"โดนตะขาบกัด"อันตรายมาก แพทย์เผย 5 วิธีรักษาพิษอย่างถูกต้องที่สุด

แพทย์ผิวหนังแนะนำการรักษาพิษจากการ โดนตะขาบกัด ควรรักษาให้ถูกวิธี 5 ข้อ โดยถ้ามีอาการแพ้รุนแรงเกิดขึ้นควรไปพบแพทย์โดยทันที

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง แนะนำการรักษาพิษจาก "ตะขาบกัด" ควรรักษาให้ถูกวิธีเพื่อบรรเทาอาการที่จะเกิดขึ้นและป้องกันการติดเชื้อทางผิวหนัง กรณีถ้ามีอาการแพ้รุนแรงเกิดขึ้นควรไปพบแพทย์โดยทันที

"โดนตะขาบกัด"อันตรายมาก แพทย์เผย 5 วิธีรักษาพิษอย่างถูกต้องที่สุด

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ว่า พบชายโดนตะขาบกัดแล้วนำคางคกมารักษาโดยการถูบริเวณแผลนั้น มีความเสี่ยงต่อการเกิดผิวหนังติดเชื้อได้มากขึ้นได้อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วพิษของตะขาบจะมีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท เละจะมีอาการทางผิวหนังที่พบได้บ่อยหลังโดนตะขาบกัด คือ อาการปวด บวม แดง หรือมีเหงื่อออกเฉพาะที่ นอกจากนี้อาจพบมีเลือดออกในบริเวณที่ถูกกัดได้ และโดยมากผู้ที่ถูกตะขาบกัดมักเกิดอาการชา ซึ่งเป็นผลมาจากพิษของตะขาบดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น หากไม่ได้รับการดูแลแผลที่ดี อาจลุกลามเกิดเป็นแผลลึกหรือมีการติดเชื้อตามมาได้ อย่างไรก็ดีในบางกรณีที่พบได้ไม่บ่อยนัก การถูกตะขาบกัดอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงต่อระบบอื่น ๆ ในร่างกายได้ เช่น ภาวะหัวใจขาดเลือด ภาวะกล้ามเนื้อสลาย หรือไตวาย

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาเบื้องต้นหลังถูกตะขาบกัด ควรทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดก่อน หลังจากให้ปฏิบัติ ดังนี้

1. ประคบด้วยน้ำแข็ง หรือแช่บริเวณที่ถูกกัดในน้ำอุ่นเพื่อลดอาการปวด

2. ใช้ยาแก้ปวดชนิดรับประทานหรือสเปรย์ลดอาการปวด

3. รับประทานยาแก้แพ้กลุ่ม antihistamines

4. ผู้ที่ถูกตะขาบกัดควรได้รับการฉีดวัคซีนบาดทะยัก 

5.รับประทานยาฆ่าเชื้อหากพบว่ามีการติดเชื้อที่ผิวหนังร่วมด้วย

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้ความเห็นว่าการใช้วิธีนำคางคกหรือสิ่งอื่นใดมาถูหรือพอกบริเวณที่ถูกกัดนั้น จะยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ผิวหนังได้มากขึ้น หากมีความผิดปกติหรืออาการแพ้รุนแรงเกิดขึ้นหลังถูกตะขาบกัด แนะนำให้รีบไปพบแพทย์แพทย์ทันที

"โดนตะขาบกัด"อันตรายมาก แพทย์เผย 5 วิธีรักษาพิษอย่างถูกต้องที่สุด