- 21 ม.ค. 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) จับกุมนายอาทิตย์ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 หมาย ในข้อหาเปิดบัญชีม้า
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) จับกุม นายอาทิตย์ฯ อายุ 20 ปี ในความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด และสนับสนุนในการฉ้อโกง” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก ทล.พ.9 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่านายอาทิตย์ฯ ยังมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันของศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนอีก 1 หมายจับ
พฤติการณ์ในคดีนี้ สืบเนื่องมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้โทรศัพท์หาผู้เสียหาย โดยอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือชื่อดัง แจ้งว่ามีคนนำข้อมูลของผู้เสียหายไปเปิดบัญชี จากนั้นได้มีอีกสายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ติดต่อเข้ามาสมทบ โดยอ้างว่าผู้เสียหายมีความเกี่ยวโยงกับบัญชีม้า และได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารชื่อของนายอาทิตย์ฯ เพื่อทำการตรวจสอบ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปแล้ว กลับไม่สามารถติดต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้อีก จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า บัญชีธนาคารของนายอาทิตย์ฯ ถูกนำไปใช้ในการก่อเหตุหลอกลวงประชาชนในหลากหลายรูปแบบ และเป็นหนึ่งในบัญชีที่รับเงินจากผู้เสียหายจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 2,300,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลออกหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า นายอาทิตย์ฯ บุคคลตามหมายจับ จะเดินทางโดยสารมากับรถกระบะบนเส้นทางถนนกาญจนาภิเษก จึงได้วางกำลังเฝ้าจนกระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยจึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ และพบนายอาทิตย์ฯ โดยสารมากับรถจึงได้แสดงหมายจับและทำการจับกุม นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน
เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมว่า ตนได้รับการชักชวนจากชายไม่ทราบชื่อบริเวณย่านหนองจอก ให้ไปเปิดบัญชีธนาคารหลายแห่ง แลกกับค่าจ้างจำนวน 2,000 บาท ซึ่งตนไม่ได้เป็นผู้ครอบครองสมุดบัญชีหรือบัตรเอทีเอ็มแต่อย่างใด หลังจากนั้นได้ถูกพาตัวข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อทำการสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมทางการเงินมูลค่าหลักแสนบาทหลายครั้ง เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจจึงได้รับเงินค่าจ้างเป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท จำนวน 2 ใบ และถูกส่งตัวกลับมายังประเทศไทย
ผลการปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.กึกก้อง ดิศวัฒน์ ผกก.๘ บก.ทล. สั่งการให้ พ.ต.ท.ปิยเดช แก้วแฝก สวญ.ส.ทล.๒ กก.๘ บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.๒ กก.๘ บก.ทล. ดำเนินการ






