งท้าย
