- 19 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
สืบเนื่องจากกรณีที่คนในสังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีรายงานข่าวว่า น.ส.วนิดา มณีพันธ์ (เจี๊ยบ) ลูกสาวของตาจรูญ มณีพันธ์ คุณตาซาเล้ง อมเงินบริจาคที่ทางคนใจบุญบริจาคช่วยเหลือครอบครัวของคุณตา ในขณะที่ทางด้านตัวลูกสาวของคุณตาก็ได้ออกมาปฏิเสธถึงเรื่องนี้ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น (อ่านข่าวก่อนหน้า : เลวระยำเลยแบบนี้!!!แผลงฤทธิ์อีกรอบ ลูกสาว"ตาซาเล้ง" คู่กรณี"ไอ้จ๊อด" โดนแฉจะๆอมเงินแสน ฉกทองขาย โคตรเศร้าด่าหยาบคนเป็นแม่นั่งร้องไห้!?? )
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด นางฉลวย จริตเอก วัย 71 ปี ภรรยาคุณตาซาเล้ง ได้เข้าแจ้งความที่ สน.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเจ้าหน้าที่ให้คุณยาย ลูกสาวและลูกชาย คือ น.ส.วนิดา มณีพันธ์ และ นายประพจน์ มณีพันธ์ ลงบันทึกการไกล่เกลี่ย โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1. เงินจากกระทรวงยุติธรรม จำนวนกว่า 115,000 บาท , เงินชดใช้จากนายนรากร (ผู้ทำร้ายคุณตา) จำนวน 80,000 บาท เงินบริจาคที่เหลือจากการนำมาสร้างบ้าน 611,000 บาท ทั้งสามตกลงกันว่า เงินทีบุตรสาวไปรับจากกระทรวงยุติธรรม และแบ่งให้พี่ชายก่อนหน้านั้น 20,000 บาท ส่วนที่เหลือให้เป็นของบุตรสาว ส่วนเงินชดใช้ จำวนวน 80,000 บาท และเงินบริจาคที่เหลือจากการสร้างบาท 611,000 บาท ให้เป็นของนางฉลวย ภรรยาตาซาเล้ง
2. ให้บุตรสาวออกจากบ้าน และห้ามมายุ่งเกี่ยวกับมารดาอีก หากไม่ปฏิบัติตาม จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่ทางด้าน เฟซบุ๊ก "เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ" ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องดังกล่าวด้วยว่า...วันนี้จำต้องทิ้งงานถ่ายรายการของตัวเอง ซิ่งไปช่วยยาย หลังจากโทรคุยแล้วยายร้องไห้ ขอให้รีบไปช่วยเหลือ ถูกลูกทำร้ายและแย่งเงิน ผมเห็นท่าไม่ดี และอยากจบดราม่านี้เสียที จึงประสานงานไปยัง "บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.พระนครศรีอยุธยา" และ "สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พระนครศรีอยุธยา" เพื่อเตรียมการนำ พรบ.ความรุนแรงในครอบครัวออกมาพิจารณาใช้กับเคสนี้
ข้อเท็จจริง ... เงินจากกองทุนยุติธรรมฯ 115,000 บาท ไม่ได้มีการนำฝากเข้าบัญชีกลางของแม่ตามที่ตกลงกันไว้ เจี๊ยบอ้างเป็นผู้ดูแลและจัดการการใช้จ่ายเองคนเดียวทั้งหมด มีแบ่งให้พี่ชายเพียง 20,000 บาท เท่านั้น ...เมื่อถามไถ่ถึงยอดคงเหลือ เจี๊ยบตอบว่า "เหลืออยู่ 5,000 บาท"
ข้อเท็จจริงที่เพิ่งทราบเพิ่ม .... เงินจาก "จ๊อด" จำนวน 80,000 บาท เจี๊ยบก็เป็นผู้เอาไปดูแลเช่นกัน ใช้จ่ายเพิ่มในงานศพจำนวนหนึ่ง ที่เหลือคือซื้อทอง และใช้จ่าย ..... (งานศพผมเบิกเงินให้ใช้จ่ายจำนวนกว่า 200,000 บาท และเน้นว่าควรใช้ไม่เกินงบที่ตั้งประมาณการไว้)
ข้อเท็จจริงเรื่องเงินบริจาค.... ยอดรวมประมาณ 1,200,000 บาท .... ถูกใช้ไปกับ ค่าจัดงานศพประมาณ 200,000 บาท / ค่าบ้าน 375,000+15,000 / ค่าทำห้องน้ำเดินไฟฟ้าเดินประปา ก้อนแรก 34,000 บาท / ค่าเบ็ดเตล็ดและใช้อื่นๆก้อนหนึ่ง / ฝากเข้า ธกส.บัญชีร่วม 2 ชื่อกับผม 500,000 บาท และที่เหลือเป็นเงินสดประมาณ 110,000 บาท โอนเข้า บช.ยาย เพื่อใช้เบิกค่าใช้จ่ายเดือนละ 8,000 - 10,000 บาท
