- 26 ธ.ค. 2568
เปิดแผนขบวนการหลอกงาน ข้ามแดนบังคับเหยื่อเป็นบัญชีม้า สั่งสแกนหน้าโอนเงินผิดกฎหมาย เงินหมุนเวียนหลักล้าน
"จ่าคิงส์" พาเหยื่อร้อง กองบังคับการปราบปราม ถูกหลอกไปทำงานจันทบุรี ก่อนถูกคุมตัวข้ามไปเขมร ยึดมือถือ–บังคับสแกนหน้าทำบัญชีม้า เงินหมุนเวียนหลักล้าน
เวลา 10.30 น. วันที่ 26 ธ.ค. 68 ด้านหน้าแดนเนรมิตเก่า ถนนพหลโยธิน จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ อดีต สห.ทอ. พา "น้องเอ" เจ้าของร้านเสริมสวยใน อ.จักราช จ.นครราชสีมา และกลุ่มผู้เสียหายรวม 4 คน เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังถูกขบวนการมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านเพจหางานในเฟซบุ๊ก
เหยื่อเปิดเผยพฤติการณ์สุดระทึกว่า แอดมินเพจระบุให้ไปทำงานที่ จ.จันทบุรี โดยมีการส่งรถมารับถึงที่หมาย ก่อนจะถูกพาไปรวมตัวกับผู้เสียหายรายอื่นที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจันทบุรี จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. มีรถตู้มารับอ้างว่าไปส่งที่บริษัท แต่กลับถูกยึดโทรศัพท์และบัตรประชาชนทันทีที่ขึ้นรถ
กลุ่มผู้เสียหายเล่าว่า รถได้ขับลึกเข้าไปในป่าสวนลำไย ท่ามกลางชายชุดคล้ายทหารถืออาวุธปืนคุมตัวเข้ม ทำให้ไม่มีใครกล้าขัดขืน ก่อนจะถูกบังคับให้นั่งห่วงยางข้ามน้ำไปยังฝั่งกัมพูชา และเดินทางต่อไปยังเมือง ปอยเปต เมื่อไปถึงพบว่าถูกกักตัวไว้ในห้องที่มีคอมพิวเตอร์จำนวนมาก และมีคนไทยที่ถูกหลอกมาก่อนหน้านี้นับ 20 คน
ตลอด 3 วันที่ถูกกักขัง เหยื่อทุกคนถูกบังคับให้ปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ และเปลี่ยนรหัส Mobile Banking เป็นรหัสเดียวกันเพื่อใช้ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย หากมีการโอนเงินยอดใหญ่ เหยื่อจะถูกเรียกไปสแกนใบหน้าทันที โดยคนร้ายอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ติดต่อญาติได้เพียงวันละ 10 นาที ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิด ห้ามบอกความจริงว่าถูกจับตัวอยู่
หลังจากผ่านไป 3 วัน กลุ่มคนร้ายได้ปล่อยตัวเหยื่อกลับมายังฝั่งไทยทางช่องทางธรรมชาติ เมื่อตรวจสอบบัญชีธนาคารพบว่ามีเงินหมุนเวียนผิดปกติหลายแสนจนถึงหลักล้านบาท และข้อมูลการติดต่อกับคนร้ายถูกลบออกทั้งหมด
น้องเอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี สาวประเภทสองชาวโคราช เล่าเหตุการณ์ระทึกว่า ตนทำงานร้านเสริมสวยแต่รายได้ไม่พอ จึงหลงเชื่อเพจรับสมัครงานในเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีรถมารับไปที่ จ.จันทบุรี ก่อนจะถูกกลุ่มชายแต่งกายคล้ายทหาร กักขังไว้ในตึกที่ปอยเปตนาน 3 วัน
“พวกเขามีปืนสงครามทุกคน บังคับให้เราเปลี่ยนรหัสผ่านแอปฯ ธนาคาร ถ้ามีเงินโอนเข้าจำนวนมาก เขาจะบังคับให้เราสแกนหน้ายืนยันการโอนทันที แต่ถ้าหลักพันเขาจะจัดการเอง หนูโชคดีที่แอบซ่อนโทรศัพท์ไว้ได้เครื่องหนึ่ง เลยแอบถ่ายรูปสภาพที่คุมตัวไว้เป็นหลักฐาน”
ภายหลังถูกปล่อยตัวและข้ามแดนกลับมาได้ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าของสวนลำไย พบว่าบัญชีธนาคารมีเงินหมุนเวียนสูงถึง 700,000 บาท
น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 28 ปี อีกหนึ่งเหยื่อที่ถูกจี้ไปปอยเปตนาน 2 วัน เปิดเผยว่า ถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารทุกแห่งที่ทำได้ผ่านมือถือเพื่อใช้เป็นบัญชีม้า นอกจากนี้ยังเกือบถูกทหารเขมรล่วงเกินขณะกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่โชคดีที่มีเพื่อนผู้ชายที่ถูกจับมาด้วยกันช่วยไว้ได้ทัน ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้เดินข้ามน้ำกลับมาฝั่งไทยเอง
ด้าน นายซี (นามสมมติ) อายุ 25 ปี เหยื่ออีกราย ระบุว่าตนถูกกักขังนาน 3 วัน และถูกยึดบัญชีไป 2 บัญชี เมื่อกลับถึงบ้านพบว่าถูกตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี อายัดบัญชีทั้งหมด โดยตรวจสอบพบว่า บัญชีที่ 1 มีเงินหมุนเวียนกว่า 100,000 บาท บัญชีที่ 2 มีเงินหมุนเวียนสูงถึง 1,000,000 บาท
จ่าคิงส์ แตงโมพรม กล่าวว่า ผู้เสียหายกลุ่มนี้กังวลว่าจะถูกดำเนินคดีในข้อหาเปิดบัญชีม้าและฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากบางรายเริ่มมีหมายเรียกหรือถูกอายัดบัญชีแล้ว จึงพามาพบตำรวจกองปราบฯ เพื่อนำหลักฐานภาพถ่ายและคำให้การมายืนยันว่า “ถูกบังคับด้วยอาวุธ” ไม่ได้มีเจตนาขายบัญชีให้มิจฉาชีพแต่อย่างใด
ทางด้านพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด เพื่อประสานไปยังท้องที่ที่มีการอายัดบัญชี และสืบหาตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ต่อไป






