งามหน้า ตุ๊กตุ๊กเมืองไทยชี้หน้าด่านักท่องเที่ยว ต้นเหตุจากอะไรไม่ต้องสืบ

งามหน้า ตุ๊กตุ๊กเมืองไทยชี้หน้าด่านักท่องเที่ยว ต้นเหตุเกิดจากอะไรไม่ต้องสืบ โลกออนไลน์เดือด ต่างชาติคอมเมนต์เพียบ

งามหน้า ตุ๊กตุ๊กเมืองไทยชี้หน้าด่านักท่องเที่ยว ต้นเหตุจากอะไรไม่ต้องสืบ จากที่ ตุ๊กตุ๊กเมืองไทย เคยเป็นจุดขายของประเทศ แต่ดูเหมือนว่าล่าสุดจะกลายเป็นจุดที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าใช้บริการซะแล้ว เมื่อโลกออนไลน์สะพัดเหตุการณ์ คนขับรถตุ๊กๆ ยืนด่านักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ ซึ่งนักท่องเที่ยวดังกล่าวระบุข้อความเป็นภาษาอังกฤษว่า 

งามหน้า ตุ๊กตุ๊กเมืองไทยชี้หน้าด่านักท่องเที่ยว ต้นเหตุเกิดจากอะไรไม่ต้องสืบ ต่างชาติคอมเมนต์เพียบ
 

"อีกประสบการณ์ที่น่ากลัวสำหรับคู่รักชาวสิงคโปร์ที่ประเทศไทย ครั้งนี้เกิดจากคนขับรถตุ๊กตุ๊ก"

 

โดยคลิปดังกล่าวถูกถ่ายโดยคู่รักชาวสิงคโปร์ จะเห็นมีมีคนขับตุ๊กตุ๊กกำลังยืนด่าใส่ทั้งคู่ริมถนนในกรุงเทพฯ ทั้งชี้หน้า ทั้งตะโกนด้วยคำหยาบคาย รวมทั้งปรี่มาตบกล้องชายที่ถ่ายคลิป แต่ฝ่ายหญิงพยายามห้ามไว้ โดยคนขับรถตุ๊กตุ๊กยังท้าทาย พร้อมไปหยิบป้ายทะเบียนขึ้นมาให้ถ่ายคลิปอีกด้วย

งามหน้า ตุ๊กตุ๊กเมืองไทยชี้หน้าด่านักท่องเที่ยว ต้นเหตุเกิดจากอะไรไม่ต้องสืบ ต่างชาติคอมเมนต์เพียบ

ตามรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวนั่งตุ๊กตุ๊ก จากเซ็นทรัลเวิลด์ ให้ไปส่งที่สุรศักดิ์ ซึ่งตกลงราคาที่ 160 บาท แต่ระหว่างทางคนขับกลับอ้างเรื่องระยะทาง และจะขอคิดเงิน 300 บาท แต่นักท่องเที่ยวไม่ยอมจึงเกิดเป็นเหตุการณ์ตามคลิป หลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว

งามหน้า ตุ๊กตุ๊กเมืองไทยชี้หน้าด่านักท่องเที่ยว ต้นเหตุเกิดจากอะไรไม่ต้องสืบ ต่างชาติคอมเมนต์เพียบ

เมื่อคลิปดังกล่าวถูกแชร์ออกไป นอกจากจะมีชาวต่างชาติเข้ามาแนะนำว่าครั้งหลังให้เรียกแกร็บแทนเนื่องจากจะไม่ต้องถูกเอาเปรียบเรื่องค่าเดินทาง นอกจากนี้ยังมีคนไทยจำนวนมากเข้าไปปลอบใจนักท่องเที่ยว หลายคนยอมรับว่าเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ประทับใจกับคนขับรถตุ๊กตุ๊กเช่นกัน พร้อมเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการด้วย เพราะยิ่งปล่อยไว้จะยิ่งทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของประเทศ

งามหน้า ตุ๊กตุ๊กเมืองไทยชี้หน้าด่านักท่องเที่ยว ต้นเหตุเกิดจากอะไรไม่ต้องสืบ ต่างชาติคอมเมนต์เพียบ

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainewsonline