ฮือฮา "ไข่ต้มสีชมพู" สีหวานชวนงง แต่ความจริงอันตรายกว่าที่คิด

ฮือฮา "ไข่ต้มสีชมพู" สีหวานชวนงง ผู้เชี่ยวชาญเตือนอย่าหลงสีสวย เบื้องหลังเสี่ยงปนเปื้อน อันตรายกว่าที่คิด ควรรีบทิ้งทันที

 กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพลงในกลุ่ม “พวกเราคือผู้บริโภค” เผยให้เห็นภาพไข่ต้มที่ถูกผ่าครึ่ง แต่แทนที่ไข่ขาวจะเป็นสีขาวตามปกติ กลับกลายเป็นไข่ต้มสีชมพูทั่วทั้งฟอง พร้อมตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่า “สวัสดีค่ะพี่ ๆ วันนี้ต้มไข่แล้วเจอเป็นสีชมพูแบบนี้ ไม่ทราบสาเหตุ มีใครเคยเจอไหมคะ”

 

  ฮือฮา "ไข่ต้มสีชมพู" สีหวานชวนงง แต่ความจริงอันตรายกว่าที่คิด

 หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น บางส่วนแสดงความตกใจ บางรายมองว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ อาทิ
“ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอ ต้มไข่มาเป็นพันฟองแล้ว”
“เหมือนไข่เยียวม้าที่เคยจินตนาการตอนเด็ก ๆ”
“ไม่เคยเห็น แต่ถ้าให้กินคงไม่กล้า”
บ้างก็มคอมเมนต์ฮาๆ ว่าเเป็น “ไข่นกฟลามิงโก้”
ขณะที่อีกหลายความเห็นเตือนตรงกันว่าอาจเป็นไข่เน่า หรือมีการปนเปื้อน ควรทิ้งทันทีเพื่อความปลอดภัย

ฮือฮา "ไข่ต้มสีชมพู" สีหวานชวนงง แต่ความจริงอันตรายกว่าที่คิด

ฮือฮา "ไข่ต้มสีชมพู" สีหวานชวนงง แต่ความจริงอันตรายกว่าที่คิด
 ต่อมา มีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาให้ข้อมูลเชิงวิชาการ ระบุว่า  ลักษณะนี้ไม่ใช่อาการจุดเลือดในไข่ครับ ซึ่งจะเป็นจ้ำๆ ไม่ทั่วถึงทั้งไข่ขาวแบบนี้ แบบนี้น่าจะมาจากไข่ติดเชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas (ซูโดโมนาส) เมื่อแบคทีเรียชนิดนี้ขยายพันธุ์ จะสร้างเม็ดสีที่ทำให้ไข่ขาวมีสีเขียว สีแดง หรือมีสีแปลกๆได้ การพิสูจน์ให้ชัดเจนต้องส่องด้วยแสงยูวี หรือไฟฉายตรวจธนบัตรครับ หากมีการเรืองแสงนั่นคือติดเชื้อแบคทีเรียนี้แน่นอน


แบคทีเรียชนิดนี้ไม่ใช่แบคทีเรียที่ดี เพราะทำให้เกิดการติดเชื้อได้หลายประเภท ส่วนใหญ่แล้วมักพบเชื้อชนิดนี้ในคนไข้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำในโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยอาจติดเชื้อจากอุปกรณ์การแพทย์ที่ไม่สะอาด ติดเชื้อจากบุคลากรทางการแพทย์ระหว่างการรักษา การสวมเครื่องช่วยหายใจ สายสวนปัสสาวะ หรือสายน้ำเกลือ

นอกจากนี้ผู้ที่มีร่างกายปกติ แต่สัมผัสกับสิ่งของ แหล่งน้ำ หรือสารคัดหลั่งที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ก็มีโอกาสติดเชื้อได้เช่นกัน แต่อาการอาจไม่รุนแรงนัก เช่น อาจติดเชื้อจากสระว่ายน้ำ อ่างอาบน้ำที่ไม่สะอาด และอาจพบการติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน

  • อาการติดเชื้อจากเชื้อแบคทีเรียนี้ส่วนมากจะพบดังนี้คือ

1.การติดเชื้อในกระแสเลือด อาการที่พบ เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว มึนศีรษะ ชีพจรเต้นเร็วและหายใจเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปัสสาวะน้อย
2.ภาวะปอดติดเชื้อ อาการที่พบ เช่น ไข้หนาวสั่น หายใจลำบาก ไอ มีเสมหะสีเหลือง เขียว หรือเป็นมูกเลือด
3.การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ อาการที่พบ เช่น ปวดปัสสาวะบ่อย มีกลิ่นเหม็น มีสีขุ่น หรืออาจมีเลือดปน รู้สึกแสบขัดระหว่างปัสสาวะ
4.การติดเชื้อที่แผล อาการที่พบ เช่น มีการอักเสบบริเวณแผล แผลมีเลือดซึม เป็นต้น
5.การติดเชื้อที่หู อาการที่พบ เช่น ปวดหู การได้ยินลดลง มึนศีรษะ เป็นต้น
หากพบไข่ที่มีลักษณะแบบนี้รีบทิ้งเลยครับ หากสัมผัสตัวไข่ดิบควรรีบล้างมือด้วยสบู่หรือโฟมล้างมือให้สะอาดด้วยครับ
ถ้าไม่ได้ทานดิบเข้าไป หรือไปสัมผัสถูกปาก ลิ้น หรืออวัยวะอื่นที่อาจนำเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ก็ยังปลอดภัยต่อสุขภาพอยู่ครับ
ในเคสนี้พบกับไข่ต้มแล้ว ถือว่าปลอดภัยในการปอกเปลือกมาพบ แต่ต้องทิ้งครับ

ฮือฮา "ไข่ต้มสีชมพู" สีหวานชวนงง แต่ความจริงอันตรายกว่าที่คิด

ที่มา พวกเราคือผู้บริโภค