ส่งใจช่วยน้องข้าวต้ม ลูกช้างป่าวัย 3 เดือน ดูแลเข้ม 24 ชม. หลังพบอาการอ่อนแรง

ส่งใจช่วยน้องข้าวต้ม ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก อัพเดทความคืบหน้าการดูแล "น้องข้าวต้ม" ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

ส่งใจช่วยน้องข้าวต้ม วันที่ 12 มกราคม 2569 สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลรักษา "น้องข้าวต้ม" ลูกช้างป่าเพศเมียอายุ 3 เดือน ระหว่างวันที่ 10-12 มกราคม 2569  

ส่งใจช่วยน้องข้าวต้ม ลูกช้างป่าวัย 3 เดือน ดูแลเข้ม 24 ชม. หลังพบอาการอ่อนแรง

น้องข้าวต้มสามารถกินนมได้ทั้งจากขวดนมและการป้อนด้วยไซริ้ง แม้ปริมาณจะยังน้อยกว่าที่สัตวแพทย์คำนวนไว้ ขณะที่การขับถ่ายเป็นไปตามปกติ โดยเฉพาะอุจจาระมีลักษณะดีขึ้น มีเนื้อครีมมากขึ้น และไม่พบเยื่อเนื้อลำไส้ลอกหลุดอีกต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม น้องข้าวต้มยังมีอาการอ่อนแรงในช่วงกลางคืน และมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติเล็กน้อยในบางช่วงเวลา ทำให้สัตวแพทย์ต้องให้ออกซิเจนเสริมในช่วงกลางคืน นอกจากนี้ ยังพบหนองเล็กน้อยจากอวัยวะเพศ 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา

 

ทีมสัตวแพทย์ดำเนินการรักษาอย่างเข้มข้น ประกอบด้วย การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำทุกวัน การให้วิตามิน ยาบำรุงตับ ยาลดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร และแคลเซียมผสมวิตามินรวม พร้อมทั้งดูแลรักษาแผลและแผลกดทับด้วยการทายาและเลเซอร์บำบัด

 

 

ส่งใจช่วยน้องข้าวต้ม ลูกช้างป่าวัย 3 เดือน ดูแลเข้ม 24 ชม. หลังพบอาการอ่อนแรง

นอกจากนี้ ทีมสัตวแพทย์ยังทำการนวดและยืดเหยียดขาหน้าของน้องข้าวต้มเป็นประจำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ช่วยพยุงตัวและพลิกกลับตัวทุก 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันแผลกดทับ ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มกราคม สัตวแพทย์ได้เจาะเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม

 

สพ.ญ.ณฐนน กล่าวว่า "อาการของน้องข้าวต้มต้องประเมินเป็นรายวัน โดยมีทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้น้องข้าวต้มมีโอกาสฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างแข็งแรงต่อไป"

 

ที่มาจาก : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช