- 08 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณี นาย อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยมีการเปิดคลิปเสียง 2 บุคคล ที่นายอัจฉริยะ อ้างว่า เป็นเสียงคล้าย นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ แผน และครูปรีชา ใคร่ครวญ คุยกันเรื่องหวย 30 ล้าน ความยาวเกือบ 28 นาที เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 60 โดยคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว คล้ายเป็นการวางแผนล่วงหน้าว่าหากลอตเตอรี่ชุด 5 ใบ เงินรางวัล 30 ล้าน ไม่ใช่ของตนเอง ทนายความซึ่งเป็นมือหนึ่งของเมืองกาญจน์ และเป็นเพื่อนสนิทกันก็แนะนำให้แก้ต่างว่า ต้องทำเพราะสิ่งแวดล้อม พยานหลักฐานทำให้เชื่อว่าตนเองถูกรางวัลที่ 1 ถ้าไม่ใช่จริงๆ ก็ต้องกราบขอโทษเขา
จากเรื่องราวดังกล่าวนั้น วันนี้ (08/05/2561) ในช่องข่าวอมรินทร์ได้มีการรายงานข่าวในเรื่องราวดังกล่าว โดยระบุว่า ตรวจสอบข้อมูลที่เกิดขึ้นในคลิปเสียง พบว่า “นายแผน” คนที่อยู่ในคลิปเสียงที่มีการแชร์ครั้งล่าสุด ไม่ใช่นายฐานุกร เหลืองใหม่เอี่ยม และเป็นบุคคลที่รับราชการตำรวจในพื้นที่ จ.ราชบุรี ตอนนี้เจ้าตัวขอปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ แต่ยอมรับว่าได้พูดคุยกับครูปรีชาจริง เพราะเป็นเพื่อนที่เรียน ป.โท มาด้วยกัน โดยครูปรีชาเป็นฝ่ายโทรศัพท์มาขอปรึกษาเรื่องคดีที่เกิดขึ้น ซึ่งการสนทนานั้นเกิดขึ้นเมื่อ 7 เดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งหากจะนับถอยหลังไปก็คือเดือน พ.ย. 60
โดยนายแผนก็ได้มีการให้สัมภาษณ์เรื่องคลิปดังกล่าวโดยระบุว่า จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะสร้างความเสียหายให้กับตนอย่างมาก ประชาชนเข้าใจว่าเป็นเสียงตน เป็นคนวางแผนให้ครูปรีชาไปแจ้งความ ซึ่งยืนยันเลยว่าไม่ใช่เสียงตน
โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสุกิจ พูนศรีเกษม ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พร้อมด้วยนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือแผน และนายเกียรติคุณ ต้นยาง ทนายความ นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อให้เอาผิดกับผู้เผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าว
โดยนายสุกิจ กล่าวว่าในวันนี้นายแผน มาแจ้งความเอาผิดคนเผยแพร่คลิป ในข้อหาดูหมิ่นศาล และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยในการไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วน เป็นการกดดันศาล และดูหมิ่นเหยียดหยามศาล ให้ได้รับความเสียหาย รวมถึงคลิปเสียงที่นำมาเผยแพร่ระหว่างการไลฟ์สด ที่อ้างว่าเป็นเสียงของนายแผนกับครูปรีชา ซึ่งนายแผนก็ปฏิเสธแล้วว่าไม่ใช่เสียงตน ซึ่งการนำคลิปเสียงมาเผยแพร่เช่นนี้ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่านายแผนเป็นคนวางแผนให้ครูปรีชาไปแจ้งความ
นอกจากนนี้นั้น นายสุชพงศ์ บุญเสริม ทนายความของนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น บอกว่า เรื่องของคลิปเสียงที่มีการเผยแพร่นั้น ตนมองว่าเป็นการกระทำโดยบุคคลอื่นที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเป็นผู้นำมาเผยแพร่ ส่วนจะมีผลต่อกระบวนการพิจารณาของศาลหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะเรื่องนี้อยู่ในดุลยพินิจของศาล แต่ที่ตนอยากรู้คือคลิปดังกล่าว เป็นคลิปเสียงของจริงหรือคลิปที่มีการตัดต่อ ซึ่งหากเป็นคลิปที่มีการตัดต่อ ก็เป็นความรับผิดชอบของผู้กระทำและผู้ที่นำมาเผยแพร่ที่จะต้องรับผิดชอบ แต่หากเป็นคลิปจริง ตนก็อยากจะรู้ว่าผู้ที่นำมาเผยแพร่ได้คลิปมาอย่างไรและมีวัตถุประสงค์อะไร
อีกทั้งคลิปดังกล่าว เป็นคลิปที่รวมอยู่ในสำนวนหรือไม่ หากอยู่ในสำนวนแล้วถูกคนนอกนำมาเผยแพร่ได้อย่างไร ซึ่งเรื่องทั้งหมดก็คงจะต้องให้เป็นหน้าที่ของศาลเป็นผู้พิจารณา
ส่วนเนื้อหาในคลิปที่มีการกล่าวอ้างถึงแม่ค้าลอตเตอรี่ชื่อ “เจ๊ดำ” ที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นเจ๊บ้าบิ่นนั้น ส่วนตัวมองว่าคลิปดังกล่าวก็ไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่าเป็นเจ๊บ้าบิ่น อีกทั้งยังเป็นการพูดคุยของคนสองคนที่อาจจะหมายถึงใครก็ได้ ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าคลิปเสียงนี้ไม่น่าจะส่งผลเสียต่อเจ๊บ้าบิ่นที่เป็นลูกความของตนอย่างแน่นอน ส่วนในการบวนการพิจารณาของศาลจะยึดถือเอาคลิปดังกล่าวมามีผลในกระบวนการพิจารณาหรือไม่ ก็ถือเป็นอำนาจหน้าที่และดุลยพินิจของศาลตนไม่สามารถบอกได้
