หนุ่มข้องใจไปเที่ยวม่อนแจ่ม เจอร้านตั้งโต๊ะในลำธาร ไม่ใช่ลูกค้าหมดสิทธิ์

หนุ่มข้องใจไปเที่ยวม่อนแจ่ม เจอลำธารธรรมชาติสวยงาม เเต่ทำไมร้านอาหารถึงตั้งโต๊ะในลำธารได้?? ใครเป็นคนอนุญาต

   เกิดคำถามในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต อย่าง ม่อนแจ่ม ทำไมร้านอาหารถึงตั้งโต๊ะในลำธารได้??  เมื่อนักท่องเที่ยวรายหนึ่งแวะระหว่างทางไปม่อนแจ่ม  เจอลำธารน้ำธรรมชาติสวยงาม เเต่ไม่สามารถลงไปเล่นเยี่ยมชมความงดงามได้ กลับเจอร้านอาหารม่อนแจ่มตั้งโต๊ะของลูกค้าลงไปในธารน้ำ

หนุ่มข้องใจไปเที่ยวม่อนแจ่ม เจอร้านตั้งโต๊ะในลำธาร ไม่ใช่ลูกค้าหมดสิทธิ์
  โดย เพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความของหนุ่มนักท่องเที่ยวรายหนึ่ง   เป็นคำถามที่ดีช่วงนี้อากาศหนาวด้วยใครเป็นสายท่องเที่ยวขอคำตอบหน่อย

หนุ่มข้องใจไปเที่ยวม่อนแจ่ม เจอร้านตั้งโต๊ะในลำธาร ไม่ใช่ลูกค้าหมดสิทธิ์
    ขออนุญาตสอบถามเพื่อเป็นความรู้  เพราะเพิ่งเคยแวะระหว่างทางไปม่อนแจ่ม  มีธารน้ำธรรมชาติ แล้วเขาตั้งร้าน ที่นั่งกินของลูกค้าลงไปในธารน้ำ  ธารน้ำประมาณนี้ ผู้คนทั่วไปควรจะมีสิทธิ์ในการไปแวะพัก หรือให้เด็กๆเล่นน้ำได้ แต่หมดสิทธิ์ ทำไมเขามีสิทธิ์ทำได้ครับ??


   ซึ่งจากโพสต์ร้านอาหารรุกล้ำลำธารม่อนแจ่ม ก็มีผู้คนมาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นว่า

พูดตรงๆนะ ทั้งผิดกฎหมาย แถมไร้รสนิยมสิ้นดี ทำให้สุนทรียภาพเสียสุดๆ ทำลายธรรมชาติ ขยะ ของเสีย เลิกทำแบบนี้สักที และเจ้าหน้าที่ก็ควรปฎิบัติตามหน้าที่ให้ดี อย่าให้มีแบบนี้อีกเลย  ... สรุปคือข้าราชการของภาครัฐ หน่วยราชการในท้องถิ่น ปล่อยปละเลย เรียกรับผลประโยชน์หรือมีเจ้าหน้าที่รัฐ(ท้องถิ่นบางคน)มีการกระทำผิดเสียเองหรือให้ญาติพี่น้อง ผัวหรือเมียมาทำผิดเสียเอง...

หนุ่มข้องใจไปเที่ยวม่อนแจ่ม เจอร้านตั้งโต๊ะในลำธาร ไม่ใช่ลูกค้าหมดสิทธิ์

แจ้งเจ้าหน้าที่ในท้องที่เลยครับ เช่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่,อำเภอ,ป่าไม้หรืออุทยานในท้องที่นั้น อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้าแจ้งแล้วเจ้าหน้าที่เพิกเฉยค่อยสรุปว่าเจ้าหน้าที่เกี่ยวครับ

หนุ่มข้องใจไปเที่ยวม่อนแจ่ม เจอร้านตั้งโต๊ะในลำธาร ไม่ใช่ลูกค้าหมดสิทธิ์

 เพราะเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เขาก็ประจำอยู่ในสำนักงาน เขาไม่ได้ออกลาดตระเวน ตรวจตราแบบเจ้าหน้าที่ป่าไม้นะครับ ...ธุรกิจท่องเที่ยวแบบไร้การควบคุม สถานที่สวยๆงามๆหลายที่เละเทะ แบบนี้ก็ไม่ต่างกัน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่ thainews