- 28 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
สิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้ นอกจากการหายใจและการทานอาหารแล้ว "การขับถ่าย" ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ลองจินตนาการว่ามันจะเป็นอย่างไร หากเราทานอาหารเข้าไปในทุกๆ วันแต่เราไม่ขับถ่ายเลย หากยังจินตนาการไม่ออกล่ะก็ เรามีเรื่องราวของชายผู้หนึ่งมานำเสนอ ชายผู้นี้ใช้ชีวิตของเขาไปพร้อมกับการ ขับถ่ายอุจจาระเพียง "เดือนละหนึ่งครั้ง" เท่านั้น
ชายคนนี้เป็นคนที่มีอาการของ โรคลำไส้ใหญ่โป่งพองโดยกำเนิด (Hirschsprung’s disease) เป็นอาการที่เกิดจากเซลล์ประสาทบริเวณปลายลำไส้ใหญ่ของบุคคลผู้นั้นมีการพัฒนาที่ไม่สมบูรณ์ส่งผลให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหวน้อย อุจจาระผ่านได้ยากและเกิดการอุดตัน
เมื่อเขายังเป็นเด็กทารก เขามีสุขภาพทั่วไปแข็งแรงเป็นปกติ เว้นแต่เพียงว่ามีขนาดท้องที่ใหญ่และมีอาการท้องผูกเล็กน้อย แต่เมื่อเขามีอายุได้หนึ่งขวบครึ่ง อาการก็แย่ลง เมื่อเขาโตขึ้นเขาก็ต้องพบกับความเจ็บปวดจากอาการท้องผูกรุนแรงและขนาดท้องที่พองขึ้นเรื่อยๆ เวลาผ่านไปจนเขามีอายุได้ 16 ปี เขากลายเป็นผู้ที่ขับถ่ายเพียงเดือนละหนึ่งครั้ง แม้ว่าทางการแพทย์จะทราบถึงอาการนี้ดีว่ามันเกิดจากปัญหาของปลายลำไส้ใหญ่ แต่การผ่าตัดลำไส้นั้นเป็นวิธีการรักษาที่ถือว่าเสี่ยงมากในสมัยช่วงปี 1890
น่าเสียดายว่าแทนที่เขาจะได้รับการช่วยเหลือ เขาในวัย 20 ปีกลับต้องไปแสดงตัวที่พิพิธภัณฑ์ราคาถูก เขาเป็นที่รู้จักกันในนาม “มนุษย์ถุงลม (Wind Bag)” หรือ “มนุษย์ลูกโป่ง (Balloon Man)” ผู้คนจะจ่ายเงินเพื่อเข้ามาดูท้องที่โป่งพองของเขา
สุดท้าย มนุษย์ลูกโป่งคนนี้ก็เสียชีวิตลงในวัย 29 ปี เนื่องจากโรคทางลำไส้และการขับถ่ายของเขา ศพของเขาถูกพบในห้องน้ำขณะที่เขาพยายามจะขับถ่าย หลังจากที่เขาเสียชีวิตลงก็มีการผ่าตัดลำไส้ของเขาออกมา ทำให้พบว่าภายในลำไส้ของเขา บรรจุของเสียที่มีน้ำหนักถึง 18 กิโลกรัมเอาไว้ และส่วนที่ใหญ่ที่สุดของลำไส้ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 76 เซนติเมตร ปัจจุบันลำไส้ของเขาถูกจัดแสดงไว้ ณ พิพิธภัณฑ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ขอบคุณข้อมูล : ladbible
