- 08 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
สืบเนื่องจาก โยธาเขตดอนเมืองสั่งปิดตลาดใหม่ดอนเมืองเพราะพบความผิดชัดเจน 5 ข้อหา บุกรุกที่สาธารณะ ก่อสร้างต่อเติมดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนพ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล ไม่รอด โดนแจ้งข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะ ปฏิบัติหน้าที่
พันตำรวจโทสันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ปรึกษาตลาดใหม่ดอนเมือง ได้เดินทางมาชี้แจงว่า ภายในตลาด ไม่มีมาเฟียเรียกรับเงินจากผู้ค้า มีแต่ขอความร่วมมือ กับผู้ค้าเรียกเก็บเงิน ค่าส่วนกลาง เท่านั้น โดยมีกรรมการคอยตรวจสอบ และออกใบเสร็จรับเงินให้ โดยจะนำเงินไปปรับปรุงตลาด และเป็นค่าใช้จ่ายให้รปภ.ทั้งนี้ขอยืนยันว่าในตลาดแห่งนี้ไม่มีมาเฟีย เรียกเก็บเงินกับผู้ค้า ส่วนเมื่อวานนี้ตนได้โทรไปหา พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผล.ตร.จริง แต่ผบ.ตร.ติดภาระกิจรับนายกฯที่จังหวัดสุรินทร์ จึงไม่ได้คุยธุระกัน
โดยวันนี้ได้ฝากไปถึงผบ.ตร.ว่าอย่าให้สามฝ่ามือ (น่าจะหมายถึงพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล และพลตำรวจตรีนราเดช กลมทุกสิ่ง ผบก.กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล ) ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้กับตลาดเพราะที่ผ่านมาปิดตลาดไป 5 วันสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ค้า
นอกจากนี้พันตำรวจโทสันทนะ. ยังพูดถึงพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ในลักษณะทวงบุญคุณว่า อย่าลืมว่าเมื่อปี 2558 ก่อนจะถึงวันแต่งตั้ง ผบ.ตร. นั้นพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ได้โทรหาตน ก่อนกล่าวขอความช่วยเหลือบางอย่าง เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการแต่งตั้ง โดยวันนั้นตนได้เดินทางไปหาผบ.ตร.ที่ที่ทำงาน แต่เมื่อได้ตำแหน่งแล้ว เมื่อเหตุการณ์ในวันนี้ กลับให้ 3 ฝ่ามือออกทำงานเกินหน้าเกินตา อยากให้ผบ.ตร.ลงมาทำงานนี้เอง โดยจะเรียกตนไปพบที่ไหนก็ได้ ให้แจ้งมา
ส่วนกรณีที่มีภาพข่าวนายชนะโชติ สุขสุคนธ์ สวมบัตรสื่อมวลชนนั้น พันตำรวจโทสันทนะ ยอมรับว่านายชนะโชติ เป็นคนของตลาดใหม่ดอนเมือง และเคยทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยของสถานีโทรทัศน์ แห่งหนึ่ง แต่วันเกิดเหตุเจ้าตัวติดบัตรผิด และก็ไม่ได้ไปแอบอ้างว่าเป็นสื่อมวลชนแต่อย่างไร ส่วนบรรยากาศที่ตลาดใหม่ดอนเมือง ตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เปิดทำการค้าขายเป็นวันที่ 2 เจ้าของร้านค้าเปิดร้านค้าตามปกติ เพียง 40% แต่สภาพทั่วไปยังคงเงียบเหงา เนื่องจากยังไม่ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้า โดยพ่อค้า แม่ค้า ต่างบ่นว่าขายสินค้าไม่ได้ เหตุเพราะคงจะกลัวข่าวมีตำรวจเข้าตรวจค้น ส่วนที่มีข่าวว่าภายในตลาดมีการเรียกรับส่วยนั้นจากการตรวจสอบพบว่ามีการเรียกรับเงินกันจริง. บางรายบอกว่าที่ผ่านมามีการเรียกเก็บเงินค่าคุ้มครองจริง โดยถ้าร้านไหนมีสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบถูกต้องจะถูกเรียกเก็บเงินเดือนละ 1 พันบาท แต่ถ้าหากร้านไหนมีสินค้าไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากทางราชการแล้ว จะถูกเรียกเก็บเงินรายละ 2-3 พันบาทต่อเดือน และบางรายไม่กล้าแสดงตัวและบอกรายละเอียด แต่ยอมรับว่าการเรียกรับเงินคุ้มครอง มีจริงตามที่เป็นข่าว
