รวบ 2 บัญชีม้า เชื่อมโยงหลายกลุ่มสแกมเมอร์ พบความเสียหายผ่านบัญชีหลักร้อยล้าน!

ำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) รวบ 2 บัญชีม้า เชื่อมโยงหลายกลุ่มสแกมเมอร์ พบความเสียหายผ่านบัญชีหลักร้อยล้าน!

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบ 2 บัญชีม้า เชื่อมโยงหลายกลุ่มสแกมเมอร์ พบความเสียหายผ่านบัญชีหลักร้อยล้าน!
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล.
กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง นำโดย พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป รอง ผบก.ทล.,ว่าที่ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล.,พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผกก.สน.ลาดพร้าว.,พ.ต.ท.จิระพันธุ์ รุจิระกุล รอง ผกก.6 บก.ทล. ได้สั่งการ
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. พ.ต.ท.ณัติรุจน์ วัฒนะฉัตรรัตน์ สวญ.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล. ,พ.ต.ต.สมโภชน์ บุญชะยา สว.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล.,ร.ต.ต.ฤตะ ตึกประโคน รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล.,    ด.ต.อริยะ บุญใส,ส.ต.ท.คุณวุฒิ พรมมาลา,ส.ต.ท.ธวัชชัย ทะสุใจ ผบ.หมู่ฯ ช่วยราชการ ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล.

รวบ 2 บัญชีม้า เชื่อมโยงหลายกลุ่มสแกมเมอร์ พบความเสียหายผ่านบัญชีหลักร้อยล้าน!

วมกันจับกุม
1. นายวัชรพลฯ อายุ 24 ปี  
ในข้อหา กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ตามหมายจับของศาลจังหวัดมหาสารคาม
สถานที่จับกุมเกิดเหตุ: บริเวณหน้าบ้านเพักใน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี  
2. นายธนกฤตฯ อายุ 25 ปี
ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และ เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตร อิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อ กิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้

รวบ 2 บัญชีม้า เชื่อมโยงหลายกลุ่มสแกมเมอร์ พบความเสียหายผ่านบัญชีหลักร้อยล้าน!

