กทม. แท็กทีม นครนายก ยกระดับสกัดต้นตอฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน

กทม. จับมือ นครนายก เดินหน้าคุมฝุ่น PM2.5 ผลลัพธ์ดีขึ้น หนุนเทคโนโลยีช่วยเกษตรกร สกัดการเผาต้นตอฝุ่นข้ามจังหวัด พร้อมผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ - ภาคเอกชนโลก ยกระดับมาตรการคุมกำเนิดฝุ่น

กทม. แท็กทีม นครนายก สกัดต้นตอฝุ่นข้ามพรมแดน  กทม. ในช่วงเดือน ม.ค. นี้ ที่เข้าสู่เป็นฤดูฝุ่นอย่างเป็นทางการ แต่ค่าฝุ่นกลับไม่ได้สูงมากอย่างหลาย ๆ ฤดูฝุ่นที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่เป็นผลจากการปรับกลยุทธ์สู้ฝุ่นแบบที่เน้น "การสกัดที่ต้นตอ" และ "ความร่วมมือไร้รอยต่อ” โดยล่าสุดจากการประชุมแนวทางการบริหารจัดการฝุ่นละออง PM2.5 ร่วมมือข้ามจังหวัด วันนี้ (12 ม.ค. 69) ทีม กทม. นำโดย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และทีมนครนายก นำโดย ผู้ว่าฯ ชานน วาสิกศิริ พร้อมหน่วยงานภาคเอกชน อาทิ ADB มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม และ GIZ ได้เผยให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลายประการ

 กทม. แท็กทีม นครนายก ยกระดับสกัดต้นตอฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน

 

1. บูรณาการข้ามจังหวัด กรุงเทพฯ – นครนายก 

กทม. ได้ยกระดับการทำงานร่วมกับจังหวัดปริมณฑล โดยเฉพาะจังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ การประสานงานอย่างใกล้ชิดในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ช่วยให้เกิดการเฝ้าระวังพื้นที่เผาตอซังได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากตรวจพบความเสี่ยงในช่วงสภาพอากาศปิด กทม. แจ้งประสานงานล่วงหน้า 5 วัน เพื่อให้ทางจังหวัดนครนายกเข้าควบคุมพื้นที่ทันที เป็นการสกัดฝุ่นไม่ให้พัดเข้าสู่กรุงเทพฯ จนวิกฤต

 

2. บูรณาการภาคเอกชนและองค์กรนานาชาติ ใช้เทคโนโลยีทดแทนการเผา

หัวใจของการลดการเผาคือการสร้างทางเลือกให้เกษตรกร โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรระดับโลกและหน่วยงานสนับสนุน อาทิ

  • ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีจุลินทรีย์และการใช้โดรนฉีดพ่นเพื่อย่อยสลายตอซังแทนการเผา
  • GIZ (เยอรมนี) เข้ามาช่วยวางระบบควบคุมการจัดการการเผาที่ได้มาตรฐานและเหมาะสม
  • BOI สนับสนุนเครื่องมือและเครื่องจักรจักรเพื่อจัดการตอซังข้าว ความร่วมมือนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเปลี่ยนวิถีเกษตรกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 

 กทม. แท็กทีม นครนายก ยกระดับสกัดต้นตอฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน

3. บูรณาการระดับกระทรวง คุมเข้มทุกแหล่งกำเนิดฝุ่น

กทม. ยังได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อบังคับใช้กฎหมายและดำเนินมาตรการเชิงรุกในทุกมิติ

  • กระทรวงมหาดไทย สั่งการให้เฝ้าระวังและควบคุมการเผาอย่างเข้มงวดทั่วพื้นที่
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยกระดับมาตรฐานการตรวจวัดควันดำ ส่งผลให้ตรวจพบรถมลพิษได้เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า
  • กระทรวงอุตสาหกรรม คุมเข้มการปล่อยมลพิษจากปล่องโรงงานอุตสาหกรรม
  • กระทรวงคมนาคม (กรมการขนส่งทางบก) และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันรถที่ปล่อยมลพิษบนท้องถนน
  • ภาคเอกชน  ให้ความร่วมมือในมาตรการ Work From Home เพื่อลดปริมาณการจราจรในช่วงที่สภาพอากาศปิด

 

 กทม. แท็กทีม นครนายก ยกระดับสกัดต้นตอฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน

 

4. ผลลัพธ์จากการบูรณาการ สภาพอากาศที่ดีขึ้นชัดเจน

จากการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การควบคุมการเผานาในเขตกรุงเทพฯ จนเป็น "ศูนย์" ไปจนถึงการสนับสนุนเกษตรกรในจังหวัดเพื่อนบ้าน ส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่นในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมปีนี้ดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่ง นอกจากนครนายกแล้ว กทม. เตรียมจะขยายผลโมเดลความร่วมมือนี้ไปยังอีก 5 จังหวัดที่เราให้ความสำคัญเรื่องการเผา คือ ปทุมธานี ปราจีนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ต่อไป

“หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาฝุ่นคือ การใช้เทคโนโลยีนำ และอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพราะปัญหาฝุ่นมีที่มาจากหลายปัจจัยและหลายพื้นที่ การบูรณาการความร่วมมือเช่นนี้จะช่วยให้สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้นได้” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว