- 12 ม.ค. 2569
กทม. จับมือ นครนายก เดินหน้าคุมฝุ่น PM2.5 ผลลัพธ์ดีขึ้น หนุนเทคโนโลยีช่วยเกษตรกร สกัดการเผาต้นตอฝุ่นข้ามจังหวัด พร้อมผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ - ภาคเอกชนโลก ยกระดับมาตรการคุมกำเนิดฝุ่น
กทม. แท็กทีม นครนายก สกัดต้นตอฝุ่นข้ามพรมแดน กทม. ในช่วงเดือน ม.ค. นี้ ที่เข้าสู่เป็นฤดูฝุ่นอย่างเป็นทางการ แต่ค่าฝุ่นกลับไม่ได้สูงมากอย่างหลาย ๆ ฤดูฝุ่นที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่เป็นผลจากการปรับกลยุทธ์สู้ฝุ่นแบบที่เน้น "การสกัดที่ต้นตอ" และ "ความร่วมมือไร้รอยต่อ” โดยล่าสุดจากการประชุมแนวทางการบริหารจัดการฝุ่นละออง PM2.5 ร่วมมือข้ามจังหวัด วันนี้ (12 ม.ค. 69) ทีม กทม. นำโดย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และทีมนครนายก นำโดย ผู้ว่าฯ ชานน วาสิกศิริ พร้อมหน่วยงานภาคเอกชน อาทิ ADB มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม และ GIZ ได้เผยให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลายประการ
1. บูรณาการข้ามจังหวัด กรุงเทพฯ – นครนายก
กทม. ได้ยกระดับการทำงานร่วมกับจังหวัดปริมณฑล โดยเฉพาะจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ การประสานงานอย่างใกล้ชิดในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ช่วยให้เกิดการเฝ้าระวังพื้นที่เผาตอซังได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากตรวจพบความเสี่ยงในช่วงสภาพอากาศปิด กทม. แจ้งประสานงานล่วงหน้า 5 วัน เพื่อให้ทางจังหวัดนครนายกเข้าควบคุมพื้นที่ทันที เป็นการสกัดฝุ่นไม่ให้พัดเข้าสู่กรุงเทพฯ จนวิกฤต
2. บูรณาการภาคเอกชนและองค์กรนานาชาติ ใช้เทคโนโลยีทดแทนการเผา
หัวใจของการลดการเผาคือการสร้างทางเลือกให้เกษตรกร โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรระดับโลกและหน่วยงานสนับสนุน อาทิ
- ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีจุลินทรีย์และการใช้โดรนฉีดพ่นเพื่อย่อยสลายตอซังแทนการเผา
- GIZ (เยอรมนี) เข้ามาช่วยวางระบบควบคุมการจัดการการเผาที่ได้มาตรฐานและเหมาะสม
- BOI สนับสนุนเครื่องมือและเครื่องจักรจักรเพื่อจัดการตอซังข้าว ความร่วมมือนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
3. บูรณาการระดับกระทรวง คุมเข้มทุกแหล่งกำเนิดฝุ่น
กทม. ยังได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อบังคับใช้กฎหมายและดำเนินมาตรการเชิงรุกในทุกมิติ
- กระทรวงมหาดไทย สั่งการให้เฝ้าระวังและควบคุมการเผาอย่างเข้มงวดทั่วพื้นที่
- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยกระดับมาตรฐานการตรวจวัดควันดำ ส่งผลให้ตรวจพบรถมลพิษได้เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า
- กระทรวงอุตสาหกรรม คุมเข้มการปล่อยมลพิษจากปล่องโรงงานอุตสาหกรรม
- กระทรวงคมนาคม (กรมการขนส่งทางบก) และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันรถที่ปล่อยมลพิษบนท้องถนน
- ภาคเอกชน ให้ความร่วมมือในมาตรการ Work From Home เพื่อลดปริมาณการจราจรในช่วงที่สภาพอากาศปิด
4. ผลลัพธ์จากการบูรณาการ สภาพอากาศที่ดีขึ้นชัดเจน
จากการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การควบคุมการเผานาในเขตกรุงเทพฯ จนเป็น "ศูนย์" ไปจนถึงการสนับสนุนเกษตรกรในจังหวัดเพื่อนบ้าน ส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่นในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมปีนี้ดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่ง นอกจากนครนายกแล้ว กทม. เตรียมจะขยายผลโมเดลความร่วมมือนี้ไปยังอีก 5 จังหวัดที่เราให้ความสำคัญเรื่องการเผา คือ ปทุมธานี ปราจีนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ต่อไป
“หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาฝุ่นคือ การใช้เทคโนโลยีนำ และอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพราะปัญหาฝุ่นมีที่มาจากหลายปัจจัยและหลายพื้นที่ การบูรณาการความร่วมมือเช่นนี้จะช่วยให้สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้นได้” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว






