โชเฟอร์ขับรถรับดาราไต้หวัน ยืนยันความจริงอีกมุม ส่อคดีพลิกครั้งใหญ่

ยังไงกันแน่ โชเฟอร์ขับรถรับดาราไต้หวัน ยืนยันความจริงอีกมุม หลังออกมาแฉตร.ไทย งานนี้อาจมีคดีพลิกครั้งใหญ่ ...

วันนี้(27 ม.ค.2566) พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีดาราสาวไต้หวันถูกตำรวจรีดไถเงินย่านห้วยขวางว่า  ล่าสุดได้เชิญตัวคนขับรถรับจ้างสาธารณะที่เรียกผ่านระบบแอปพลิเคชันมาสอบปากคำที่ สน.ห้วยขวาง แล้ว โดยคนขับพร้อมให้ข้อมูลกับตำรวจ

 

โชเฟอร์ขับรถรับดาราไต้หวัน ยืนยันความจริงอีกมุม ส่อคดีพลิกครั้งใหญ่

 

จากการสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่า หลังจากคนขับได้รับการเรียกผ่านระบบแอปพลิเคชันเอกชน จึงเข้าไปรับหญิงคนดังกล่าวที่บริเวณหน้าร้านสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในย่าน RCA จากนั้นได้ขับรถมาตามเส้นทางจนกระทั่งเข้าสู่ถนนรัชดาภิเษกและผ่านมาที่หน้าด่านจุดตรวจจุดสกัดของ สน.ห้วยขวาง ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตจีน

 

โชเฟอร์ขับรถรับดาราไต้หวัน ยืนยันความจริงอีกมุม ส่อคดีพลิกครั้งใหญ่

ซึ่งตลอดทางที่หญิงสาวคนดังกล่าวนั่งรถมา ลักษณะมีอาการมึนเมามาก และพูดคุยเสียงดังมาตลอดทาง กระทั่งมาถึงที่ด่าน ตำรวจขอตรวจตามปกติและพูดจาด้วยถ้อยคำสุภาพ แต่หญิงสาวคนดังกล่าวมีอาการมึนเมาพูดคุยเสียงดัง ตำรวจจึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและวีซ่า แต่คาดว่าเกิดการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกัน จึงเชิญหญิงสาวลงไปพูดคุยบนถนนก่อนจะเปลี่ยนไป คุยกันบนทางเท้า ตอนนั้นไม่ได้สนใจอะไร แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่บริเวณหน้าด่านตรวจ ต้องจอดรออยู่บนรถเป็นเวลานานมากเกือบ 1 ชั่วโมง กระทั่งหญิงสาวคนดังกล่าวมาจ่ายเงินค่าบริการ และให้ขับรถออกจากด่านไปก่อน

 

โชเฟอร์ขับรถรับดาราไต้หวัน ยืนยันความจริงอีกมุม ส่อคดีพลิกครั้งใหญ่

 

โชเฟอร์ขับรถรับดาราไต้หวัน ยืนยันความจริงอีกมุม ส่อคดีพลิกครั้งใหญ่

ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ยังต้องรอข้อมูลรายงานการสอบปากคำอย่างละเอียดจากผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่าตำรวจได้ประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิด หลายหน่วยงานแล้ว โดยตรวจสอบภาพวงจรปิดจากกล้องของ กทม. ด้านหน้าสถานทูตจีน และด้านหลังจากบริเวณสะพานลอยปากซอยรัชดาภิเษก 3 เป็นภาพระยะไกล ขณะนี้ได้ทำหนังสือขอภาพกล้องวงจรปิดจากสถานเอกอัครราชทูตจีนเพิ่มเติม ตอนนี้อยู่ระหว่างรอการติดต่อกลับ

 

โชเฟอร์ขับรถรับดาราไต้หวัน ยืนยันความจริงอีกมุม ส่อคดีพลิกครั้งใหญ่

 

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thainewsonline