“เรียกแขกทั้งแผ่นดิน”  คนดังหลายวงการทนไม่ไหว ออกโรงตำหนิ... “เนเน่” หลังดราม่าจัดฉากป่วนพิธีถวายสัตย์ฯ  อยากดังทำลายความเชื่อ

“เรียกแขกทั้งแผ่นดิน” คนดังหลายวงการทนไม่ไหว ออกโรงตำหนิ... “เนเน่” หลังดราม่าจัดฉากป่วนพิธีถวายสัตย์ฯ อยากดังทำลายความเชื่อ

“เรียกแขกทั้งแผ่นดิน”  คนดังหลายวงการทนไม่ไหว ออกโรงตำหนิ... “เนเน่” หลังดราม่าจัดฉากป่วนพิธีถวายสัตย์ฯ  อยากดังทำลายความเชื่อถือศรัทธาของคนไทยต่อ“สถาบัน” ระวังไม่มีแผ่นดินอยู่
 

 

       กลายเป็นประเด็นร้อนฮอตไม่หยุดหลังเกิดกรณีโกลาหลระหว่างพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนิสิตใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปี 2560 3 ส.ค.2560 ที่ผ่านมา  หลังเกิดเหตุการณ์ “ดราม่า” ป่วนพิธีจนเป็นเหตุให้เกิดการชุลมุนวุ่นวาย  โดยที่มีการพาดพิงว่า “เนเน่” เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ประธานสภานิสิตจุฬาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการขุดบ่อล่อปลาจัดฉากดราม่าทำลายพิธีอันเก่าแก่งดงามเรียกคะแนนสงสารจากสังคม จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง  หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการหมอบกราบถวายบังคมในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนิสิตใหม่  โดยอ้างข้างๆคูๆแบบเอาสีข้างเข้าถูว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ประกาศยกเลิกการหมอบคลานแล้วทำไมจึงต้องให้ความสำคัญและจัดพิธีนี้อีก 

 

 

งานนี้จัดได้ว่าเป็นการ “เรียกแขกทั้งแผ่นดิน”  เพราะทำให้คนไทยที่รักชาติรักสถาบันอดรนทนไม่ได้กับการลืม “กำพืด”ของเนเน่ในคราวนี้   และต่างออกมาแสดงความคิดเห็นตำหนิเนเน่กันอย่างล้นหลามแทบทุกวงการ ทั้งในวงสนทนาพูดคุยและในแวดวงโซเชี่ยลมีเดียส์  เริ่มจาก “ผู้พันเบิร์ด” พ.ท.วันชนะ สวัสดี ทีมโฆษกกองทัพบก ได้โพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวที่ใช้ชื่อ @ colonelbird หัวเรื่อง “คนใจบอด”  โดยระบุว่า  “ เมื่อผมได้เห็นการกล่าวสดุดีในหลวงร.9 ของยูเอ็น ได้เห็นคนจีนร้องเพลงต้นไม้ของพ่อเป็นภาษาจีน รวมถึงการเดินทางมาเคารพพระบรมศพของผู้นำประเทศต่างๆ และที่สำคัญก็คือได้เห็นคนไทยเดินทางมาต่อคิวเคารพพระบรมศพ ทำให้ผมย้อนคิดถึงคนที่ไม่รักในหลวง ร.9 ซ้ำร้ายยังหาโอกาสทำลายอีกด้วย ไอ้คนพวกนี้คิดเห็นต่างไปจากคนไทยส่วนใหญ่และชาวต่างชาติทั่วโลก ไอ้คนพวกนี้ไม่ได้ตาบอด แต่ใจมันบอดต่างหากครับ ใจมันมีกิเลส ตัณหา เป็นความมืดมิดปกคลุมใจ เพราะใจมันบอด สมองมันเลยไม่ได้คิด ยิ่งไปกว่านั้นสมองก็ยังสั่งให้ร่างกายทำและพูดไปในทางที่เลวร้าย คนเหล่านี้ไม่มีความสุขหรอกครับ เพราะความอิจฉาริษยาที่คอยรุมเร้าให้ใจร้อนรุ่มอยู่ตลอดเวลา วาระสุดท้ายของชีวิตก็ไม่มีความสุข เมื่อคิดได้ก็สายไป แต่ส่วนใหญ่คิดไม่ได้ เพราะใจมันบอด  ดังนั้นผู้ที่รักในสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ไม่ต้องใส่ใจหรือตอบโต้ เพราะผมเชื่อว่าลำพังตัวพวกมันเองก็เอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว เพราะโดนไฟแห่งความอิจฉาริษยารุมเร้าในใจอยู่ตลอดเวลา เราควรมาร่วมแรงร่วมใจกันสืบสานพระราชปณิธานของรัชกาลที่เก้าให้อยู่ยั่งยืนตลอดไปชั่วกาลนานดีกว่าครับ เพราะมันจะยิ่งเป็นไฟสุมรุมเร้าให้ไอ้พวกนี้ตายทั้งเป็น จากผมเองผู้พันเบิร์ด” หลังจากนั้นผู้พันเบิร์ดก็มีการโพสต์ในเฟซบุ้ค Wanchana Sawasdee ผู้พันเบิร์ด (Fan page) โดยนำภาพทหารถวายบังคมมาประกอบ พร้อมเนื้อหาระบุว่า  “ ทหารต้องยึดมั่นในสายการบังคับบัญชาและแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีให้เห็นเป็นประจักษ์  รู้สึกภูมิใจเสมอ ที่ได้มีโอกาสถวายสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 องค์พระผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ด้วยการถวายบังคม  ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปสู่โลกยุคใหม่ แต่วิถีและขนบประเพณีที่แสดงออกถึงความเป็นรากเหง้าตัวตนของเรา ไม่มีคำว่าล้าสมัย  ใครที่ไม่เห็นคุณค่าก็ไม่เป็นไร บังคับใจใครไม่ได้ แต่เราจะยังคงสืบต่อการแสดงออกนี้ให้อยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยตลอดไป#ฉันเกิดในรัชกาลที่9#คนใจบอด” 
 

ล่าสุดก็เป็นทายาทเบียสิงห์อย่าง “หนุ่มต๊อด”  ปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้จัดการฝ่ายโฆษณา บ.บุญรอดเทรดดิ้งจำกัด  สามีนักแสดงสาว อย่าง นุ่น วรนุช ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อ  “Todd Piti”   เเชร์ลิ้งค์ข่าวกรณีที่ผู้พันเบิร์ดโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการถวายบังคมพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 5 ว่าเป็นสิ่งที่ทหารทุกคนภูมิใจ และติดแฮชแทคตำหนิคนที่ต่อต้านการถวายบังคมว่าเป็นคนใจบอด  โดยต๊อดได้เขียนแคปชั่นว่า “อย่าแค่โทษเด็กให้ดูที่พ่แม่ด้วย หรือมันเกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่#ทีมผู้พันเบิร์ด”  งานนี้มีคนมาแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ้คของต๊อดถล่มทลายทั้งสนับสนุนทั้งเห็นต่าง

 

 

อดีตก่อนหน้านี้ก็มีความเห็นจากบุคคลหลากหลายวงการตำหนิการกระทำขาดสติ จงใจป่วนในพิธีสำคัญของมหาลัยที่ตัวเองเรียนอยู่แท้ๆ ให้เกิดความเสียหายเพื่อสร้างเครดิตสนับสนุนแนวคิดไม่เห็นด้วยในการทำพิธีหมอบกราบของนิสิตใหม่จุฬาฯ อาทิ 

กนก รัตน์วงศ์สกุล” ผู้ประกาศข่าวชื่อดังช่องเนชั่นทีวี  ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Kanok Ratwongsakul Fan Page ”  ระบุว่า สังคมได้เห็นถึงพฤติการณ์จอมสับปลับของเนเน่ในการกนะทำคราวนี้  “ ก็ตกลงกับนายเนติวิทย์และพวกแล้วว่า พวกเอ็งมายืนโค้งคำนับตรงนี้ แต่พอถึงเวลาจริง กลุ่มนายเนติวิทย์กลับเดินตรงเข้าไป..เดินเข้าไป..ตรงหน้าพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 ซึ่งอาจารย์กลุ่มหนึ่งได้เข้าไปห้าม เพราะไม่รู้ว่ากลุ่มนี้จะเข้าไปทำอะไร แล้วมีอาจารย์ท่านหนึ่งล็อกคอจริง! ทำไมเนติวิทย์ ไม่อยู่ในที่ที่จัดไว้ให้ จะเดินไปทำอะไร? และตอนนั้นฝันแค่ปรอยๆ ไม่ได้ตกหนัก พิธีก็กำลังจะจบแล้ว นิสิตทุกคน ได้รับแจกชุดกันฝน และอาจารย์ก็ไม่ได้ใช้ร่มกันฝนแต่อย่างใด เพราะฝนแค่ปรอยๆ นายคนนี้แสบมาก! จ้องป่วนพิธีที่เขาทำกันมาก่อนที่เนติวิทย์จะเกิดด้วยซ้ำ” 

 

    ด้าน  “พี่ดี้”  นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดังแถมยังเป็นนิสิตจุฬาฯ  ก็ออกมาสั่งสอนรุ่นน้องให้รู้ดีรู้ชั่วไม่ต่างกัน    “เป็นภาพที่ออกมาจากจิตสำนึกที่อ่อนโยน ความอดทนกับอุปสรรคนิดหน่อย เพื่อให้เกิดความเป็นหมู่คณะ มีจิตใจร่วมกัน มีวินัย และเคารพในความดีงามของผู้ที่ควรเคารพบูชาซึ่งกำลังมีคนพยายามทำลายอย่างมีแผนมีเจตนา ที่จะให้ความงามแห่งความอ่อนโยนนี้หมดไปจากประเทศชาติ รวมไปถึงการสร้างความแตกแยกให้เป็นรอยร้าวนักขึ้น ด้วยข้ออ้างของคำว่าหัวสมัยใหม่  ถ้าอยากให้พจนานุกรมไทยยังมีคำว่า เคารพ สัมมาคารวะ กาลเทศะ อ่อนโยน รักคนรอบข้าง ฯลฯ ก็ต้องดูแลลูกหลานให้เป็นตามนั้น” 

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหนัาศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.)  ก็ได้โพสต์ข้อความเตือนเนเน่ว่า รัชกาลที่ห้าได้ทรงโปรดให้ยกเลิก ธรรมเนียมการหมอบกราบไปแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องมี พิธีการเยี่ยงนี้ อีกต่อไป นาย เนติวิทย์ฯกระทำลงไป โดย ไม่เข้าใจว่า ขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทย อย่างลึกซึ้ง ว่า การถวายบังคม กับ การหมอบกราบนั้น คนละเรื่องกันปัจจุบันในการเข้าเฝ้าต่อหน้าพระพักต์ ปวงชนชาวไทยไม่ต้อง หมอบกราบอีกต่อไป สามารถนั่งหรือยืน ตามความเหมะสม เห็นได้จากข่าวในพระราชสำนักทุกวัน   แต่การถวายบังคม เป็นราชประเพณี ที คนไทยยึดถือปฏิบัติในการถวายความเคารพแด่พระมหากษัตริย์ พระราชินี รวมถึงพระบรมรูปหรือพระราชานุสาวรีย์ในงานรัชพิธีสำคัญต่างๆ อย่างเช่น พระราชพิธีถวายราชสักการะ พระบรมรูปรัชกาลที่ห้า ซึ่งเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมาช้านานมากแล้ว....
ฉะนั้น พฤติกรรมที่ นาย เนติวิทย์ฯ แสดงออกนั้น น่าจะมี มีจุดประสงค์เพียง2อย่าง คือ1.  ต้องการสร้างความเด่นให้ตัวเอง ตามที่เคยทำมาเป็นประจำ เช่นเดียวกับพวกที่มีปมด้อยหลายๆคน และ2 . ต้องการหลีกเลี่ยงการปฏิญาณ ที่ระบุว่าต้องรักและเคารพ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ 

 

 

 

 

 

 

แม้กระทั่งนักวิชาการที่เคยเห็นดีเห็นงามและ “โปร” เนเน่มาตลอดอย่าง เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็รับไม่ได้กับการกระทำของเนเน่กับพวกในคราวนี้  ถึงขนาดโพสต์ความเห็นลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ชื่อ “ Jessada Denduangboripant”  โดยมีใจความสำคัญว่า  เนติวิทย์ ซึ่งเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการในฐานะประธานสภานิสิตจุฬาฯ กับพวกจงใจลุกขึ้นหลังจากสัญญาณฆ้องสุดท้าย และเดินตัดเข้ามาบริเวณด้านหน้าพิธี ไปยังพระรูปสองรัชกาล แสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าต้องการป่วนการจัดงานและต้องการให้เป็นข่าว  “เมื่อเนเน่และพวกลุกออก แทนที่จะเดินออกด้านข้าง ไปยังเต็นท์ด้านข้างริมขอบสนาม เพื่อกลับบ้านหรือกลับตึกจุลฯ แต่กลับเดินตัดเข้ามาด้านหน้าของพิธี ไปยังพระรูปสองรัชกาล ซึ่งรวมถึงคณาจารย์ผู้บริหารและสื่อมวลชนยืนอยู่ด้านนั้น ... อันนี้จึงชัดเจนว่า ต้องการประท้วง หรือพูดง่ายๆ ว่า ป่วนการจัดงาน และต้องการให้เป็นข่าว ... ตรงนี้ผมขอเสนอความเห็นว่าเนเน่ผิด ที่เล่นเกมป่วนงานจุฬาฯ” นายเจษฎา ระบุ  แถมยังตำหนิจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่พลาดตามเกมป่วนของเนเน่และพวกไม่ทัน 

 

 “สำหรับเนเน่ แม้ว่าใครๆ ก็รู้ว่าผมเป็นฝ่ายสนับสนุนเค้า แต่งานนี้ (รวมทั้งงานปีก่อนด้วย) ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเรานะ ...และที่เราต้องคำนึงให้มาก คือ ปีนี้เรามีตำแหน่งอันทรงเกียรติ คือ ประธานสภานิสิตฯอยู่ด้วย จะทำอะไร ควรคิดถึงชื่อเสียงระยะยาวขององค์กรด้วย สิ่งที่ผมสงสัย คือ สิ่งที่ทำไปทั้งหมดนั้นเป็นมติของสภาฯ มาก่อนหรือเปล่า (เช่น มีมติว่า ถ้างานไม่ออกมาดังใจ จะลุกออก) ถ้าไม่เคยมีมติ และถ้าผมเป็นสมาชิกสภาฯ อยู่ ผมจะขอใช้สิทธิตั้งกระทู้ถาม ไปจนถึงขอตั้งอนุกรรมการสอบเรื่องนี้ และถ้าพบว่าทำให้สภาฯเสียหาย ผมจะใช้สิทธิขอถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานสภาฯ ด้วย” เจษฏาทิ้งท้ายถึงเนเน่คนดัง

 

ต้องจับตาดูอนาคตของเนเน่ว่าสุดท้ายปลายทาง จะ “แจ้งเกิด” หรือ “แจ้งดับ”   และท้ายสุดจะมีที่ยืนในสังคมหรือไม่มีแผ่นดินอยู่เหมือนรุ่นพี่ๆสายโลกกว้างทางแคบก่อนหน้านี้        
////////////////