งานเข้า!“หน่วยความมั่นคง หน่วยข่าว”หลัง“ประวิตร ผบ.ทบ.”ประสานเสียงปูดข่าวมีกลุ่มพร้อมป่วนงานพระราชพิธีบทพิสูจน์ฝีมือ ทีมงานความมั่นคงชุดใหม่

งานเข้า!“หน่วยความมั่นคง หน่วยข่าว”หลัง“ประวิตร ผบ.ทบ.”ประสานเสียงปูดข่าวมีกลุ่มพร้อมป่วนงานพระราชพิธีบทพิสูจน์ฝีมือ ทีมงานความมั่นคงชุดใหม่

วานนี้  “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม  ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างทำหน้าที่รักษาการนายกฯ  ได้มีการเรียกประชุมทุกส่วนราชการเพื่อเตรียมมาตราการรักษาความปลอดภัยและเตรียมความพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ  ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

โดยรัฐบาลเตรียมใช้กำลัง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมราว 70000 คน ในการรักษาความสงบเรียบร้อย หลังมีการคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนราว 250000 คน เดินทางมาร่วมพิธีบริเวณท้องสนามหลวงและพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบ 

แต่ที่กลายเป็นประเด็นสำคัญ คือ กรณีที่พล.อ.ประวิตรออกมาปูดข่าวว่า มีพวกไม่หวังดีคิดป่วนพระราชพิธีหลังมีการข่าวออกมา แต่รัฐบาลก็เตรียมมาตราป้องกัน เพื่อไม่ให้มีการก่อเหตุร้าย  เพราะมันมีพวกต่อต้าน มีกำหนดการชัดเจน มีคนที่ไม่หวังดีต่อสถาบัน  จ้องจะก่อเหตุ

 

 

" ถือเป็นงาน1 ในโลก ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เลยนะ พวกเราต้องทำอย่างเต็มที่....เราต้องทำให้ได้ ทุกหน่วยงาน ต้องทำให้งานนี้ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ด้วยความปลอดภัย ไม่ให้มีอะไรเกิดขึ้น" รักษาการนายกฯกล่าว 

ที่ข้อมูลดูจะสอดคล้องสอดรับกับคำพูดของ “บิ๊กเจี๊ยบ”  พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และเลขาฯคสช.แบบไม่ได้ลอยลมหรือยกเมฆมาว่า  เป็นพวกกลุ่มเดิมๆ ที่ ปลุกระดม ผ่านโซเชี่ยลมีเดียส์  โดยทำมานานเป็นเดือนแล้ว เป็นพวกที่หนีคดีหมิ่นสถาบันไปต่างประเทศ โดยปลุกระดมคนในประเทศ   แต่เชื่อว่า ประชาชนจะไม่มีใครยอมให้เกิดอะไรขึ้น

"ผมไม่ท้าทาย แต่เราต้องระมัดระวังเต็มที่  ในการดูแล ไม่ให้เกิดอะไรขึ้น....ตอนนี้ยังประเมินไม่ได้ว่า แค่ปลุกระดม หรือจะทำจริง แต่ขอฝากประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูตา  ช่วยกันดูแลความปลอดภัย แจ้งข้อมูลข่าวสาร เพื่อไม่ให้คนพวกนี้ทำอะไรได้” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวพร้อมระบุว่า  เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าห่วงใย  และไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนักกับเรื่องนี้  เพราะเขาปลุกระดมมานานแล้ว

การให้ข้อมูลแบบตรงกันของ 2 บิ๊กในคราวนี้ เรียกว่ากลายเป็นรานการ “งานเข้า” ของหน่วยความมั่นคงและหน่วยข่าวแบบเต็มๆ โดยเฉพาะพระราชพิธีสำคัญที่จะเกิดขึ้นนั่น ถือเป็นประวัติศาสตร์อันสำคัญยิ่งของประเทศ  แถมระหว่างพระราชพิธีก็จะมีแขกสำคัญระดับวีวีไอพีเดินทางมามากมาย ทั้งพระราชอาคันตุกะ พระบรมวงศานุวงศ์ประเทศต่างๆ  ประมุขประเทศ ผู้นำประเทศ ผู้นำรัฐบาล ผู้แทนรัฐบาล ฯลฯ  พระราชพิธีในคราวนี้จึงถือเป็นเรื่องสำคัญของชาติเป็นอย่างยิ่งซึ่งไม่อาจปล่อยให้เกิดเหตุร้ายหรือข้อผิดพลาดขึ้นได้ 

 

 

เรื่องนี้เลยกลายเป็น “งานช้าง” ภารกิจแรกที่ท้าทายฝีมือ แม่ทัพนายกอง หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และพลเรือน ที่กำลังอยู่ระหว่าง “ผลัดใบ” สับเปลี่ยนตำแหน่งใหม่กันอุตลุดในช่วง 1 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่าจะ  “ เอาอยู่” กับพระราชพิธีครั้งสำคัญของชาติในการถวายงานครั้งสุดท้ายส่งเสด็จในหลวง ร.9 พระผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย ถือเป็นงานท้าทายบรรดาบิ๊กๆ หน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานด้านการข่าวที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่หลายคนเป็นอย่างมาก อาทิ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ที่รับผิดชอบภาพรวมความมั่นคงทั้งประเทศ   นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (ปลัดมท.)  ที่เป็นนายใหญ่ดูแลเรื่องการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน

นายชูเกียรติ มาลินีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) พ่อบ้านวังปารุสกวัน หน่วยข่าวพลเรือนระดับชาติ   รวมถึง พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่สดๆร้อนๆ ที่เป็นคนดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่รอบพระนคร  ว่าทั้งหมดจะดูแลความสงบเรียบร้อยและทำให้งานพระราชพิธีสำคัญยิ่งของคนไทย  ในเดือนสำคัญเพื่อส่งเสด็จพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ พระผู้เป็นที่รักยิ่งของคนไทยสู่สวรรคาลัยได้อย่างสมพระเกียรติปราศจากภัยอัปมงคลจากคนพาลได้หรือไม่