สั่งปิดสื่อออนไลน์แล้วเฉียด 1 หมื่นรายการ ผิด กม.คอมฯ - พ.ร.ก ฉุกเฉินฯ

กระทรวงดิจิทัลฯ เผยผลดำเนินงานปิดกั้นเว็บไซต์ และรูปแบบสื่อออนไลน์ผิดที่ผิดกฎหมาย ล่าสุดปิดกั้นแล้ว 9,576 รายการ พร้อมโทษแรงปรับ 1 แสน - จำคุก 5 ปี

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เผยผลดำเนินงานปิดกั้นเว็บไซต์ และรูปแบบสื่อออนไลน์ผิดที่ผิดกฎหมาย ล่าสุดปิดกั้นแล้ว 9,576 รายการ พร้อมโทษแรงปรับ 1 แสน - จำคุก 5 ปี

นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เผยว่า ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. 63 - 13 ก.ค.64 มีประชาชนแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจนทำให้เกิดความตื่นตระหนกและความมั่นคงของประเทศ อาทิ การใช้ข้อความอันเป็นเท็จ การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ลามกอนาจารและการพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย ผ่านเพจอาสา จับตา ออนไลน์ จำนวน 96,585 รายการ 

 

ลาซาด้า ดีลดี

 

พบเป็นข้อมูลซ้ำซ้อนเข้าข่ายข้อกฎหมายเพียง 9,852 รายการ แบ่งเป็นสื่อเฟซบุ๊ก 5,416 รายการ ยูทูป 2,210 รายการ ทวิตเตอร์ 1,164 รายการ ติ๊กต็อก 20 รายการ และเว็บไซต์อื่นๆ 1,042 รายการ  ทั้งนี้ จำนวนเว็บไซต์ที่เข้าข่ายข้อกฎหมายกระทรวงฯ ศาลมีคำสั่งให้ดำเนินการปิดกั้นแล้ว 9,576 รายการ อยู่ระหว่างยื่นขอศาลให้ปิดกั้น 101 รายการ และอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 175 รายการ

 

ขณะนี้ กระทรวงฯ มีศูนย์ประสานงานและต่อต้านข่าวปลอมเพื่อเฝ้าระวังการโพสต์ข้อความที่เป็นเท็จหรือบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง ได้ชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องและได้ตักเตือนผู้ที่กระทำผิด เนื่องจากเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 และอาจผิด พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ โควิด-19 ด้วย โทษของการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ปรับตั้งแต่ 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ส่วนโทษตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ อาจเป็นค่าปรับและเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตักเตือนให้ปิดกั้นและแก้ไขข้อความให้ถูกต้อง

 

ลาซาด้า ดีลดี