- 06 ส.ค. 2569
เข้าใจผิดมาตลอด ระหว่าง HIV - เอดส์ เปิดความต่าง "HIV" กับ "โรคเอดส์" ที่หลายคนยังสับสน สรุปแล้วยังรักษาได้มั้ย
แม้ปัจจุบันความรู้เกี่ยวกับเชื้อ HIV จะมีมากขึ้น แต่ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่า "HIV" และ "โรคเอดส์" คือสิ่งเดียวกัน ทั้งที่ในความเป็นจริงทั้งสองคำมีความหมายแตกต่างกัน และหากตรวจพบเชื้อเร็ว พร้อมเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถลดโอกาสการป่วยเป็นโรคเอดส์และมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงคนทั่วไปได้
- HIV คืออะไร?
HIV (Human Immunodeficiency Virus) คือ เชื้อไวรัสที่เข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันเชื้อโรค เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะค่อย ๆ ลดจำนวนเม็ดเลือดขาวลง หากไม่ได้รับการรักษา ภูมิคุ้มกันจะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และอาจพัฒนาไปสู่โรคเอดส์ในที่สุด
- โรคเอดส์ (AIDS) คืออะไร?
AIDS (Acquired Immunodeficiency Syndrome) คือ ระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ HIV ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายอย่างรุนแรง โดยผู้ป่วยมักมีระดับเม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ต่ำกว่า 200 เซลล์ต่อไมโครลิตร ทำให้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ตามปกติ และมีโอกาสติดเชื้อฉวยโอกาสหรือโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้ง่าย
การติดเชื้อ HIV แบ่งได้ 3 ระยะ
ระยะที่ 1 ระยะเริ่มติดเชื้อ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่แทบไม่มีอาการ หรือมีอาการคล้ายไข้หวัดเพียงเล็กน้อย
ระยะที่ 2 เริ่มมีอาการจากภูมิคุ้มกันที่ลดลง เช่น มีผื่นหรือตุ่มขึ้นตามร่างกาย เชื้อราในช่องปาก หรือเป็นงูสวัด
ระยะที่ 3 เข้าสู่ระยะโรคเอดส์ มีการติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น วัณโรค เชื้อราขึ้นสมอง หรือการติดเชื้อรุนแรงอื่น ๆ
ทั้งนี้ ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ยังไม่ถือว่าเป็นโรคเอดส์ โดยจะเรียกว่าป่วยเป็นโรคเอดส์เมื่อเข้าสู่ระยะที่ 3 เท่านั้น
- รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดโอกาสเป็นเอดส์
ผู้ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อ HIV ควรรีบเข้ารับการรักษาและรับประทานยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง เพราะในปัจจุบันการรักษามีประสิทธิภาพสูง สามารถกดปริมาณเชื้อให้อยู่ในระดับต่ำมาก ช่วยป้องกันการดำเนินโรคไปสู่ระยะเอดส์ และทำให้ผู้ติดเชื้อมีอายุยืนยาว รวมถึงใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนทั่วไป
- HIV ไม่ติดต่อผ่านการใช้ชีวิตร่วมกัน
กรมควบคุมโรคย้ำว่า การใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับผู้ติดเชื้อ HIV ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อ โดย HIV ไม่ติดต่อผ่าน
การกอด หรือสัมผัสร่างกาย
การรับประทานอาหารร่วมกัน
การไอหรือจาม
ยุงหรือแมลงกัด
การว่ายน้ำในสระเดียวกัน
- HIV ติดต่อได้ 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
การสัมผัสเลือดหรือใช้อุปกรณ์ที่มีเลือดปนเปื้อนร่วมกัน
การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกระหว่างตั้งครรภ์ คลอด หรือให้นมบุตร
ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อ HIV ยังสามารถมีครอบครัวและมีบุตรได้ หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อและป้องกันโรคติดต่ออื่น ๆ
ข้อมูลจาก: สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค
