- 20 ส.ค. 2560
ประยุทธ์บินเยือนจีน 4-5 กันยาฯนี้..มหาอำนาจโลกขอแก้ตัวหลังเมินเชิญผู้นำไทยประชุมเส้นทางสายไหมพ.ค.ที่ผ่านมา เล็งทาบไทยเป็นสมาชิกถาวรในอนาคต
หลังถูกกระแสดราม่าโจมตีเรื่องยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่ได้ส่งเทียบเชิญ “บิ๊กตู่” พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ที่เป็นผู้นำของไทย เข้าร่วมการประชุมระดับสูง เวทีข้อริเริ่มเส้นทางสายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 หรือ “ High-Level Dialogue Belt and Road Forum for International Cooperation” ณ กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคม 2560 จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชี่ยลฯและสื่อ
ในทำนองว่าจีนเมินไทยขณะที่การประชุมมีการเชิญผู้นำหลายประเทศไปร่วมงาน อาทิ นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา นายนาวาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย นอกจากนี้ยังมีผู้นำจากเวียดนาม ฟิจิ คาซัคสถานและศรีลังกาอีกด้วย งานนี้เลยทำให้พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลไทยเสียหน้าไม่น้อย อย่างไรก็ตามในการประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9
ล่าสุดซึ่งจะจัดขึ้น ณ เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ระหว่างวันที่ 3 –5 กันยายนศกนี้ ทางจีนได้ส่งเทียบเชิญพล.อ.ประยุทธ์ร่วมเดินทางไปประชุมในครั้งนี้ด้วย
สำหรับการประชุม BRICS Summit ครั้งที่ 9 ถือเป็นการประชุมทางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในระดับโลก โดยการที่ไทยได้ถูกเชิญไปร่วมการประชุมในครั้งนี้มีการวิเคราะห์ว่าบรรดาประเทศสมาชิกในกลุ่ม BRICS ที่ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ อาจต้องการทาบทามไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกถาวรในอนาคตในฐานะที่เป็นศูนย์กลางอาเซียน สำหรับการประชุม BRICS นั้นจะเป็นการพบปะระดับผู้นำที่จะโฟกัสไปยังเรื่องการค้า การขยายโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค ความร่วมมือระดับทวิภาคีภายในกรอบพหุภาคี ตลอดจนการประสานงานและความร่วมมือกันในกิจการระดับภูมิภาคและกิจการระดับระหว่างประเทศ BRICS ที่พยายามตั้งกลุ่มต่อรองใหม่ขึ้นมา โดยที่จีนกำลังพยายามสร้างขึ้นด้วยความช่วยเหลือของรัสเซีย โดยเมื่อปีที่ผ่านมาผลผลิตทางเศรษฐกิจของ 5 ประเทศในกลุ่ม BRICS มีมูลค่าเกือบเท่ากับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐฯ
สำหรับหัวข้อในการหารือรอบนี้นอกจากเรื่องการค้า การลงทุน ยังมีความร่วมมือในเรื่องเศรษฐกิจต่างๆ การขยายความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ ปัญหาทะเลจีนใต้ ปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ โครงการเส้นทางสายไหมทั้งทางบกและทางทะเล รวมถึงความคืบหน้าการดำเนินการของธนาคารพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย หรือ “Asian Infrastructure Investment Bank” (AIIB) ซึ่งจีนเป็นตัวตั้งตัวตีและเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ขณะที่อินเดียกับรัสเซียคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 และ 3 รองลงมา
////////////////////