ตลอดเวลาที่ผ่านมา "เจี๊ยบ" ให้ข่าวสัมภาษณ์สื่อต่าง ๆ หรือทางโซเชียล บิดเบือนข้อเท็จจริงไปจนเกิดความเสียหายกับหลายคน วันนี้เมื่อสบโอกาสผมจึงได้รับความกรุณาจาก "พ.ต.อ.สง่า ธีรศรัณยานนท์" รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ช่วยเป็นประธานในการไกล่เกลี่ยคดีครอบครัวที่ยืดเยื้อ ให้มีทางออกที่ชัดเจน ร่วมด้วยกับทางทีม ตร.สภ.พระนครศรีอยุธยา /ทีม จนท.บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.พระนครศรีอยุธยา / ทีมจนท.สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ... บรรยากาศในห้องประชุมสนุกสนานมากกับคำให้การของ "เจี๊ยบ" ที่เรียกทั้งเสียงหัวเราะ และความสมเพชใจหลายครั้ง
บทสรุปจากการไกล่เกลี่ย (เพื่อให้จบเรื่องน่ารำคาญใจ และให้ยายปลอดภัย) .... "เจี๊ยบ" พูดชัดว่าไม่อยากอยู่กับผู้เป็นแม่ และตัดขาดความเป็นแม่ลูกกัน ยินดีจะย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่จะไม่ยอมคืนเงินส่วนที่ตนเอง "ถือครองไว้" อย่างแน่นอน ..... "ยาย และ ไก่(ลูกชาย)" จึงรู้สึกชัดเจนกับชีวิตมากขึ้น เมื่อเจี๊ยบประกาศเช่นนั้นต่อหน้าทุกคน พร้อมสีหน้าที่ไม่มีแววของความรู้สึกสำนึกผิดแต่อย่างใด ..... ที่ประชุมจึงเสนอทางออกให้เลือก และ "ยาย" ขอเลือกที่จะให้ "เจี๊ยบ" ออกไปจากชีวิต ออกไปจากบ้าน เพื่อตนเองจะได้รู้สึกปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน และยินดีจะอยู่บ้านหลังนี้คนเดียวหลังจากมีการล้อมรั้วบ้านเสร็จ ...แต่ช่วงนี้จะขอไปพักที่ลพบุรีกับลูกชายสัก 1-2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะกลับมาอยู่บ้านหลังนี้ โดยจะมีลูกชายและครอบครัวแวะมาเยี่ยมสัปดาห์ละครั้ง รวมถึงญาติๆของยายที่ทราบเรื่องสิ่งที่ลูกสาวกระทำกับยาย ต่างก็ยินดีจะไปมาหาสู่กับคุณยายมากขึ้น
"เจี๊ยบ" กล้าหาญที่จะขนข้าวของที่ใช้เงินจากกองทุนยุติธรรมฯ ซื้อมาเข้าบ้านใหม่ ออกไปจากบ้านในเย็นนี้ทุกชิ้น ท่ามกลางการส่ายหน้าของผู้คนที่พบเห็น ผมเองก็เพียงยืนหายใจสมเพชความเป็นคนของนางอยู่ตรงนั้น คิดเสียเพียงว่านี่จะเป็นโอกาสที่จะทำให้ยายปลอดภัย และที่สำคัญคือ "มีเส้นแบ่งชัดเจนว่าต่อไปนี้เจี๊ยบจะไม่สามารถเข้ามาสร้างความวุ่นวายในชีวิตยายได้อีก รวมถึงการก่อกวนยวนยีประสาทยายทุกทาง และรวมถึงการห้ามเข้ามายุ่มย่ามวุ่นวายในพื้นที่บ้านนี้อย่างเด็ดขาด หากใครพบเรื่องเหล่านั้นแจ้ง สภ.บางไทร ได้ทันที" ...... เรื่องแหวนทองที่หาย เป็นคดีอาญา ทาง จนท.ตร.จะสืบสวนต่อไป และรวมถึงยังอาจมีคดีหมิ่นประมาทและ พรบ.คอมพ์ฯ ที่เธอก่อไว้กับหลายคน
บทเรียนสำคัญที่สังคมชุมชนในพื้นที่ ได้รับรู้ "ข้อเท็จจริง" อย่างชัดเจนว่าอะไร "ถูก" อะไร "ผิด" รวมถึงโลกโซเชียลที่ได้รับบทเรียนจาก "เจี๊ยบ" เหนื่อยครับ แต่ผลที่ออกมาก็คุ้ม .... นี่เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ในด้างงานภาคสังคมที่เกิดขึ้น และถือเป็นอีก Model ของวิธีในการจัดการปัญหาแบบนี้ในสังคมครับ
ขอบคุณที่มา : เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ
