- 09 ธ.ค. 2568
"กิตติ" เผยข้อมูลสำคัญยืนยันความบริสุทธิ์คดี "นัทปง" สารภาพตรงๆ เหตุไม่ได้มาให้ข้อมูลทันที คนหลายคนมองว่าหนี
คลี่คลายไปได้หลายเปาะแล้ว สำหรับกรณีการเสียชีวิตของ นัทปง หรือ นัท ณัฐวุฒิ ปงลังกา นักข่าวชื่อดัง ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ตำรวจฝ่ายสืบสวน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 นำตัวนาย ก. หรือ นายกิตติ ออกจากสถานีตำรวจภูธรบางกรวย เพื่อเข้าตรวจค้นบ้านพักอาศัย และร้านทองที่เป็นลูกจ้างอยู่ ย่านบางแค กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบสารไซยาไนด์ มาเปรียบเทียบกับของกลาง ภายหลังรับสารภาพกับตำรวจว่า เป็นผู้ส่งมอบสารไซไซยาไนด์ ให้กลับ "นัทปง" ที่เสียชีวิตจริง
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า การรับสารภาพ นาย ก. หรือ นายกิตติ อ้างว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะมอบสารไซยาไนด์ให้กัน โดยไม่ได้ทำการซื้อขายกันจริง ในปริมาณ 2 ช้อนชา ส่วนมูลเหตุไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากอยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนการส่งมอบไซยาไนด์เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือน ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมาส่งมอบให้ที่บ้านในขณะที่ผู้เสียชีวิตไม่อยู่
ซึ่งตำรวจมีหลักฐานกล้องวงจรปิดย้อนหลังแล้ว ส่วนปริมาณในการใช้ ตำรวจจำเป็นต้องเข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้งพร้อมกับญาติในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ เพื่อนำปริมาณไซยาไนด์ที่พบมาเปรียบเทียบ รวมถึงคำให้การของแพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพ และผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ส่วนคำให้การของพยานทั้ง 5 คนที่เรียกมาสอบปากคำก่อนหน้านี้ เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถึงแม้จะมีแนวโน้มว่าผู้เสียชีวิตจะพยายามทำร้ายตัวเองก็ตาม แต่ตำรวจก็ไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องทำให้ตัวเองเสียชีวิต และมีบุคคลทำให้เสียชีวิต ซึ่งยังคงต้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดซึ่งต้องเอาหลายมุมกล้องมาพิจารณา
ส่วนจะมีบุคคล ยุยงส่งเสริม นำไปสู่การเสียชีวิตหรือไม่นั้น ยังคงต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และอาจจะต้องใช้เครื่องจับเท็จและผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสอบปากคำอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง
ซึ่งภายหลังจากตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักของ นาย ก. หรือ นายกิตติ และร้านทองที่เป็นต้นเหตุของสารไซยาไนด์แล้ว จะนำตัวมาแจ้งข้อกล่าวหา ฐานมีวัตถุออกฤทธิ์วัตถุอันตรายประเภทที่ 3 เอาไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 700,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงได้มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนพิจารณาเรื่องมีบุคคลพยายามนำหลักฐานออกจากที่เกิดเหตุ
หากมีเจตนาไม่สุจริต หรือเข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมาย ก็อาจจะต้องถูกดำเนินคดี ส่วนการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ยอมรับว่ามีความบกพร่อง ยอมรับข้อตำหนิและข้อเสนอแนะ นำมาปรับใช้ในอนาคต
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาย ก. หรือ นายกิตติ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งภายหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นายกิตติได้เปิดใจครั้งแรกต่อผู้สื่อข่าว โดยย้ำชัดว่า ตนไม่ได้หลบหนี ตามที่หลายคนเข้าใจ แต่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพฯ จึงไม่สามารถให้ข้อมูลได้ทันทีเจ้าตัวเผยว่า ระหว่างไปร่วมงานศพที่เชียงรายก็ได้พบกับผู้สื่อข่าวช่อง 8 และกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าอยู่กับ “พี่ต้น” ตลอด ไม่เคยหลบไปไหน แต่กลับมีข่าวลือว่าตนหนี ทำให้ต้องออกมาอธิบายเพื่อคลายข้อสงสัยของสังคม
อีกทั้ง นาย ก. หรือ นายกิตติ ยังได้เปิดเผยความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิตว่า ตนและ “นัทปง” คบหากันในฐานะแฟนมานานกว่า 2 ปี และสนิทกันมาก ก่อนจะแยกทางกันได้เพียง 1 เดือนก่อนเกิดเหตุ จึงรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่งเมื่อทราบข่าวร้าย ส่วนสาเหตุนำไซยาไนด์ไปให้เพราะไม่คิดว่านัทปงจะทำร้ายตัวเอง และไม่ทราบมาก่อนว่าผู้เสียชีวิตมีภาวะซึมเศร้า
อีกทั้ง นาย ก. หรือ นายกิตติ ยังยืนยันว่าไม่รู้จัก “บิ๊ก” แฟนใหม่ของนัทมาก่อน และเพิ่งทราบจากข่าวว่าอีกฝ่ายอยู่ในบ้านในวันเกิดเหตุ ซึ่ง นาย ก. หรือ นายกิตติ กล่าวว่า ทุกครั้งที่เขาไปหานัท จะพบ “พี่ต้น” อยู่ด้วยแทบทุกครั้ง และตนเป็นหนึ่งในคนที่รู้รหัสเข้าบ้านของนัท ซึ่งได้ให้ปากคำและข้อมูลเรื่องยา รวมถึงรายละเอียดทั้งหมดกับพนักงานสอบสวนแล้ว
นอกจากนี้ นาย ก. หรือ นายกิตติ ยังกล่าวต่อว่า ที่ตัดสินใจออกมาพูดเพราะต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้หลบหนี และไม่ได้เป็นต้นเหตุการเสียชีวิตของนัทปง พร้อมขอให้สังคมอย่าตัดสินว่าเขาเป็นคนร้าย ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
อย่างไรก็ตาม ส่วนประเด็นไซยาไนด์นั้น นาย ก. หรือ นายกิตติ ย้ำว่า "ผมไม่ได้เอายาไปจับกรอกปากเขา เรื่องทั้งหมดเป็นปัญหาระหว่างพี่นัทกับแฟนใหม่ ไม่ใช่ผม" ก่อนที่จะทิ้งท้ายว่า ได้ให้ข้อมูลกับตำรวจครบถ้วนแล้ว และขณะนี้รู้สึกเหนื่อยจากการสอบปากคำทั้งวัน ต้องการเพียงพักผ่อนเท่านั้น "ตอนนี้รู้สึกเฉยๆ แล้ว แต่เสียใจที่สังคมมองผมในแง่ลบมากกว่า"