สำหรับผลการเข้าตรวจค้นกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานผู้เกี่ยวข้อง โดย พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ตั้งแต่ตรวจค้น 2-5 พ.ค. พบร้านที่ทำผิดกฎหมาย 151 ร้าน ยึดของกลาง 1,408 รายการ ทั้งหมด 207,034 ชิ้น ตรวจสอบพบว่าตลาดแห่งนี้มีความผิดเพิ่มอีก 5 ข้อหา คือ 1.บุกรุกที่สาธารณะคลองเปรมประชากร เป็นอาคารด้านหลังตลาดทั้งตึก สน.ดอนเมืองรับแจ้งความคดีที่ 764/2561
2.ก่อสร้างต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต บริเวณตัวอาคาร โดยต่อเติม 200 กรรม 200 วาระ ทาง สน.ดอนเมืองรับเลขคดีที่ 765/2561
3.ก่อสร้างต่อเติมอาคารบริเวณทางเดินอาคาร ความผิดในคดีที่ 766/2561
4.ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีเลขที่ 767/2561
5.ดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต คดีเลขที่ 768/2561
ทั้ง 5 ข้อหา แจ้งความผิดต่อ บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ จำกัด
ส่วนความผิดที่ 6.คือการดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 136 ตามประมวลกฎหมายอาญา คดีเลขที่ 769/2561 แจ้งแก่ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่ดูหมิ่นเจ้าหน้าที่คือ พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง ผบก.สก. ในวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ถอดคลิปวันนั้นประกอบการแจ้งความต่อไปให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับต่อไป
ขณะเดียวกันในรายการแหกโค้งข่าว ได้นำเสนอ กรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.นำกำลังตำรวจร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจค้นร้านค้ากว่า 200 แห่ง ในตลาดใหม่ดอนเมือง เนื่องจากได้รับการร้องเรียน ขายเครื่องสำอางและอาหารเสริมไม่ได้มาตรฐาน มีการปฏิบัติการตรวจค้นต่อเนื่อง 3 วันติด ยึดของกลางจำนวนมากไปตรวจสอบเพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่ฝ่ายตลาด มี พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.ตำรวจสันติบาล อ้างตัวเป็นที่ปรึกษาประธานกรรมการตลาดใหม่ ออกมาโวยวายขัดขวางไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ (มีคลิปรายการ)
โดยพ.ต.ท.สันธนะเปิดแถลงข่าวว่า เหตุการณ์ที่ถูกค้นรถและค้นตัว ขอให้ตัดสินจากภาพของสื่อมวลชนเอาเอง ตำรวจที่ปฏิบัติกับตนเป็นอดีตคนเคยรู้จักทั้งนั้น ส่วนนายตำรวจใหญ่บางนายที่ชอบ เปลี่ยนชื่อ แนะนำให้ไปเปลี่ยนนามสกุลด้วย เป็นผู้ใหญ่จะต้องมีความเมตตา แต่สิ่งที่ทำอยู่ไร้ซึ่งความเมตตาต่อคนทำมาหากิน ตรวจมา 4 วันแล้วยังไม่จบ ลูกค้าที่สั่งของจากพ่อค้าแม่ค้าที่นี่ยกเลิกออเดอร์ไปหมด เพราะกระแสการเข้าค้น ตำรวจจะรับผิดชอบอย่างไรบ้าง หากตนเป็นผู้ปฏิบัติไม่จำเป็นต้องใช้คนเยอะขนาดนี้ แค่ตักตัวอย่างในเครื่องสำอางผลิตภัณฑ์นั้นๆไปตรวจสอบ ใช้รถกระบะก็พอ แต่เล่นเอารถบรรทุกมาค้นขนาดนี้ า ส่วนที่เจ้าหน้าที่พบโรงงานที่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจำหน่าย 3 แห่ง ขอโทษสังคมที่ปล่อยปละละเลย ขอชี้แจงว่า โรงงานดังกล่าวอยู่ในอาคารพาณิชย์ บริษัทได้ขายไปให้ผู้ที่ซื้อแล้ว ใครจะเอาไปทำอะไรสามารถทำได้ วิธีการของโรงงานดังกล่าว จะนำคนมาแต่เช้าเข้าทางประตูข้าง ขึ้นไปผลิตข้างบน ไม่มีใครทราบ เพราะด้านล่างเปิดขายสินค้าตามปกติ ยืนยันว่าร้านค้าในตลาดที่มีมากกว่า 500 ร้าน ขายของถูกต้องตามกฎหมาย
อ้างอิงจาก รายการแหกโค้งข่าว