ทั้งนี้โดยการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ตามหมายจับของศาลอาญา (สน.ลาดพร้าว) กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” ตามหมายจับของศาลจังหวัดเลย  67  (สภ.วังสะพุง)
สถานที่จับกุม บริเวณบ้านพักใน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี
พฤติการณ์ ตามนโยบายผู้บังคับบัญชาให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกมิติ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนขยายผล จนทราบว่า นายวัชรพลฯและ นายธนกฤตฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีธนาคารให้ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กระทั่งศาลออกหมายจับเจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้สำเร็จ โดยผู้ต้องหาทั้งสองรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.3 และ สน.ลาดพร้าว ดำเนินคดีตามกฎหมาย
สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายรายหนึ่ง เข้าแจ้งความว่า ถูกมิจฉาชีพตีสนิทผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ โดยใช้โปรไฟล์เป็นทหารต่างชาติ ก่อนชักชวนเชิงชู้สาวจนเหยื่อตายใจ จากนั้นหลอกให้ร่วมทำงานหารายได้เสริม อ้างว่าเพียงโปรโมตสินค้าผ่านเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ปลอมที่แก๊งสแกมเมอร์สร้างขึ้น จะได้รับผลตอบแทนสูงคนร้ายอ้างระบบสมาชิกหลายระดับ ยิ่งโอนเงินเข้าไปมาก ก็ยิ่งได้ค่าคอมมิชชั่นมาก ตั้งแต่ลงทุนหลักร้อยไปจนถึงระดับสูงสุดหลักแสนบาท ทำให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินหลายครั้ง รวม 12 ครั้ง เป็นเงินกว่า 586,832 บาท ต่อมาเมื่อผู้เสียหายขอถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้และถูกตัดการติดต่อ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าเป็นขบวนการ Hybrid Scam หลอกให้รักลวงลงทุน โดยใช้บัญชีม้าของนายวัชรพลฯเป็นช่องทางรับและโอนเงิน ก่อนศาลออกหมายจับ
    จากการตรวจสอบประวัติ พบว่านายวัชรพลเคยถูกจับกุมและต้องโทษจำคุกในคดียาเสพติดมาแล้วหลายครั้งในช่วงปี 2561–2566 หลังพ้นโทษได้หันมารับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งสแกมเมอร์ ได้ค่าจ้างเพื่อนำไปใช้จ่ายส่วนตัวและซื้อยาเสพติด ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการฟอกเงินของขบวนการในชั้นจับกุม นายวัชรพลให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    ส่วน นานธนกฤตฯ เป็นบัญชีม้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกลโกงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อ้างเป็นตำรวจ ข่มขู่เหยื่อโอนเงินยังพบบัญชีม้าเชื่อมโยงคดีฉ้อโกงหลายพื้นที่ มูลค่าความเสียหายนับร้อยล้านบาทเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพบข้อมูลว่า กลุ่มคนร้ายมีแผนประทุษกรรมที่อาศัยความกลัวของประชาชนเป็นเครื่องมือ โดยใช้วิธีโทรศัพท์สุ่มหาเหยื่อ ซึ่งในคดีนี้ผู้เสียหายเป็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดเลย จากนั้นคนร้ายจะสวมบทบาทเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ้างตนเป็น “สิบเวรประจำ สภ.หัวหิน” ใช้น้ำเสียงดุดันข่มขู่ผู้เสียหายว่า มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเช่าบ้านพักเพื่อซุกซ่อนยาเสพติดล็อตใหญ่ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าวแล้ว เมื่อผู้เสียหายเกิดความตกใจและหวาดกลัวจนขาดสติ คนร้ายจะเร่งกดดันให้โอนเงินเข้ามาเพื่ออ้างว่าเป็นการ “ตรวจสอบความบริสุทธิ์” โดยให้โอนเงินเข้าสู่บัญชีธนาคารของ นายธนกฤตฯ ซึ่งเป็นบัญชีม้า ทันทีที่เหยื่อหลงเชื่อโอนเงิน คนร้ายจะตัดสายและบล็อกช่องทางการติดต่อทั้งหมดภายหลังผู้เสียหายตั้งสติได้ จึงตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่คนร้ายกล่าวอ้าง และพบว่าไม่มีรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่อ้างแต่อย่างใด จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนจากการสืบสวนขยายผลเชิงลึก เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า นายธนกฤตฯ เป็นบุคคลสำคัญในเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากบัญชีธนาคารดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวทางการเงินผิดปกติ และเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกรุงเทพมหานครการประเมินเบื้องต้นพบว่า เครือข่ายดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนเป็นมูลค่าสูงถึงนับร้อยล้านบาท ถือเป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางจึงอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
สอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนได้เห็นประกาศรับจ้างเปิดบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความที่ต้องการเงินใช้จ่าย จึงตัดสินใจ รับจ้างเปิดบัญชีม้าแลกกับค่าตอบแทนเพียง 5,000 บาท โดยไม่คาดคิดว่าบัญชีของตนจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือหลักในการฟอกเงินให้กับ "แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ"
เตือนภัย  การเปิดหรือขายบัญชีให้ผู้อื่น "บัญชีม้า" ถือเป็นอาชญากรรมตาม พ.ร.ก. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ - Romance Scam/Hybrid Scam”: มิจฉาชีพมักใช้รูปโปรไฟล์หน้าตาดี (หล่อ/สวย/ดูรวย) เข้ามาจีบในแอปฯ หาคู่ แล้วชวนลงทุน หรือทำภารกิจหารายได้เสริม

รวบ 2 บัญชีม้า เชื่อมโยงหลายกลุ่มสแกมเมอร์ พบความเสียหายผ่านบัญชีหลักร้อยล้าน!