ยกแนวคิด “ขงจื้อ” สอนคนรุ่นใหม่  “กตัญญูพ่อแม่”....ใบเบิกทางความสำเร็จ  สมคิดฝากคนไทยถึงเป็น “มหาเศรษฐี รวยล้นฟ้า”  ก็ห้ามลืมผู้มีพระคุณ

ยกแนวคิด “ขงจื้อ” สอนคนรุ่นใหม่ “กตัญญูพ่อแม่”....ใบเบิกทางความสำเร็จ สมคิดฝากคนไทยถึงเป็น “มหาเศรษฐี รวยล้นฟ้า” ก็ห้ามลืมผู้มีพระคุณ

ด้วยความที่ชีวิตในวัย 64 ย่าง 65 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก อดีตเคยเป็นรัฐมนตรีคลังสมัยวิกฤติต้มยำกรุงในปีพ.ศ.2540  เจอปฏิวัติก็หลายหนผ่านรัฐประหารมาก็หลายครั้ง  เป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง ช่วยงานหลายรัฐบาล เป็นคู่คิดเป็นที่ปรึกษาให้กับนายกฯผู้นำประเทศไทยมาก็หลายคน  

เพราะฉะนั้นไม่ต้องบอกว่าประสบการณ์  ความเขี้ยว กรำศึกของ  “กูรูเศรษฐกิจรัฐบาลรถถัง” ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจเรียกว่า “ข้นคลัก” ไม่เป็นสองรองใครในตองอู บ่อยครั้งระหว่างการถูกเชิญไปเป็นประธานปาฐกถาในงานต่างๆ นายสมคิดมักหยิบแง่มุมหลากหลายที่ผ่านมาในชีวิต ที่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นประสบการณ์ตรงเป็นเรื่องจริงที่เขาพบประสบมา  นำมาถ่ายทอดเป็น “ข้อคิด” เป็น “หลักการ” ในการใช้ชีวิตของผู้ร่วมงานเสนอ 

 

 

 

ล่าสุดก่อนบินไปพบนายโดนัล ทรัมป์  ประธานาธิบดีสหรัฐฯกับนายกฯ ระหว่างวันที่ 1- 5 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมานั้น  นายสมคิดได้ไปเป็นประธานและกล่าวปาฐกถาในพิธีเปิดงานสัมมนาเรื่อง “สานพลังบริษัทจดทะเบียนเพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน” ณ หอประชุม ศ.สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีการหยิบยกข้อคิดที่น่าสนใจฝากคนฟังให้ห้องประชุมหลายเรื่อง โดยกล่าวว่า

ความจริงผมเป็นคนชอบบรรยายเรื่องสังคม เรื่องการใช้ชีวิต แต่ไม่รู้ทำไมชอบเชิญผมบรรยายเรื่องเมืองเรื่องเศรษฐกิจซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่สนุกเลย    “ ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ ชอบศึกษาความคิดของคนเยอะมาก ที่อยากจะหยิบมาพูดในวันนี้คือแนวคิดของขงจื้อ เขาเขียนปรัชญาน่าสนใจไว้มากมาย  ที่จะยกมาวันนี้คือเรื่องการตอบแทนบุญคุณของพ่อแม่ ของพี่น้อง ของคนที่มีบุญคุณกับเรา

ขอให้ทุกท่านอย่าละเลย วันนี้ไม่ว่าท่านจะรวย ท่านจะเป็นมหาเศรษฐี ท่านจะเป็นนักธุรกิจใหญ่โตร้อยล้านพันล้าน  หรือท่านจะเป็นเจ้าคนนายคน ท่านอย่าลืมพ่อแม่ ท่านอย่าลืมพี่น้อง ท่านอย่าลืมคนที่อุปถัมน์ค้ำชูท่านมา พูดแบบนี้หลายท่านอาจไม่เข้าใจ สมัยก่อนผมก็ไม่เข้าใจ แต่พอท่านอายุเดินมาถึงระดับหนึ่งท่านจะเข้าใจเรื่องนี้” รองนายกฯฝากข้อคิดคนรุ่นใหม่กตัญญูกับพ่อแม่ผู้มีอุปการะคุณ  
 

 

 

นายสมคิดกล่าวต่อว่า ในชีวิตคนเรานั้นตอนที่เกิดมาก็มีคนเดียว ต่อมาก็มีสามีมีภรรยามีครอบครัวก็ขยายเป็นสองคน จากนั้นก็มีลูกมีหลานกลายเป็นครอบครัวหลายคน แต่พอเวลาผ่านไปเราก็กลับมาเหลือสองคน คือเรากับภรรยาหรือสามี จากนั้นก็เหลือคนเดียวไม่เราก็ภรรยาหรือสามี ชีวิตคนเราวัฏจักรมันก็วนเวียนอยู่แค่นี้   “ ผมถึงบอกกับทุกคนอยู่เสมอถ้ามีเวลาต้องหาโอกาสตอบแทนบุญคุณพ่อแม่  อย่าปล่อยให้ท่านโดดเดี่ยว อย่าปล่อยให้ท่านอ้างว้างว่าเหว่ มีเวลาอย่าพาแฟนเที่ยวอย่างเดียว อย่าคิดถึงแฟนอย่างเดียว ให้คิดถึงแม่ให้พาแม่เที่ยวบ้าง แล้วชีวิตท่านจะพบแต่ความสำเร็จ พบแต่ความสุขที่แท้จริง เรื่องนี้ผมขอฝากทุกคนไว้” นายสมคิดกล่าวปิดท้ายการปาฐกถา