รองปลัดยธ.โพสต์ชุดใหญ่เตือนครูคิดเบี้ยวหนี้ธ.ออมสิน ถึงติดโทษล้มละลาย ผลกระทบอีกยาวคนค้ำประกันซวยด้วย "อวยชัย"ไปไกลโวยแบงก์หน้าเลือด

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายในโลกโซเชียล สำหรับภาพคลิปวิดีโอ ปฏิญญามหาสารคราม การชุมนุมของครูกลุ่มหนึ่ง โดยมีเนื้อหาว่าขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสิน พักหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครู และบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) ทุกโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561 เป็นต้นไป และลูกหนี้จำนวน 450,000 คนจะยุติการชำระหนี้กับทางธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2561 เป็นต้นไปนั้น

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอวยชัย วะทา ประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "ดร.อวยชัย วะทา" ประกาศปฏิญญา มหาสารคาม ขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเร่งด่วน 

 

รองปลัดยธ.โพสต์ชุดใหญ่เตือนครูคิดเบี้ยวหนี้ธ.ออมสิน ถึงติดโทษล้มละลาย ผลกระทบอีกยาวคนค้ำประกันซวยด้วย "อวยชัย"ไปไกลโวยแบงก์หน้าเลือด

 

โดย นายอวยชัยแจงว่า  1.ข้อตกลงร่วมกันเบื้องต้นคือ โครงการนี้เป็นโครงการลักษณะพิเศษเพื่อช่วยกันแก้ปัญหามิใช่เพื่อแสวงหากำไรเป็นด้านหลักเหมือนโครงการเงินกู้ตามปกติ  


2. การประกันความเสี่ยงไม่ผิด แต่ผิดตรงที่ยึดเอาเงินของเขาไปทำประกันก้อนใหญ่ 9 ปี แทนที่จะเป็นเงินฝากหรือเงินหุ้นแล้วทะยอยส่งเบี้ยเป็นรายปีตามปกติ ซึ่งผู้กู้จะได้ดอกเบี้ยตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ฝากไว้


3. คนเป็นครูสำนึกตลอดเวลาว่าต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกศิษย์และคนในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเป็นแบบอย่างในการคัดค้านสิ่งที่ไม่ถูกต้องเป็นธรรม เป็นเห็นว่าสถาบันการเงินของรัฐละเมิดแนวทางหรือข้อตกลงร่วมกัน ทำการเหมือนนายทุนเงินกู้หน้าเลือดรีดเลือดกับปู ก็ต้องกล้าออกมาทักท้วงให้ผู้มีอำนาจเข้าไปแก้ไขให้เหมาะสมและเป็นธรรม "สิ่งหนึ่งที่เรียกร้องด้วยประชาธิปไตยตรงตรงตามสิทธิ์ คือไม่เคยปิดถนนนและเผาบ้านเผาเมืองครับ"

 

รองปลัดยธ.โพสต์ชุดใหญ่เตือนครูคิดเบี้ยวหนี้ธ.ออมสิน ถึงติดโทษล้มละลาย ผลกระทบอีกยาวคนค้ำประกันซวยด้วย "อวยชัย"ไปไกลโวยแบงก์หน้าเลือด

 

 

ด้าน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ก็ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวด้วยเช่นกันว่า...จงรับสภาพการเป็นบุคคลล้มละลายหากกรณีเป็นบุคคลธรรมดาที่มีหนี้สินเกิน ๑ ล้านบาท และที่สำคัญมันจะโยงพาบุคคลที่เรารักที่มาค้ำประกันเราเป็นบุคคลล้มละลายไปด้วย

 

หนี้เกิดโดยนิติกรรม สัญญา ซึ่งเมื่อมีการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้น ก็ย่อมเกิดความเป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ขึ้น โดยปกติเมื่อเกิดหนี้ ลูกหนี้จะหลุดพ้นจากเคราะห์แห่งหนี้ได้ด้วยการชำระหนี้

 

ตาม ปปพ. มาตรา ๕ ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้อง “กระทำโดยสุจริต”

 

การที่เรามีหนี้สินมากและไม่สามารถชำระคืนกับเจ้าหนี้ได้ จึงถูกเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลาย ผลที่ตามมาคือ

 

รองปลัดยธ.โพสต์ชุดใหญ่เตือนครูคิดเบี้ยวหนี้ธ.ออมสิน ถึงติดโทษล้มละลาย ผลกระทบอีกยาวคนค้ำประกันซวยด้วย "อวยชัย"ไปไกลโวยแบงก์หน้าเลือด

 

กรณีของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหากถูกพิพากษาให้ล้มละลาย จะขาดคุณสมบัติในการเป็น ข้าราชการตามมาตรา ๓๐ ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ และเมื่อคุณสมบัติไม่ถูกต้องแล้ว มาตรา ๑๑๐ ก็กำหนดให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ผู้นั้น ออกจากราชการ

 

ไม่สามารถทำนิติกรรมสัญญา ใด ๆ ทั้งสิ้นได้ รวมถึงธุรกรรมการเงินต่าง ๆ

 

ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปจริง ๆ ก็ต้องขออนุญาตจากพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดีก่อน หากได้รับอนุญาตให้ออกนอกประเทศจะต้องทำบัญชีรายรับรายจ่าย ส่งต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ทุก ๆ ๖ เดือน พร้อมทั้งส่งรายได้ตามที่เจ้าพนักงานจะอายัดเข้ากองทรัพย์สินด้วย

 

รองปลัดยธ.โพสต์ชุดใหญ่เตือนครูคิดเบี้ยวหนี้ธ.ออมสิน ถึงติดโทษล้มละลาย ผลกระทบอีกยาวคนค้ำประกันซวยด้วย "อวยชัย"ไปไกลโวยแบงก์หน้าเลือด

 

การถูกสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายนั้น จะมีระยะเวลา ๓ ปี เมื่อครบกำหนดก็จะถูกปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลาย ยกเว้นกรณีที่ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหนี้ ก็อาจจะมีการขยายเวลาเป็น ๕ หรือ ๑๐ ปีก็ได้โดยเมื่อครบกำหนดระยะเวลา ๓ ปี ก็ให้บุคคลล้มละลายติดต่อกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สินเพื่อขอปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลาย เมื่อได้ปลดจากการเป็นบุคคลล้มลายแล้ว ก็จะสามารถทำงานและทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา : ธวัชชัย ไทยเขียว